
เงินเฟ้อหดตัว0.54% ต่ำสุดในรอบ51เดือน
เงินเฟ้อ เดือนมีนาคม 2563 ลดลง 0.54% เมื่อเทียบกับปีก่อน หดตัวครั้งแรกในรอบ 33 เดือน และเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 51 เดือoสาเหตุมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และการชะลอตัสของกลุ่มพลังงาน ที่ลดค่ำสุดในรอบ 48 เดือน ตามภาวะสงครามราคาน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศลดลง 11 ครั้ง
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือ เงินเฟ้อ เดือนมีนาคม 2563 เท่ากับ 101.82 ลดลงร้อยละ 0.54 เมื่อเทียบกับปีก่อน หดตัวครั้งแรกในรอบ 33 เดือน และเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 51 เดือน โดยมีสาเหตุมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และการชะลอตัสของกลุ่มพลังงาน ที่ลดค่ำสุดในรอบ 48 เดือน ตามภาวะสงครามราคาน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศลดลง 11 ครั้ง ส่วนกลุ่มอาหารสด ขยายตัวร้อยละ 2.46 ต่ำสุดในรอบปี จากความต้องการที่ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยว ขณะที่ราคาอาหารสำเร็จรูป เครื่องประกอบอาหาร และของใช้ส่วนบุคคล ยังทรงตัวแต่ยังมีสินค้าบางรายการที่มีราคาสูงขึ้น เช่น มะนาว ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะภัยแล้ง และไข่ไก่ เฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2563 เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 0.41 และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 0.53 อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ติดลบถือเป็นเงินฝืดหรือไม่นั้น มองว่าไม่สำคัญเท่าภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และมองว่าสถานการณ์แบบนี้อาจไม่ถือเป็นเงินฝืดได้ เพราะว่าไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นปกติ
ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ ทั้งปี 2563 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จากเดิมระหว่างร้อยละ 0.4-1.2 มีค่ากลางอยู่ที่ร้อยละ 0.8 เป็นลบร้อยละ 0.2 ถึง ลบร้อยละ 1 โดยมีค่ากลางอยู่ที่ลบร้อยละ 0.6 แต่ทั้งนี้หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อมองว่ามีโอกาสสูงที่เงินเฟ้อปี 2563 จะติดลบร้อยละ 1 ซึ่งเป็นการติดลบต่ำสุดในประวัติการณ์ แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอาจจะมีการทบทวนกรอบคาดการณ์เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานกาณ์อีกครั้ง
สำหรับสมมติฐานประกอบการคาดการณ์เงินเฟ้อ ประกอบด้วย อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ที่คาดว่าจะติดลบร้อยละ 4.8 ถึง -5.8 ด้านน้ำมันดิบดูไบทั้งปีคาด 35-45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนทั้งปีที่ 35.5-32.5 บาทต่อดอลลาร์
“ แม้อัตราเงินเฟ้อเดือนนี้อาจจะติดลบก็จริง แต่สาเหตุหลักมาจากปัจจัยเรื่องน้ำมันที่ลดลงเยอะมาก แต่หากดูดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักน้ำมันและอาหารออก ดัชนีเงินเฟ้อก็ยังเป็นบวกอยู่ ทั้งนี้อุปสงค์หรือ demand และกำลังซื้ออาจจะชะลอตัวบ้างในช่วงโควิด-19 แต่ยังไม่ได้หดตัวมากขนาดที่เรียกว่าเข้าสู่ภาวะเงินฝืด”











