
ขาดทุนยับ!ร้องประกันรายได้-จัดตั้งกองทุนกุ้งแห่งชาติ
สงขลาเดือด!! เกษตรกรผู้เรียกกุ้ง ร้อง ‘จุรินทร์’ อุ้มประกันรายได้เลียนโมเดล ข้าว ยาง ปาล์ม เผยราคาตกหนัก ขาดทุนยับ หลายรายปิดตัวทนเจ๊งไม่ไหวต้องเลิกเลี้ยงเป็นจำนวนมาก วอนรัฐช่วยด่วน ชดเชยรายได้ขนาด 50- 100 ตัว/กก. ราคา 130-240 บาท พ่วงตั้งกองทุนกุ้งแห่งชาติ ขีดเส้น 15 วันให้คำตอบ
กุ้งขาวแวนนาไม เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ผลิตได้ปีละประมาณ 6 แสนตัน นำรายได้เข้าประเทศเกือบแสนล้านบาท ต่อมาได้ประสบปัญหาโรคระบาดทำให้ผลผลิตลดลงเหลือ 3 แสนตัน/ปี ด้วยสถานการณ์ขณะนี้กุ้งราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องเหลือแค่ 30-50 บาท/กก. ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงและการเกิดโรคระบาดของกุ้ง สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้การเลี้ยงกุ้งมีความเสี่ยงสูงเกษตรกรต้องประสบภาวะขาดทุนทำให้เดือดร้อนมาก
นายครรชิต เหมะรักษ์ ประธานชมรมกุ้งสงขลา-นครศรีธรรมราชและประธานฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปลายปีนี้การเลี้ยงกุ้งคงจะยากขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะต้องเจอกับฤดูฝนที่กำลังจะถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ประกอบกับอุณหภูมิน้ำที่ต่ำ ฝนตกฟ้าร้องไฟฟ้าอาจจะดับบ่อย และอีกหลายปัญหา ที่เจอกันมาทั้งปี โรคขี้ขาว EMS ,Ehp ตัวแดง และที่ซ้ำร้ายที่สุด ราคาที่ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ และยาวนานมากปีนี้
“หลายๆคนอาจจะเหนื่อยและท้อ แต่ยังถอยหรือหยุดเลี้ยงกุ้งไม่ได้ ต้องตกอยู่ในสภาพจำยอมและต้องทำต่อไป เพราะมันเป็นอาชีพของพวกเรา ผมเองก็อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกับทุกท่าน ยังคงมีเพียงหัวใจที่ต้องสู้ต่อไป ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะยืนหยัดต่อไปได้แค่ไหน ที่ผ่านมาได้พยายามแก้ปัญหา แต่ทว่าเหมือนกับยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลยใช่ไหม?
นายครรชิต กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (9 ต.ค.62) ทางเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยยื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำหากปล่อยประละเลยไม่รับทราบ ไม่ดูแลอาชีพนี้คงต้องสูญหายแน่นอนในไม่ช้านี้ เพียงแต่คาดหวังว่าทุกปัญหาย่อมมีทางออก หากช่วยกันแก้ปัญหาอย่างจริงใจและเข้าใจ
สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้แก่ 1.ให้รัฐบาลมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ให้ไม่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต เช่นสินค้าข้าว ปาล์ม ยาง ฯลฯ ให้ชดเชยส่วนต่างขนาดกุ้งดังนี้
(1.)ขนาด 100 ตัว/กก. ราคา 130 บาท (2.) ขนาด 90 ตัว/กก. ราคา 140 บาท
(2.)ขนาด 80 ตัว/กก.ราคา 150 บาท (3.) ขนาด 70 ตัว/กก. ราคา 160 บาท
(4.)ขนาด 60/กก.ราคา 180 บาท (5.) ขนาด 50 ตัว/กก. ราคา 200 บาท
2.ต้นทุนค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้เลี้ยงกุ้ง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคควรคิดอัตราแยกการจัดเก็บเป็นประเภทเพื่อการเกษตรในอัตราที่เหมาะสม 3.ระยะยาวเพื่อความยั่งยืนและมีการบริหารจัดการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม มีหน่วยงานหรือองค์กรจัดการแบบเบ็ดเสร็จ วางแผน ดูแลและบริหารจัดการอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบ จึงควรจัดตั้ง”กองทุนกุ้งแห่งขาติ” ขึ้นมา ควบคู่กับการขยายตลาดส่งออกกุ้งในตลาดต่างประเทศ เพิ่มสายการบินเพื่อส่งกุ้งไปประเทศจีน (สนามบินกระบี่ ภูเก็ต หาดใหญ่) และส่งเสริมการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดีจากการเรียกร้องในครั้งนี้ขอให้มีคำตอบที่ชัดเจนภายใน 15 วัน คาดหวังว่าครั้งนี้ คงสำเร็จแน่นอนถ้าทุกคนช่วยกัน โดยเฉพาะผู้มีอำนาจหน้าที่ทั้งหลาย ..เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ขอความหวังด้วย!!











