thansettakij
thansettakij
จำกัดซื้อห้ามเกินคนละ 10 ชิ้น  เร่งแก้หน้ากากอนามัยขาดตลาด

จำกัดซื้อห้ามเกินคนละ 10 ชิ้น เร่งแก้หน้ากากอนามัยขาดตลาด

05 ก.พ. 63 | 07:54 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.พ. 63 | 10:29 น.

พาณิชย์เข้ม เรียกห้างสรรพสินค้า-โมเดิร์นเทรดรายใหญ่ 14 แห่ง รับทราบมาตรการหลัง ครม.ประกาศให้หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือเป็นสินค้าควบคุม ชี้ต่อไปการซื้อขาย ตรวจสต๊อก การส่งออก ให้ผู้ผลิตจัดสินค้ามายังศูนย์บริการจัดสรร เพื่อให้กรมการค้าภายในกระจายสินค้าไปสู่ผู้ที่จำเป็นใช้ก่อน ดีเดย์ 6 ก.พ.นี้ พร้อมหารือห้างขายปลีก ให้นำสต๊อกที่มีอยู่ออกมาจำหน่าย แต่จำกัดการซื้อ 10 ชิ้นต่อคน

 

นายวิชัย  โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับห้างโมเดิร์นเทรด 14 ราย ถึงสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือว่า ขณะนี้ห้างโมเดิร์นเทรด ยืนยันว่ายังมีหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือในสต๊อกอยู่ และจะมีเข้ามาเติมเพิ่มมากขึ้นซึ่งได้ขอให้ห้างโมเดิร์นเทรด ร้านค้าสะดวกซื้อจำกัดปริมาณขายให้กับผู้บริโภคห้ามเกิน 10 ชิ้นต่อครั้งต่อคน เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือจนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภครายอื่น โดยให้มีผลในวันพรุ่งนี้ (6ก.พ.63)

จำกัดซื้อห้ามเกินคนละ 10 ชิ้น  เร่งแก้หน้ากากอนามัยขาดตลาด

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) ยังกำหนดให้ผู้ผลิต นำเข้า และผู้ค้า ที่มีสินค้าเกี่ยวข้องต้องแจ้ง ปริมาณสต๊อก ปริมาณนำเข้า ปริมาณการขาย และราคาที่ซื้อให้กับกรมการค้าในรับทราบ รวมถึงจะจำกัดการส่งออก หากมีการส่งออกหน้ากากอนามัยเกิน 500 ชิ้นขึ้นไป จะต้องขออนุญาตก่อนส่งออกทุกครั้งทุกล็อต เนื่องจากยอมรับว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณหน้ากากอนามัยขาดแคลนเพราะมีการส่งออกจำนวนมาก โดยปี 2562 มีการส่งออก 226 ล้านชิ้นสูงกว่าปี 2561 ที่ส่งออก 71 ล้านชิ้น จึงต้องจำกัดการส่งออกเพื่อให้มีเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ รวมถึงยังจัดตั้งศูนย์บริการจัดสรร ซึ่งอยู่ในกระทรวงพาณิชย์จะกระจายสินค้าให้กับกลุ่มผู้ที่จำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือก่อน โดยกลุ่มแรกคือ กลุ่มแพทย์ ชุมชนนักท่องเที่ยว และผู้ป่วย โดยกรมการค้าภายในจะประสานกับโรงงานผู้ผลิต เพื่อจัดสรรหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือให้กับ 3 กลุ่มที่มีความต้องใช้ต้องการใช้ก่อน โดยปริมาณจัดสรรจะดูจากปริมาณความต้องการใช้ มาตรการทั้งหมดจะมีผลภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้

จำกัดซื้อห้ามเกินคนละ 10 ชิ้น  เร่งแก้หน้ากากอนามัยขาดตลาด

จำกัดซื้อห้ามเกินคนละ 10 ชิ้น  เร่งแก้หน้ากากอนามัยขาดตลาด

“หากตรวจพบว่ามีการกักตุน และขายราคาเกินสมควรส่งผลต่อผู้บริโภคจะส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วจำนวน 10 สายออกไปตรวจสอบ ซึ่งจะมีโทษจำคุก 7 ปีและปรับ 140,000 บาท เพราะยอมรับว่าขณะนี้ปริมาณความต้องการหน้ากากอนามัยต่อเดือนเกิน 50 ล้านชิ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ไทยมีกำลังการผลิตเต็ม 600 ล้านชิ้นต่อปี และมีการส่งออกไปจีน ไต้หวัน ฮองกง ญี่ปุ่น สำหรับยอดร้องเรียนจากผู้บริโภคผ่านสายด่วน 1569 ทั้งไม่ติดป้ายราคาขาย ขายเกินราคา และปริมาณสินค้าขาดแคลน ณ ปัจจุบัน (ถึงวันที่ 5 ก.พ.2563) มีทั้งสิ้น 1,022 ราย ซึ่งหากผู้บริโภคพบเห็นการกักตุน หรือจำหน่ายเกินราคา สามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 ได้”

 

จำกัดซื้อห้ามเกินคนละ 10 ชิ้น  เร่งแก้หน้ากากอนามัยขาดตลาด

ขณะที่วันที่ 5 กุมภาพันธุ์ 2563 นายชาตรี อารีวงศ์ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลัง ครม.ประกาศให้หน้ากากอนามัย เจลแอลกอลฮอล์ล้างมือเป็นสินค้าควบคุม ห้ามขายเกินราคา ล่าสุดได้ส่งชุดสายสืบกระจายกำลังลงพื้นที่ 10 เส้นทาง เพื่อตรวจสอบตลาดร้านขายหน้ากากอนามัย ในพื้นที่ต่างๆ หลังพบว่าผู้ค้าบางรายยังฉวยโอกาสขายในราคาสูงเกินจริง

นายชาตรี แนะนำว่า หากผู้บริโภค พบเห็นผู้ที่ค้าขายแพงเกินจริงจากที่เคยซื้อให้ถ่ายรูปหรือเก็บใบเสร็จไว้และแจ้งที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อจับปรับ ไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชน สำหรับการกักตุนหน้ากากอนามัย-ขายเกินราคา มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท