thansettakij
thansettakij
“แอลจี” เผยผลงานไตรมาส 2  เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์

“แอลจี” เผยผลงานไตรมาส 2 เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์

04 ส.ค. 62 | 03:29 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ส.ค. 62 | 10:42 น.

      แอลจี เผยผลประกอบการไตรมาส 2 และรายได้ครึ่งแรกของปี 2562 โกยไปแล้วกว่า 13.40 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 4.22 แสนล้านบาท อานิสงก์กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านสร้างกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่กลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กรอีกหนึ่งหัวหอกดันยอดขาย และมีส่วนสำคัญในการชดเชยรายได้จากการดำเนินงานที่ลดลงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ

      รายงานจาก แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อิงค์ (แอลจี) เปิดเผยว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศ สร้างสถิติยอดขายสูงสุดที่ 5.23 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.65 แสนล้านบาท) สำหรับไตรมาสที่สองของปี ซึ่งนับว่าเป็นยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอลจี อีเลคทรอนิคส์ โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากประเทศเกาหลีใต้ และภูมิภาคหลัก เช่น อเมริกาเหนือ ยุโรป และตะวันออกกลาง ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 16.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของปี 2561 ส่วนรายได้จากการดำเนินงานของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ก็ได้สร้างสถิติรายได้สูงสุดสำหรับช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน ที่ 615.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.94 หมื่นล้านบาท) ซึ่งผลกำไรที่สูงขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาด เช่น เครื่องปรับอากาศ รวมถึงการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

“แอลจี” เผยผลงานไตรมาส 2  เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์

      ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ รายงานรายได้ประจำไตรมาสที่สองที่ 3.15 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 9.92 หมื่นล้านบาท) ลดลง 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากความต้องการที่ลดลงในภูมิภาคต่างๆ เช่น ยุโรป และละตินอเมริกา ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมกีฬาครั้งใหญ่ไปในไตรมาสที่สองของปี 2561 และได้กระตุ้นยอดขายในช่วงดังกล่าวให้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับรายได้จากการดำเนินงานที่ 176.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 5.55 พันล้านบาท) ลดลงจากจากไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากได้มีการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างประสิทธิภาพด้านการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาดหลัก รวมทั้งยังเป็นผลมาจากการอ่อนตัวของค่าเงิน อย่างไรก็ตาม ได้มีการคาดการณ์ว่าความต้องการสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม เช่น ทีวี OLED ทีวี NanoCell และทีวีจอใหญ่ Ultra HD จะเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาสที่จะถึงนี้

“แอลจี” เผยผลงานไตรมาส 2  เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์

      ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ ประกาศยอดขายประจำไตรมาสที่สองของปี 2562 ที่ 1.38 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 4.35 หมื่นล้านบาท) ลดลง 21.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากความต้องการซื้อที่ลดลงในตลาดสมาร์ทโฟน และการต่อสู้ด้านราคาที่รุนแรงของผู้ผลิตจากประเทศจีน ในส่วนของยอดขายนั้น เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก 6.8% แต่ผลจากการดำเนินงานขาดทุน 268.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 8.45 พันล้านบาท) ซึ่งเป็นผลกระทบจากการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการย้ายฐานการผลิตสมาร์ทโฟนไปยังประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ คาดว่าการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคหมู่มาก (mass-tier) รวมกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ 5G จะทำให้ผลประกอบการไตรมาสที่สามเพิ่มสูงขึ้น

“แอลจี” เผยผลงานไตรมาส 2  เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์

      กลุ่มผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ รายงานรายได้ในไตรมาสที่สองที่ 1.22 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 3.84 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 63% จากไตรมาสที่สองของปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของระบบความบันเทิงภายในรถยนต์ และความต้องการซื้อที่สูงขึ้นสำหรับส่วนประกอบยานยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่ผลการดำเนินงานขาดทุน 47.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.51 พันล้านบาท) จากค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการริเริ่มโครงการใหม่หลายโครงการ และความล่าช้าในการจัดตั้งการผลิตสำหรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น จอแสดงผล Center Information Displays (CID) ในไตรมาสต่อๆ ไป บริษัทฯ จะมุ่งไปที่การสร้างเสถียรภาพให้แก่การผลิดและส่งมอบชิ้นส่วนให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ และให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของโครงการใหม่ ๆ เป็นอันดับแรก

“แอลจี” เผยผลงานไตรมาส 2  เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์

      ขณะที่กลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร สร้างยอดขายในช่วงไตรมาสที่สองที่ 579.29 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.82 หมื่นล้านบาท) สูงขึ้น 14.8% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และสูงขึ้น 8% จากไตรมาสแรก เนื่องมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์จอ LED และ OLED เชิงธุรกิจพาณิชย์ และแผงโซลาร์เซลล์ในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา และมีรายได้จากการดำเนินงาน 49.82 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.57 พันล้านบาท) อัตราการเติบโตปีต่อปีเพิ่มขึ้น 49% และอัตราการเติบโตไตรมาสต่อไตรมาสเพิ่มขึ้น 4.7% จากการพัฒนาประสิทธิภาพในด้านต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต โดยคาดว่าในอนาคตจอเชิงธุรกิจพาณิชย์และแผงโซลาร์แซลล์จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“แอลจี” เผยผลงานไตรมาส 2  เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์