thansettakij
thansettakij
สสว.ห่วง SMEs 33% ยังไม่มีแผนปรับตัวรับมือโควิด

สสว.ห่วง SMEs 33% ยังไม่มีแผนปรับตัวรับมือโควิด

13 เม.ย. 63 | 07:50 น.

สสว. เปิดเผยผลสำรวจเอสเอ็มอีพบวิกฤติโควิด-19 ฉุดเอสเอ็มอีกว่า 87% มีรายได้ลดลง ระบุ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่น่าเป็นห่วงมีถึง 33.5% ที่ยังไม่มีแผนปรับตัว

ดร.วิมลกานต์  โกสุมาศ  รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ในเรื่องการปรับตัวและมาตรการ SMEs ในภาวะวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ในช่วงเดือนมีนาคม 2563 จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs ทั่วประเทศ จำนวน 2,655 ราย จาก 21 สาขาธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น ภาคการผลิต จำนวน 545 ราย ภาคการค้า จำนวน 997 ราย และภาคการบริการ 1,113 ราย

สสว.ห่วง SMEs 33% ยังไม่มีแผนปรับตัวรับมือโควิด

ทั้งนี้  จากผลสำรวจพบว่า SMEs ยอดขายของกิจการในเดือนมีนาคม 2563 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2562 กิจการส่วนใหญ่คิดเป็นสัดส่วน 87.2% หรือมีจำนวนมากถึง 2,315 ราย ตอบว่ามียอดขายลดลง  โดยมี SMEs สัดส่วนถึง 27.6% มีรายได้ลดลงน้อยกว่า 20%  ,SMEs  27.3% มีรายได้ลดลง 21-40% ,SMEs 20% มีรายได้ลดลง 41-60% ,SMEs 8.5% มีรายได้ลดลง 61-80% และ SMEs 3.8% มีรายได้ลงลงมากกว่า 80%  โดยสาขาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ร้านอาหารที่ยังไม่เข้าร่วมเดลิเวอรี่ และอุปโภคบริโภคดั้งเดิม

อย่างไรก็ดี สสว. จึงได้สำรวจสอบถามผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในเรื่องของการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการ SMEs ที่มียอดขายลดลงทั้ง 2,315 ราย ส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนในการปรับตัว คิดเป็นสัดส่วน 33.5% รองลงมา คือ การลดต้นทุนทางธุรกิจ คิดเป็นสัดส่วน 18.8% เพิ่มช่องทางการตลาด เช่น ออนไลน์ และเดลิเวอรี่ คิดเป็นสัดส่วน 12.8% หยุดกิจการชั่วคราว 8.5% จัดโปรโมชั่น 6.2% ลดจำนวนแรงงานและลดเงินเดือน 5.4% เปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่นหรือหารายได้เสริม 4.7% ปรับกลยุทธ์ทางการตลาดอื่นๆ 3.8% ปรับราคาสินค้าและบริการ 3.7% ปรับไปตามแต่ละสถานการณ์ 1.4% และอื่นๆ 1.2%

“จากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ถึง 33.5% ยังไม่มีแผนปรับตัวรับวิกฤติโควิด-19 ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงอาจจะไม่สามารถปรับตัวให้รอดพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ ดังนั้น สสว. จะให้ศูนย์บริการเอสเอ็มอีครบวงจร (OSS) ทั่วประเทศ 77 จังหวัด ทำการสำรวจและรับข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือ SMEs รวมถึงส่งต่อผู้ประกอบการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ต่อไป”

สสว.ห่วง SMEs 33% ยังไม่มีแผนปรับตัวรับมือโควิด

สำหรับมาตรการที่ผู้ประกอบการ SMEs เห็นว่า สามารถช่วยธุรกิจ SMEs ในสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีที่สุด พบว่า 1. การลดหย่อนภาษี คิดเป็นสัดส่วน 19.7% ,2. ควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 คิดเป็นสัดส่วน 14.4% ,3. ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ คิดเป็นสัดส่วน 10.2% ,4. ผ่อนผันระยะเวลาการชำระหนี้ คิดเป็นสัดส่วน 8.2% และ5. ลด/เลื่อนค่าสาธารณูปโภค คิดเป็นสัดส่วน 6.1% 

ขณะที่มาตรการช่วยเหลือ SMEs ที่รัฐบาลได้ประกาศออกมา 12 มาตรการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กรณีวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระยะที่ 1 จากผลสำรวจ พบว่า 7 อันดับแรกที่ผู้ประกอบการชอบมากที่สุด ได้แก่ 1.มาตรการพักเงินต้น ลดดอกเบี้ย ขยายเวลาชำระหนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ คิดเป็นสัดส่วน 19% ,2. มาตรการลดและเลื่อนจ่ายค่าน้ำค่าไฟ คิดเป็นสัดส่วน 16.7% ,3. มาตรการปล่อยกู้ ดอกเบี้ย 2% เวลา 2 ปี ไม่เกิน 20 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16% ,4. มาตรการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ คิดเป็นสัดส่วน 11.8% ,5. มาตรการลด เลื่อน ชะลอ การเก็บค่าธรรมเนียม ค่าเช่าที่จ่ายให้ภาครัฐ คิดเป็นสัดส่วน 8.5% ,6. มาตรการเร่งคืน VAT ให้ผู้ประกอบการภายในประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 5.8% และ7. มาตรการเร่งรัด  เบิกจ่ายเงินงบประมาณ คิดเป็นสัดส่วน 4.5%

สสว.ห่วง SMEs 33% ยังไม่มีแผนปรับตัวรับมือโควิด

“สสว. จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอของเอสเอ็มอีทั้งหมด ไปประมวลรวบรวมเพื่อปรับปรุงมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อให้ผ่านพ้นในช่วงวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้ จากนั้นจะนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อออกมาเป็นมาตรการช่วยเหลือต่างๆต่อไป”