
บิ๊กซี ทุ่ม 200 ล้าน เปิดใหม่ สาขาท่าอิฐ นนทบุรี
บิ๊กซี มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง ทุ่ม 200 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่ บิ๊กซี ฟู๊ดเพลส ท่าอิฐ นนทบุรี หนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สร้างงาน กระจายรายได้จากตัวเมืองสู่พื้นที่รอบนอก
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยและพร้อมมุ่งมั่นเคียงข้างสังคมไทย ผ่านการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดสาขาใหม่ บิ๊กซี ฟู๊ดเพลส สาขาท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ใช้งบลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการขยายสาขาให้บริการประชาชนในรูปแบบฟู๊ดเพลส เป็นลำดับที่ 4 ของบิ๊กซี โดยจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดนนทบุรีในด้านต่างๆ สร้างความเจริญสู่พื้นที่รอบนอก”
สำหรับบิ๊กซี ฟู๊ดเพลส สาขาท่าอิฐ รองรับสินค้าคุณภาพคุ้มค่าคุ้มราคามากถึง 15,000 รายการ ทั้งยังมีร้านค้าชั้นนำที่น่าสนใจมากมายมาให้เลือกช้อปปิ้งกันอย่างครบครัน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่จอดรถยนต์และจักรยานยนต์ จำนวน 424 คัน อำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าที่บิ๊กซี สาขาท่าอิฐ ให้กับพี่น้องชาวท่าอิฐและประชาชนบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายพิเศษต่าง ๆ เพื่อสร้างสีสันในการช้อปปิ้งให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อานิสงส์เงินเยียวยาเกษตรกร ดันยอดขาย “บิ๊กซี” พุ่ง
พร้อมกันนี้ พบกับไฮไลท์สุดพิเศษภายใน บิ๊กซี ฟู๊ดเพลส สาขาท่าอิฐ ที่จะมาสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ในจังหวัดนนทบุรี อาทิ โซนบริการอาหารพร้อมทานในคอนเซปต์ Grab & Go ที่สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงมุมนำเสนออาหารเพื่อสุขภาพ ผักออร์แกนิกหลากหลายเมนู รองรับเทรนด์การใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ตลอดจนโซนเบเกอรี่ระดับพรีเมียม สไตล์ฝรั่งเศส สดใหม่ ที่มีหลากหลายเมนูให้เลือกสรร และร้านกาแฟออร์แกนิก WAWEE เป็นต้น ทั้งนี้ การจับจ่ายของลูกค้าทุกท่านที่บิ๊กซี คือ ผลตอบแทนกลับสู่ชุมชนในรูปแบบภาษีท้องถิ่น เนื่องจากบิ๊กซีมีนโยบายในการชำระภาษีคืนกลับสู่ท้องถิ่น ในทุกพื้นที่ที่เข้าไปเปิดให้บริการ
นอกจากนี้ บิ๊กซี ฟู๊ดเพลส สาขาท่าอิฐ ยังสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่น รวมถึงการให้พนักงานสามารถโอนย้ายกลับมาทำงานที่ภูมิลำเนา เพื่อให้พนักงานได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว สำหรับสาขาท่าอิฐนี้ มีพนักงานประจำทั้งสิ้น 50 คน โดยเป็นการจ้างงานในพื้นที่ถึง 45 คน และมีพนักงานโอนย้ายกลับภูมิลำเนาจำนวน 5 คน











