
พาณิชย์มั่นใจปิดจ๊อบอาร์เซ็ป ปีนี้
ไทยเตรียมเปิดบ้านเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ป สมัยพิเศษ ครั้งที่ 9 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ‘จุรินทร์’ นั่งหัวโต๊ะนำรัฐมนตรีอาร์เซ็ปเคาะประเด็นคงค้าง หวังปิดจ๊อบการเจรจาสิ้นปีนี้ เพื่อสร้างโอกาสส่งออกสินค้าและการลงทุนของไทยเพิ่มมากขึ้น
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(อาร์เซ็ป) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 9 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม โดยการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีอาร์เซ็ปจะร่วมกันตัดสินใจประเด็นระดับนโยบายในเรื่องที่ยังคงค้างอยู่ และดำเนินการตามความตั้งใจของผู้นำ ที่จะประกาศความสำเร็จการเจรจาอาร์เซ็ปในปีนี้ โดยระหว่างวันที่ 10-11 ตุลาคม 2562 จะมีการประชุมระดับคณะกรรมการเจรจาจัดทำความตกลงอาร์เซ็ป ก่อนที่จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีในวันที่ 12 ตุลาคม 2562
การเจรจาอาร์เซ็ปได้เดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเจรจาแล้ว โดยผลจากการประชุมคณะกรรมการเจรจาอาร์เซ็ป ครั้งที่ 28 ณ เมืองดานัง สมาชิกสามารถปิดดีลได้เพิ่มอีก 6 บท ทำให้ขณะนี้สรุปได้แล้ว 13 บท และ 3 ภาคผนวก จากทั้งหมด 20 บท และ 3 ภาคผนวก ประกอบด้วย บทบัญญัติพื้นฐานและคำนิยามทั่วไป บทการค้าสินค้า บททรัพย์สินทางปัญญา บทบัญญัติทั่วไปและข้อยกเว้น บทการระงับข้อพิพาท บทบัญญัติสุดท้าย บทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบัน บทพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า บทมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช บทมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง บทความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ บทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และบทการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ รวมถึงภาคผนวกภายใต้บทการค้าบริการ คือ ภาคผนวกโทรคมนาคม ภาคผนวกการเงิน ภาคผนวกวิชาชีพ สำหรับอีก 7 บทที่เหลือ คือ บทการเยียวยาทางการค้า บทการแข่งขัน บทการค้าบริการ บทกฎถิ่นกำเนิดสินค้า บทการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา บทการลงทุน และบทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะสามารถได้ข้อสรุปในปีนี้
ทั้งนี้ ความตกลงอาร์เซ็ปจะช่วยให้การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเข้มแข็ง และสร้างสภาวะแวดล้อมทางการค้าและการลงทุนที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของภูมิภาค รวมถึงไทย ซึ่งสินค้าของไทยที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อเปรียบเทียบกับ FTA ที่ไทยมีอยู่ เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติกและเคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ยางล้อ เส้นใย สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง และกระดาษ เป็นต้น
นอกจากนี้ ความตกลงอาร์เซ็ปยังมีส่วนช่วยส่งเสริมให้การออกกฎระเบียบ และมาตรการด้านการลงทุนมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น และไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนจนเกินจำเป็น และช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในประเทศสมาชิกอาร์เซ็ปในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ ก่อสร้าง ค้าปลีก ธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านสุขภาพ ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และบันเทิง ธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคนิคตัดต่อภาพและเสียง การผลิตแอนิเมชั่น และเปิดรับการลงทุนคุณภาพที่ไทยยังมีความต้องการเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นในประเทศ และต่อยอดเป้าหมายการส่งเสริมอุตสาหกรรม S curve เช่น การวิจัยและพัฒนา สิ่งแวดล้อม โทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ การศึกษา การซ่อมบำรุงชิ้นส่วนอากาศยาน เป็นต้น











