
1 ปีโควิด “สปา”ปิดตัวกว่า 3 พันราย “จีน-ยุโรป”ได้ทีไล่ซื้อกิจการ
1 ปีโควิด ธุรกิจสปาไทยปิดตัวถาวรแล้วกว่า 40% หรือกว่า 3 พันราย รอหวังวัคซีนฉีดท่องเที่ยวฟื้น ทวงรัฐช่วยจ่ายเงินเดือนพนักงาน ช่วยต่อลมหายใจ จีน-ยุโรปสบช่องไล่ซื้อกิจการ
นายกรด โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ธุรกิจสปาและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจด้านนี้ของไทยมีมูลค่าตลาดกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี มีร้านนวดสปาที่ได้รับใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มากกว่า 8,000 แห่ง มีพนักงาน/แรงงานรวมกว่า 3 แสนคน ซึ่งผลกระทบจากโควิด-19 ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลธุรกิจด้านนี้มีทั้งที่ปิดถาวรและปิดชั่วคราวชั่วคราวก็มาก โดยให้ลูกจ้างของตนที่ขึ้นทะเบียนและมีใบประกอบวิชาชีพกลับไปอยู่ในภาคเกษตรที่บ้านเกิดก่อนแล้วค่อยกลับมาเปิดใหม่ในลักษณะนี้ก็มาก
ส่วนที่ปิดถาวรร้อยเปอร์เซ็นต์ คาดจะมีสัดส่วน 30-40% ของผู้ประกอบการที่ได้ปิดตัวไปในช่วงปีที่ผ่านมา(2,400-3,200 ราย) แต่ส่วนที่เหลือก็ต้องยึดใบอนุญาตสถานประกอบของตัวเองที่ได้รับไว้ก่อน จากไม่มีแขกหรือลูกค้าใช้บริการ หรือปิดไปก่อนเพื่อให้ลูกจ้างได้รับการเยียวยาจากประกันสังคม ซึ่งหลายบริษัทหลายองค์กรใช้วิธีนี้สำหรับสถานประกอบการที่อยู่ในระบบประกันสังคม ขณะที่ผู้ประกอบการที่อยู่นอกระบบและไม่ได้รับอนุญาตก็มีจำนวนมาก
“อุตสาหกรรมสปาอยู่ภายใต้ห่วงโซ่ของการท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวไม่มี ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวไทยก็ตาม แต่ทุกคนก็ไม่ได้นวดกันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มีเพียงบางส่วนที่ติดนวด ติดร้านสปา โดยเป็นลูกค้าขาประจำก็มีไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ลูกค้าหลัก ๆ คือลูกค้าต่างชาติ ซึ่งการเปิดสปา ร้านนวดส่วนใหญ่เปิดอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย เพราะฉะนั้นเมื่อแหล่งท่องเที่ยวไม่มีนักท่องเที่ยวเลยลูกค้าก็หายไปร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงได้รับผลกระทบมาก”
ที่ผ่านมาทางสมาคมได้เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยออกค่าจ้างแรงงาน 50% เป็นระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี สำหรับสถานประกอบการที่อยู่ในระบบประกันสังคม และยังดูแลพนักงานอยู่จนถึงนาทีนี้ ซึ่งได้ให้รายชื่อรัฐบาลไป แล้วเป็นรายชื่อสถานประกอบการที่ยังเปิดทำการตั้งแต่วิกฤตการณ์โควิดตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงเวลานี้และยังอึดหายใจมาปีกว่า ๆ โดยที่ยังไม่เอาลูกน้องออกเลย มีคำถามว่ารัฐไม่เห็นใจคนอย่างนี้หรือ? เรายังเปิดทั้งที่มีลูกค้าน้อย ถึงไม่มีลูกค้าเลยในแต่ละวัน แต่ยังให้เงินเดือนพนักงานอยู่ ซึ่งคนเหล่านี้ถูกสกรีนแล้วว่ายังอยู่ รัฐบาลต้องช่วยแล้ว
“ทางรัฐบาลที่เราวิ่งไปหาไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีท่องเที่ยว รัฐมนตรีคลัง เราได้นำเสนอสิ่งเหล่านี้ผ่านทางหอการค้าไทย โดยให้ตัวเลข ให้รายชื่อที่เรารวบรวมกันผ่านเครือข่ายของหอการค้าไทยให้กับท่านไป ซึ่งเราสกรีนตัวเลขเรียบร้อยแล้วผมไม่แน่ใจว่าประมาณ 3,000 ราย เป็นตัวเลขที่รวมกับทางภาคของโรงแรมด้วย เราก็นำเสนอไปว่าต้องช่วยแล้วสำหรับคนที่ยังเปิดกิจการอยู่ และยังเลี้ยงลูกน้องและยังจ่ายเงินเดือนอยู่ มีตัวเลขบัญชีที่สามารถยืนยันได้ ซึ่งของผม(ชีวาศรม)มี 400 คนที่ยังจ่ายเงินเดือนให้เขาอยู่ทุกวันนี้ แต่รัฐบาลยังไม่ช่วยเราเลย”
สำหรับธุรกิจสปาหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน คงขึ้นกับวัคซีนที่เป็นความหวังของทั่วโลก ซึ่งปลายปีนี้อาจมีความหวังจากกลุ่มประเทศที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 70% ของจำนวนประชากรและทำเป็นเหมือนบับเบิ้ลกัน ซึ่งรัฐก็กำหนดแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมา 5 Destination ที่กำลังเร่งให้วัคซีนก่อน เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย ที่กำลังพิจารณาเร่งให้วัคซีนก่อน เมื่อประชากรในชุมชนฉีดวัคซีนได้ครบ 70% ของพื้นที่กับ 70% ของประชากรของประเทศที่อาจจะทำวัคซีนพาสปอร์ตมาจากต่างประเทศก็จะนำเข้ามาอยู่ในพื้นที่ควบคุม ก็เป็นนโยบายที่ดีและเป็นความหวัง แต่ก็ต้องดูสถานการณ์โควิดด้วยว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกหรือไม่ แต่ถ้าทำได้โอกาสของธุรกิจสปา โรงแรมก็จะฟื้นขึ้นมาได้ ก็ต้องอาศัยวิธีการนี้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มข้น คือการ์ดตกไม่ได้
อย่างไรก็ดีจากธุรกิจสปาของไทยที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างรุนแรง เวลานี้มีกลุ่มทุนต่างชาติทั้งจากจีน ยุโรป รวมถึงคนไทยด้วยกันเองสบจังหวะติดต่อเข้ามาซื้อกิจการที่ประสบปัญหา ซึ่งเมื่อธุรกิจฟื้นตัว เขาก็สามารถทำกำไรได้ โดยเฉพาะสถานประกอบการที่มีโลเคชั่นดี ๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่แล้ว เพราะโอกาสทางการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้านนี้ของไทยดีอยู่แล้ว และไทยได้สร้างภาพลักษณ์ด้านสารธารณสุข ด้านการแพทย์ในการป้องกันโรคที่ดี โอกาสที่คนจะเดินทางเข้ามาในไทยในอนาคตหลังโควิดก็มีความเป็นไปได้สูง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวูบ 1.2 แสนล้าน สปาหนักสุด ปิดตัวถาวรแล้ว 40%
ธุรกิจแฟรนไชส์ร่วง พิษโควิด ‘การศึกษา-สปา’ กระอัก






