
นบข.อนุมัติประมูลข้าวสัปดาห์หน้า1ล้านตัน
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.)ครั้งที่ 2/2559 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม(25 เม.ย.)ว่า ประเด็นสำคัญที่ประชุมได้พิจารณาทบทวนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการข้าวปี 2558-2562 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและแผนพัฒนาชาติระยะ 20 ปีโดยระยะแรกจะเริ่มดำเนินการในปี 2560-2564 และช่วงต่อไปทุกๆ 5 ปี โดยจะใช้คณะทำงานแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร เป็นผู้ทำการทบทวนยุทธศาสตร์ก่อนนำมาเสนอ นบข.พิจารณา นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการพัฒนาต่อยอดการผลิตข้าวเป็นสินค้าแปรรูปเชิงพาณิชย์ โดยกระทรวงพาณิชย์เสนอให้ตั้งสถาบันการพาณิชย์ข้าว ซึ่งที่ประชุมให้ไปศึกษาในรายละเอียด รูปแบบ และองค์ประกอบเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ทั้งนี้หากผลสรุปออกมาไม่ซ้ำซ้อนและทำการศึกษาเฉพาะเรื่องข้าวโดยเฉพาะก็จะให้ไปตั้งคณะทำงานศึกษา และนำผลการศึกษามาเสนอ นบข. ซึ่งจะดำเนินการให้ได้ภายใน 6 เดือน
ส่วนการพิจารณาทบทวนวิธีการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลส่วนที่เหลือ11.4 ล้านตัน จะใช้วิธีการระบายที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบกับตลาด และเนื่องจากปัญหาภัยแล้งขณะนี้ ทำให้ชาวนาไม่มีข้าว และคาดว่าจะเริ่มทำการปลูกข้าวได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการระบายข้าว
ด้านการระบายข้าวกระทรวงพาณิชย์ จะแยกข้าวออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ข้าวเกรด PAB ที่ปริมาณกว่า 1 แสนตัน , ข้าวPAB และ C (ข้าวผิดมาตราฐาน) ปนอยู่ และข้าวเกรด C โดยวิธีการ จะควบคุมข้าวที่มีข้าวเกรด C ปะปนอยู่ หากเป็นข้าวที่ผ่านมาตรฐานและมีข้าวเกรด C ปนอยู่ไม่เกินร้อยละ 20 ซึ่งมีอยู่ในสต๊อกปริมาณ 7.5 ล้านตัน จะใช้วิธีการประมูลแบบปกติ ส่วนข้าวเกรด PAB และข้าวเกรด C ปะปนเกินร้อยละ 20 ซึ่งมีในสต๊อกปริมาณ 1.5 ล้านตัน จะใช้วิธีการประมูลเป็นการทั่วไปแบบยกคลังและให้องค์การคลังสินค้า และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เข้ามากำกับดูแลการขนย้าย ส่วนข้าวเกรด C ที่ผิดไปจากมาตรฐานไม่สามารถนำมาบริโภคได้ จะเปิดประมูลเป็นการทั่วไป และจะคุมเข้มเพื่อไม่ให้ข้าวดังกล่าวกลับเข้ามาสู่วงจรการบริโภค ทั้งนี้ประเมินว่าหากสามารถระบายข้าวในสต๊อกส่วนที่เหลือได้หมด 11.4 ล้านตันจะสามารถนำเงินเข้ารัฐบาลได้ไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท
สำหรับการระบายข้าวครั้งต่อไป กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะออกคำประกาศในสัปดาห์หน้า หลังจากได้มติ นขบ เห็นชอบ ในปริมาณ 1 ล้านตัน และในช่วง 2 เดือนต่อจากนี้จะเริ่มทยอยระบายข้าวทั้งประมูลเป็นการทั่วไป และเปิดให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศเข้าร่วมประมูล ต่อเนื่องครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัน
ส่วนการพิจารณาทบทวนวิธีการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลส่วนที่เหลือ11.4 ล้านตัน จะใช้วิธีการระบายที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบกับตลาด และเนื่องจากปัญหาภัยแล้งขณะนี้ ทำให้ชาวนาไม่มีข้าว และคาดว่าจะเริ่มทำการปลูกข้าวได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการระบายข้าว
ด้านการระบายข้าวกระทรวงพาณิชย์ จะแยกข้าวออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ข้าวเกรด PAB ที่ปริมาณกว่า 1 แสนตัน , ข้าวPAB และ C (ข้าวผิดมาตราฐาน) ปนอยู่ และข้าวเกรด C โดยวิธีการ จะควบคุมข้าวที่มีข้าวเกรด C ปะปนอยู่ หากเป็นข้าวที่ผ่านมาตรฐานและมีข้าวเกรด C ปนอยู่ไม่เกินร้อยละ 20 ซึ่งมีอยู่ในสต๊อกปริมาณ 7.5 ล้านตัน จะใช้วิธีการประมูลแบบปกติ ส่วนข้าวเกรด PAB และข้าวเกรด C ปะปนเกินร้อยละ 20 ซึ่งมีในสต๊อกปริมาณ 1.5 ล้านตัน จะใช้วิธีการประมูลเป็นการทั่วไปแบบยกคลังและให้องค์การคลังสินค้า และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เข้ามากำกับดูแลการขนย้าย ส่วนข้าวเกรด C ที่ผิดไปจากมาตรฐานไม่สามารถนำมาบริโภคได้ จะเปิดประมูลเป็นการทั่วไป และจะคุมเข้มเพื่อไม่ให้ข้าวดังกล่าวกลับเข้ามาสู่วงจรการบริโภค ทั้งนี้ประเมินว่าหากสามารถระบายข้าวในสต๊อกส่วนที่เหลือได้หมด 11.4 ล้านตันจะสามารถนำเงินเข้ารัฐบาลได้ไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท
สำหรับการระบายข้าวครั้งต่อไป กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะออกคำประกาศในสัปดาห์หน้า หลังจากได้มติ นขบ เห็นชอบ ในปริมาณ 1 ล้านตัน และในช่วง 2 เดือนต่อจากนี้จะเริ่มทยอยระบายข้าวทั้งประมูลเป็นการทั่วไป และเปิดให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศเข้าร่วมประมูล ต่อเนื่องครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัน






