
ไทยกับโอกาสทองผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากข้าวในเยอรมัน/สวิตเซอร์แลนด์
นางสุจิตรา ถนอมทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (สคร. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต) เปิดเผยว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหารเอเชียรวมถึงอาหารไทยในเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยชาวเยอรมันและชาวสวิสรู้จักสินค้าอาหารเอเชียและโดยเฉพาะอาหารไทยเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีการบริโภคข้าวเฉลี่ยประมาณ 3-5 กิโลกรัมต่อคนและต่อปี และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสความนิยมอาหารต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้นในยุคของโลกโซเชียลในอินเตอร์เน็ตและความสะดวกสบายในการเดินทางที่ไร้ขีดพรมแดน ทำให้ชาวเยอรมันและชาวสวิสเริ่มรู้จักวิธีการหุงข้าวและประกอบอาหารที่รับประทานข้าวมากขึ้น
นอกจากข้าวแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากข้าวยังถือว่าได้รับความนิยมสูงขึ้นตามกัน เนื่องจากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีการวิจัยในยุโรปที่พบว่าข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ และเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าอาหารที่ทำมาจากแป้งประเภทต่าง ๆ และมันฝรั่ง ในปีที่ผ่านมา ยอดการนำเข้าสินค้าข้าวของเยอรมนียังคงขยายตัวดี โดยมีการนำเข้าข้าวจากทั่วโลกรวมทั้งสิ้นกว่า 400,843 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.74 คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 336.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญอันดับที่ 6 เป็นรองกัมพูชาแต่ยังคงเหนือกว่าพม่าที่ครองอันดับ 4 กับ 8 ตามลำดับ ทางด้านสวิตเซอร์แลนด์ยังคงนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมาสวิตเซอร์แลนด์นำเข้าข้าวจากไทยรวมทั้งสิ้นประมาณ 16,294 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.51 หรือคิดเป็นมูลค่า 1,743 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยถือเป็นผู้ส่งออกสินค้าข้าวให้แก่สวิตเซอร์แลนด์อันดับที่ 3 รองมาจากบราซิลและอิตาลี ส่วนคู่แข่งของไทยอย่างกัมพูชาและเวียดนามอยู่ในอันดับที่ 16 และ 17 ตามลำดับ
สำหรับสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากข้าว เช่น แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว เส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยว และขนมปังกรอบ เป็นต้น มียอดการนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกมายังเยอรมนี เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถึงแม้ว่าอัตราการขยายตัวจะเพิ่มขึ้นไม่มากนักแต่เห็นได้ว่าความต้องการของตลาดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับสวิตเซอร์แลนด์ โดยในปีที่ผ่านมานำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 19.84 โดยการเพิ่มขึ้นของยอดส่งออกผลิตภัณฑ์จากข้าวของไทย ถือเป็นผลมาจากการที่สินค้าอาหารไทยหรือเอเชียอื่น ๆ ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งปัจจุบันยังมีช่องทางการจำหน่ายหลายช่องทางสำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้นด้วย เช่น ผู้นำเข้ารายใหญ่ ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย และร้านอาหาร เป็นต้น
ผู้อำนวยการสคร. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต กล่าวเพิ่มเติมว่า “สินค้าและผลิตภัณฑ์ภาคเกษตรกรรมของไทยยังคงได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวเยอรมันและสวิสอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากยอดตัวเลขการนำเข้าสินค้าภาคเกษตรกรรมจากไทยสู่ตลาดเยอรมันและสวิสที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าว ทั้งนี้การเลือกช่องทางการเจาะตลาดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์และสินค้าด้วย”
นอกจากข้าวแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากข้าวยังถือว่าได้รับความนิยมสูงขึ้นตามกัน เนื่องจากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีการวิจัยในยุโรปที่พบว่าข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ และเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าอาหารที่ทำมาจากแป้งประเภทต่าง ๆ และมันฝรั่ง ในปีที่ผ่านมา ยอดการนำเข้าสินค้าข้าวของเยอรมนียังคงขยายตัวดี โดยมีการนำเข้าข้าวจากทั่วโลกรวมทั้งสิ้นกว่า 400,843 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.74 คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 336.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญอันดับที่ 6 เป็นรองกัมพูชาแต่ยังคงเหนือกว่าพม่าที่ครองอันดับ 4 กับ 8 ตามลำดับ ทางด้านสวิตเซอร์แลนด์ยังคงนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมาสวิตเซอร์แลนด์นำเข้าข้าวจากไทยรวมทั้งสิ้นประมาณ 16,294 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.51 หรือคิดเป็นมูลค่า 1,743 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยถือเป็นผู้ส่งออกสินค้าข้าวให้แก่สวิตเซอร์แลนด์อันดับที่ 3 รองมาจากบราซิลและอิตาลี ส่วนคู่แข่งของไทยอย่างกัมพูชาและเวียดนามอยู่ในอันดับที่ 16 และ 17 ตามลำดับ
สำหรับสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากข้าว เช่น แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว เส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยว และขนมปังกรอบ เป็นต้น มียอดการนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกมายังเยอรมนี เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถึงแม้ว่าอัตราการขยายตัวจะเพิ่มขึ้นไม่มากนักแต่เห็นได้ว่าความต้องการของตลาดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับสวิตเซอร์แลนด์ โดยในปีที่ผ่านมานำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 19.84 โดยการเพิ่มขึ้นของยอดส่งออกผลิตภัณฑ์จากข้าวของไทย ถือเป็นผลมาจากการที่สินค้าอาหารไทยหรือเอเชียอื่น ๆ ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งปัจจุบันยังมีช่องทางการจำหน่ายหลายช่องทางสำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้นด้วย เช่น ผู้นำเข้ารายใหญ่ ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย และร้านอาหาร เป็นต้น
ผู้อำนวยการสคร. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต กล่าวเพิ่มเติมว่า “สินค้าและผลิตภัณฑ์ภาคเกษตรกรรมของไทยยังคงได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวเยอรมันและสวิสอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากยอดตัวเลขการนำเข้าสินค้าภาคเกษตรกรรมจากไทยสู่ตลาดเยอรมันและสวิสที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าว ทั้งนี้การเลือกช่องทางการเจาะตลาดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์และสินค้าด้วย”






