
สสว.ยันเงินกองทุน 5 หมื่นล้าน ช่วยSMEsไม่เคยเข้าถึงแหล่งเงิน
ผอ.สสว.ยืนยันตามวัตถุประสงค์เดิม การจัดตั้งกองทุน 5 หมื่นล้าน เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ไม่เคยเข้าถึงแหล่งทุนเป็นหลัก พร้อมแก้ไขคำให้ชัดเจน “อุดหนุน” หรือ “กู้ยืม” หลังคณะกรรมการกลั่นกรองติงมา ลั่นจะไม่มีการปรับลดวงเงินกู้ของแต่ละรายลงแน่
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยคณะกรรมการกลั่นกรองฟื้นฟูเศรษฐกิจได้มีการพิจารณาการขอใช้เงินจากโครงการใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยมีคำสั่งให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ทบทวนรายละเอียดการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน วงเงิน 5 หมื่นล้านบาทเพิ่มเติม
ต่อประเด็นนี้ นายวีระพงษ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สสว. เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า คณะกรรมการกลั่นกรองเพียงแต่ให้ สสว. กลับมาแก้ไขรายละเอียดเล็กน้อยสำหรับโครงการดังกล่าว โดยเป็นส่วนของคำ และข้อความที่อาจจะไม่ตรงกับความหมาย เช่น คำว่า อุดหนุน หรือกู้ยืม ซึ่งคำว่า อุดหนุน สสว. ได้ระบุไปตาม พ.ร.บ. แต่ทางคณะกรรมการกลั่นกรองฯต้องการให้ระบุอย่างชัดเจนไปเลยว่าต้องการจะอุดหนุนหรือกู้ยืม
ทั้งนี้ ในรายละเอียดโครงการที่ สสว. เสนอไปมีการใช้ทั้ง 2 คำ โดยระบุไปว่าอุดหนุนและกู้ยืม ซึ่งอาจจะไม่ชัดเจนในการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่ง สสว. เองก็พร้อมที่จะแก้ไขรายละเอียดให้ชัดเจนตามความเห็นที่ถูกติติงมา
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการกลั่นกรองต้องการให้นำวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ไปช่วยเหลือให้ครอบคลุมถึงกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีปัญหาหนี้ (NPLs) ด้วยนั้น เรียนว่าตั้งแต่เริ่มต้นวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกองทุนดังกล่าวต้องการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ยังไม่เคยเข้าถึงแหล่งทุน โดยคณะกรรมการกลั่นกรองฯ เอง อาจจะมองว่าหากงบประมาณมีไม่เพียงพอก็อาจจะให้นำเงินจากกองทุนดังกล่าวปันไปช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีปัญหาหนี้เสีย
อย่างไรก็ดี ในความเห็นส่วนตัว ณ ปัจจุบัน โครงการจัดตั้งกองทุน 5 หมื่นล้านบาทดังกล่าวของ สสว. ยังไม่ได้มีการแก้ไข หรือปรับรายละเอียดเพื่อให้มาช่วยเหลือเอสเอ็มอีกลุ่มที่มีปัญหาหนี้เสียด้วย โดยยังคงยืนยันที่จะขอใช้วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ยังไม่เคยเข้าถึงแหล่งเงินทุนเช่นเดิม
“ในที่ประชุมมีการแสดงความคิดเห็นกันหลากหลาย ประเด็นหนึ่งคือ หากไม่สามารถหาวงเงินมาช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่เป็นหนี้เสียอยู่ไม่ได้ ก็อาจจะให้มาแบ่งวงเงินจากกองทุน 5 หมื่นล้านบาทไปใช้ ไม่ใช่เป็นการนำมารวมเป็นโครงการเดียวกัน เพราะวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือ รวมถึงเงื่อนไข และโครงสร้างมีความแตกต่างกัน”
นายวีระพงษ์ กล่าวต่อไปอีกว่า หากจะต้องมีการปันวงเงินไปช่วยเหลือเอสเอ็มอีกลุ่มที่มีปัญหาหนี้เสียด้วย เงื่อนไขของวงเงินในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ยังไม่เคยเข้าถึงแหล่งเงินทุนแต่ละรายก็คงจะไม่มีการปรับลดลง เพื่อให้สามารถกระจายไปถึงเอสเอ็มอีได้มากขึ้น เพราะมองว่าวงเงินที่ให้ก็ไม่ได้มากมายเท่าใดนัก หากไปปรับลดลงอีก เอสเอ็มอี เองคงไม่มีสภาพคล่องมากพอที่จะพลิกฟื้นกิจการ
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนถัดไปหลังจาก สสว. แก้ไขรายละเอียดโครงการเรียบร้อยแล้ว จะนำส่งให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯพิจารณาอีกครั้ง ก่อนที่จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้การปรับ ครม. ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับการดำเนินโครงการ
หน้า 9 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,594 วันที่ 23 - 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2563











