
ชาวนาเฮลั่น 27 ส.ค.ครม.อัดงบ 5.31 หมื่นล้านลดต้นทุน
จับตา 27 ส.ค.ชาวนาได้ 3 เด้ง “ประกันรายได้ข้าว-จำนำยุ้งฉาง-ค่าเก็บเกี่ยว/ปัจจัยการผลิต” วงเงิน 5.31 หมื่นล้าน ลดต้นทุน ควบคู่สั่งให้ ก.พาณิชย์กล่อมพ่อค้าปุ๋ย/ยาปราบศัตรูพืช ลดราคา นบข.บี้ ธ.ก.ส.จี้ชาวนาขายข้าว 7 หมื่นตัน เร่งล้างสต็อกจูงใจให้เข้าร่วมโครงการใหม่
แหล่งข่าวคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม)ผลสรุปมาตรการที่จะช่วยเหลือชาวนา ได้แก่ 1. มาตรการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว การลดต้นทุนการผลิต การเก็บเกี่ยว และการพัฒนาคุณภาพข้าว เห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 (รอบที่ 1) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ตามที่ฝ่ายเลขานุการ นบข. เสนอ วงเงินงบประมาณ 21,495.74 ล้านบาท ดังนี้
“ชนิดข้าวและพื้นที่ดำเนินการในโครงการรประกันปีการผลิต 2562/62 ณ ราคาความชื้นไม่เกิน 15% ไม่เกินครัวเรือนละ 40 ไร่ โดยชดเชยเป็นจานวนตันในแต่ละชนิดข้าว ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาประกันรายได้ 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ราคาประกันรายได้ 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคาปรัน 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเหนียว ราคาประกันรายได้ 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ในกรณีเกษตรกรเพาะปลูกข้าวมากกว่า 1 ชนิด ใช้สิทธิ์ได้ไม่เกินจานวนขั้นสูงของข้าวแต่ละชนิดและเมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงของชนิดข้าวที่กำหนดไว้สูงสุด”
สำหรับเกษตรกรผู้มีสิทธิได้รับการชดเชย เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63(รอบที่ 1) กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 31 ตุลาคม 2562 ยกเว้นภาคใต้ ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2562 – 28 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ส่วนการทำสัญญาและชดเชยส่วนต่าง เกษตรกรต้องจัดทำสัญญาประกันรายได้กับ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ภูมิลาเนา (ตามทะเบียนบ้าน)ของเกษตรกร สาหรับเกษตรกรที่ทาการเพาะปลูกข้าวคนละจังหวัดที่เป็นภูมิลาเนาและมีความจำเป็นไม่สามารถเดินทางไปทำสัญญาประกันรายได้ที่จังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาได้ อนุโลมให้เกษตรกรทำสัญญาประกันรายได้กับ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่เพาะปลูกได้ตามความจำเป็นเป็นรายๆ ไป ธ.ก.ส. ชดเชยสวนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงเข้าบัญชี เกษตรกรโดยตรง จะใช้งบประมาณ วงเงิน 21,495.74 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 วงเงินงบประมาณ 25,482.07 ล้านบาท ( รับทราบมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2562)สนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 เห็นชอบโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิต การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 จะช่วย 500 บาท/ต่อไร่ จำนวนครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว และเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น วงเงินจ่ายให้เกษตรกร 24,810.49 ล้านบาท
“นบข. ยังเห็นชอบในหลักการมาตรการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก เสนอ วงเงินงบประมาณจ่ายขาดประมาณ 6,175.55 ล้านบาท ได้แก่ 1 โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก (จำนำยุ้งฉาง) วงเงินประมาณ 4,555.42 ล้านบาท เพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกในช่วงต้นฤดูกาลผลิต ซึ่งออกสู่ตลาดมาก โดยการเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางของเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกร และเพื่อรักษาระดับราคาข้าวเปลือกให้มีเสถียรภาพ บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรด้านค่าใช้จ่ายในครัวเรือน โดยให้สินเชื่อแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ซึ่งประกอบด้วยสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อชะลอการจาหน่ายผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว ข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ในเขตพื้นที่ปลูกข้าวทุกจังหวัดทั่วประเทศ”
2 โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร วงเงินประมาณ 1,048.13 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับระบบสหกรณ์ในการรวบรวม รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวชะลอปริมาณข้าวเปลือกบางส่วน มิให้ออกสู่ตลาดในช่วงเก็บเกี่ยว และเพื่อเก็บข้าวเปลือกไว้แปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มโดยการแปรรูปเป็นข้าวสาร โดยสนับสนุนสินเชื่อแก่ “สถาบันเกษตรกร” ซึ่งประกอบด้วย สหกรณ์กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจาหน่าย และ/หรือ เพื่อการแปรรูปอัตราดอกเบี้ย MLR-1 (ปัจจุบัน MLR ร้อยละ 5 ต่อปี) โดยให้สถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปีและรัฐบาลรับภาระดอกเบี้ย ในอัตราไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาในการขอรับเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล 15 เดือน
3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก วงเงินประมาณ 572 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการค้าข้าวให้สามารถรับซื้อข้าวเปลือกในช่วงต้นฤดูที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากจากเกษตรกร โดยไม่ต้องเร่งระบายผลผลิต และเก็บสต็อกไว้ในรูปข้าวเปลือกและข้าวสารทำให้ราคาตลาดข้าวภายในประเทศ มีเสถียรภาพ โดยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวที่เข้าร่วมโครงการเก็บสต็อกในรูปข้าวเปลือกและข้าวสาร เพื่อดูดซับผลผลิตในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก เป็นระยะเวลา 2 – 6 เดือนและรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3
แหล่งข่าว นบข. เผยผลดำเนินงานโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2562 มีผู้เข้าร่วมโครงการ 252,037 ราย ปริมาณข้าว 1.417 ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 70.86 ของเป้าหมาย 2 ล้านตัน จำนวนเงิน 15,681.01 ล้านบาท จำแนกเป็นเกษตรกร 252,169 ราย ปริมาณข้าว 1.398 ล้านตัน จำนวนเงิน 15,530.63 ล้านบาท และสถาบันเกษตรกร 1,868 ราย ปริมาณข้าว 18,750.60 ตัน จำนวน เงิน 150.38 ล้านบาท ไถ่ถอน 1.343 ล้านตัน คงเหลือข้าวเปลือก 7.4 หมื่นตันทั้งนี้ ขอให้ ธ.ก.ส.ประสานเกษตรกรที่ครบกาหนดระยะเวลาไถ่ถอนให้เร่งมาไถ่ถอนเนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวอยู่ในเกณฑ์ดี











