thansettakij
thansettakij
พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

24 มี.ค. 63 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 63 | 12:46 น.

“เกรียงศักดิ์” สั่งจับตาโควิด เผยธุรกิจโรงสีมีความเสี่ยงเพียบทั้งสภาพคล่อง ไวรัสระบาด ภัยแล้ง ทั้งที่กำลังการผลิตมากกว่า 3-4 เท่า แนะมาตรการรัฐควรครอบคลุมธุรกิจโรงสีด้วย

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้จึงทำให้สมาคมโรงสีข้าวไทย ซึ่งได้เตรียมการจัดการประชุมสัญจร จังหวัดร้อยเอ็ด ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา จำเป็นต้องเลื่อนการจัดประชุมออกไปก่อนนั้น  โดยจากการที่สมาชิกหลายรายได้โทรศัพท์มาพูดคุยในเรื่องสภาพคล่องของผู้ประกอบการโรงสี และ สถานการณ์โควิด-19 โรงสีมีข้อเสนอแนะอย่างไร  สมาชิกได้มีความเห็น ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ดังนี้

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

1.มาตราการช่วยเหลือจากสถาบันการเงินต่างๆ ที่มีออกมาในขณะนี้ ไม่ส่งผลถึงผู้ประกอบโรงสีโดยตรง  แต่เป็นในภาพรวมมากกว่าการที่จะเจาะจงลงมาถึงผู้ประกอบการโรงสีโดยเฉพาะ  ดังนั้นสมาคมฯเห็นว่าควรที่จะเน้นเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงสีโดยตรง หรือให้ครอบคลุมถึงผู้ประการโรงสี เช่น ลดภาระดอกเบี้ย ยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ และกาาปรับโครงสร้างหนี้ เป็นต้น

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

2.เราทราบกันดีว่ากำลังผลิตมากกว่าผลผลิต 3-4 เท่า และเกิดปัญหาภัยแล้งติดต่อกันมา 2-3 ปี ซึ่งมีผลกับโรงสีอย่างมาก ทำให้โรงสีต้องแย่งกันซื้อข้าวเปลือกในราคาที่เกินจริง (แต่ก็จำเป็นต้องซื้อ)  อีกทั้งซื้อแล้วก็ยังต้องรอราคาขึ้นก่อน ถึงขายได้ (ทำให้กลายเป็นการเก็งราคาโดยไม่ตั้งใจและเกินความจำเป็น) ทำให้มีความเสี่ยงสูงมากและหมุนเวียนขายทำกำไรไม่ได้  ยิ่งจะประสบปัญหาสภาพคล่องทำให้สถานการณ์ผู้ประกอบการแย่ลงกว่าที่ควรจะเป็น ยิ่งทำให้เกิดต้นทุนการเงิน ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆสูงขึ้นมาก ถึงขั้นที่บางรายอาจจะต้องหยุดกิจการ

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

3.การแก้ปัญหาสภาพคล่องของโรงสี สามารถแบ่งเกณฑ์โรงสีเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสีเขียว สีเหลือง และสีแดง

"กลุ่มสีเขียว" โรงสีมีความสามารถยังคงดำเนินการได้อย่างเป็นปกติ แต่ถูกตัดวงเงินแพ็คกิ้งสต๊อก ควรให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อตามปกติ อย่าล็อกวงเงิน ให้ปล่อยสินเชื่อเพิ่มได้  ไม่ใช้วิธีการเหมารวมแบบที่เป็นอยู่นี้ และปรับให้มีสภาพคล่องหมุนเวียนได้คล่องตัวมากขึ้น

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

"สีเหลือง" สภาพคล่องน้อยลง แต่ยังดิ้นรนส่งดอกเบี้ยให้กับสถาบันการเงินได้  แต่ต้องการให้สถาบันการเงินเข้ามาช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ก่อนที่ผู้ประกอบการโรงสีจะเกิดปัญหาจนยากที่จะแก้ไขปัญหา  เพื่อที่จะได้ไม่เกิดความเสียหายต่อทั้งสถาบันการเงินและผู้ประกอบการโรงสี  หากสถาบันการเงินเห็นว่าพอช่วยได้เพื่อที่ว่าโรงสีจะสามารถดำเนินกิจการต่อได้ ก็ขอให้ดำเนินการช่วยเหลือทันที โดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาเรื้อรัง ควรปรับวงเงินให้มีสภาพคล่องหมุนเวียนได้คล่องตัวมากขึ้น เช่น การลดดอกเบี้ย และยืดระยะเวลาในการชำระหนี้

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

"สีแดง" ต้องช่วยปรับโครงสร้าง แก้ไขหนี้ ต้องร่วมมือกัน เช่นปลอดต้น ปลอดดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ย ลดการครองสต๊อก ควรปรับวงเงินให้มีสภาพคล่องหมุนเวียนได้คล่องตัวมากขึ้นตามแผนหรือกำหนดระยะเวลา  เพื่อให้สามารถฟื้นกลับขึ้นมาได้

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

อดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันสถาบันการเงินหลายแห่งได้ปรับลดวงเงิน จากวงเงินปกติ (แพ็คกิ้งสต็อก) ที่เคยอนุมัติไว้  ณ สถานการณ์เช่นนี้ สถาบันการเงินควรปรับวงเงินให้สอดคล้องกับการบริหารเงินของผู้ประกอบการโรงสี ลดภาระดอกเบี้ย และยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ 

 

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

4.เรื่องของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานควรลดค่าพลังงานไฟฟ้าจากอัตราการใช้ไฟปกติต่อหน่วย เป็นเดียวอัตราเดียวกับอัตราการใช้ไฟฟ้าในระบบ TOU  (TOU คือ การที่ผู้ประกอบการใช้ไฟฟ้าในเวลา 20.00 น. - 09.00 น. ของวันทำการ ซึ่งเป็นการทำงานในเวลากลางคืน ถึงเช้าต้องหยุดและวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถใช้ไฟฟ้าได้ 24 ชม. ในอัตราถูกกว่าการใช้ไฟฟ้าปกติ 50% โดยประมาณ)  ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการโรงสี บริหารงานได้คล่องตัวต่อเนื่อง และไม่เกิดความเสียหายในกระบวนการผลิตที่ต้องสีและหยุดจนเกิดความไม่ต่อเนื่อง และที่สำคัญเป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลผลิตได้เป็นอย่างมาก

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

5.เข้มงวดกับการลักลอบนำเข้า ข้าวสาร ทั้งข้าวเหนียวและข้าวขาวรวมถึง ปลายข้าว ที่เข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งยังคงเป็นปัญหาอยู่ 6.โควิด-19 ขณะนี้โรงสีเริ่มมีความกังวล เพราะโรงสีต้องใช้รถบรรทุกส่งข้าวไปตามโกดังของผู้ซื้อข้าสาร  ซึ่งในช่วงระหว่างการเดินทางจะต้องผ่านสถานที่ต่างๆก็เกรงว่าจะได้รับเชื้อโควิด-19 กลับมาสู่ทางโรงสี  ซึ่งขณะนี้ได้สร้างความกังวลเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการโรงสีพยายามวางแผนป้องกัน แต่ที่สำคัญแรงงานที่ทำงานหากไม่มีวินัย ไม่ระมัดระวัง ก็อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะนำเชื้อมาติดบุคลากรคนอื่นๆภายในโรงสีอีกด้วย


 

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

7.ปัจจุบันผู้ส่งออกบางรายเริ่ม ส่งสัญญาณให้โรงสีชะลอการส่งมอบข้าวสาร เนื่องจากโกดังเริ่มแน่น  อาจเนื่องมาจากปัญหาในการรับมอบข้าวจากผู้ซื้อปลายทางต่างประเทศ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ และเป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายเดือน จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโรงสี ที่มีปัญหาในเรื่องของสภาพคล่อง ทำให้เกิดปัญหาหนี้เสีย (NPL) มากขึ้นในระบบ

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

อีกทั้งในช่วงนี้เกษตรกรก็ได้รับผลกระทบเรื่องภัยแล้งทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดไม่มากนัก แต่ก็ยังคงเหลือเวลาอีกประมาณ อีก 6 เดือน ก็เข้าสู่ฤดูข้าวนาปี ปี 63/64 ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 58-60 ล้านไร่ ผลผลิตประมาณ 24-25 ล้านตันข้าวเปลือก และขอยืนยันว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ข้าวสำหรับการบริโภคภายในมีเพียงพอไม่ขาดแคนประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุนเพียงแต่วางแผนในการซื้ออย่างเหมาะสมเพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกนอกบ้านบ่อยเกินความจำเป็น

พลิกธุรกิจโรงสีสู้โควิด-19

สุดท้ายนี้ขอฝากเพื่อนโรงสีทุกคนให้วางแผนระวังป้องกันเชื้อโควิด-19 ในโรงสีควรมีการให้ความรู้กับพนักงานให้มีความเข้าใจและรู้จักระมัดระวังป้องกันตนเอง รวมถึงผู้ที่มาติดต่อซื้อขายให้ระมัดระวังด้วยเช่นกันแต่ขออย่าได้ตื่นตระหนก