thansettakij
thansettakij
วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

24 ก.ค. 62 | 10:10 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.ค. 62 | 06:45 น.

ผ่าปมร้อน ‘ประกันรายได้” สมาคมชาวนา ส่ง “ณรงค์” วิพากษ์หนัก ผวาชาวนาเสียคน ชี้ผลประโยชน์แท้จริงตกเจ้าของนา หวั่นลามกระทบผู้บริโภครับประทานข้าวแพง แต่ไม่ได้ห้ามแนะ พ่วงแผนพัฒนาชาวนามืออาชีพ สร้างความเข้มแข็ง

 

คนไทยทั้งประเทศทราบกันอย่างดีว่าในวันนี้ (วันที่ 25 ก.ค.62) จะเป็นวันแรกของการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อรัฐสภา จะเป็นไปตามนโยบายอย่างที่หาเสียงหรือไม่นั้น เกษตรกรจับตามองอยู่ว่าจะเป็นไปตามนโยบายที่หาเสียงหรือไม่ 

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

นายณรงค์ คงมาก  กรรมการสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า รัฐบาล ไม่ควรใช้ “เงิน” เป็นตัวล่อ บังตาบังใจชาวนาจนหยุดการพัฒนาอาชีพทำนา นโยบายประกันรายได้ไร่ละ 10,000 – 15,000 บาท จะเป็นการส่งเสริมทางอ้อมให้ชาวนา ไม่ยอมลดพื้นที่นา เพราะนโยบายนี้ เป็นหลักประกันที่ชัดเจนให้กับเจ้าของที่นา ( ซึ่งส่วนหนึ่งไม่ใช่คนทำนาจริง ) คนทำนาเช่า (คนทำนาตัวจริง)

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

จากเจ้าของที่นาอาจไม่ได้เป็นผู้ขึ้นทะเบียน เจ้าของที่นาอาจเป็นผู้ขึ้นทะเบียน เพื่อรับสิทธิดังกล่าวจะเป็นกรณีพิพาทในหลายพื้นที่ (จากข้อมูลพบว่าชาวนาที่เช่าที่นาทำนา มีประมาณ 29.24 ล้านไร่ ) เพราะหากเจ้าของที่นา มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาข้อตกลงกับผู้เช่านา เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ รับเงินตามโครงการฯ คนที่ได้ประโยชน์จากโครงการประกันรายได้ คือ เจ้าของที่นา ไม่ใช่ชาวนามาตรการและการบริหารจัดการให้ชาวนาได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง จริงฝ่าด่านหินอีกไม่ใช่น้อย

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

“หากรัฐบาลออกนโยบายประกันรายได้ และเจ้าของนา ออกแบบแบ่งโฉนดให้ได้ตามเกณฑ์ที่รัฐกำหนดทุกแปลง รอรับเงินจากรัฐไร่ละ 15,000 บาท นั้น รัฐต้องใช้งบประมาณ 930,000 แสนล้านบาท สนับสนุนชาวนา ซึ่งจะเป็นไปได้หรือ ? หรือหากสนับสนุนชาวนาครัวเรือนละละไม่เกิน 10 ไร่ จำนวน 4.3 ล้านครัวเรือน พื้นที่รับเงินตามโครงการประกันรายได้ เท่ากับ 43 ล้านไร่ ( จากทั้งหมด 62 ล้านไร่ ) ไร่ละ 15,000 บาท รัฐต้องใช้เงิน = 43,000,000 x 15,000 บาท = 645,000 แสนล้านบาท หรือลดลงเหลือ ไร่ละ 10,000 บาท รัฐก็ต้องใช้งบประมาณ 430,000 แสนล้านบาท”หากจ่ายทั้งหมด”

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

แต่ในทางปฏิบัติ รัฐจะคานวณ รายได้ของชาวนาก่อน กล่าวคือ รายได้จริงมาจาก ผลผลิตต่อไร่ x จำนวนเนื้อที่นา x ราคาข้าวที่ขายได้ เช่น เฉลี่ยรัฐประกาศ ราคาข้าวเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 8,000 บาท ( ทั้งนาปี และนาปรัง ) พื้นที่นาจำนวน 43,000,000 ไร่ x 520 กก.ต่อไร่ = 22,360,000 ตัน x 8,000 บาท/ตัน = 178,000 แสนล้านบาท

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

กล่าวคือ ชาวนาขายข้าวได้จริงจากราคาที่ประกาศ ตันละ 8,000 บาท ต่ำกว่ารายได้ ที่ประกาศไว้ ไร่ละ 10,000 บาท ดังนั้น รัฐต้องจ่ายชดเชยให้ชาวนา เป็นเงิน = 430,000 - 178,000 = 252,000 แสนล้านบาท โดยประมาณ

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

นายณรงค์ กล่าวว่า ในความเป็นจริง รัฐต้องจ่ายตามพื้นที่นาที่ขึ้นทะเบียนจริง (อาจไม่ใช่ตัวเลขดังกล่าว) หากรัฐทำนโยบายนี้ 4 ปี รัฐต้องใช้เงิน (จากตัวเลขสมมุติฐานข้างต้น ) ทั้งหมดประมาณ 1,008,000 ล้านล้านบาท อุดหนุนโครงการประกันรายได้ให้ชาวนา

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

ดังนั้นนโยบายอุดหนุนชาวนา แบบตามสิทธิที่นาครอบครอง โดยไม่สนใจ การพัฒนาคุณภาพการทำนา ไม่สนใจพัฒนาคุณภาพข้าวเปลือก ไม่สนใจการเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุน รัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล ดังกล่าวเป็นแนวนโยบายที่ต้องหยิบยกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก่อนจะลงมือดำเนินการ

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

นอกจากมาตรการลดพื้นที่นา ไม่ได้ตามแผนการพัฒนาข้าวและชาวนาในระดับมหภาคแล้ว นโยบายชดเชยหรืออุดหนุนในลักษณะนี้ ชาวนาจะไม่สนใจพัฒนาคุณภาพข้าว เพราะมาตรการไม่ได้กาหนดกฏเกณฑ์ว่าด้วยคุณภาพข้าว ขอให้มีพื้นที่นาขึ้นทะเบียนเท่านั้นในระยะสั้น เฉพาะหน้า ชาวนา และเจ้าของที่นา ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

สาหรับโรงสีและผู้ส่งออก มีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดี คือ สามารถกาหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกได้ตามกลไกตลาด หรือกาหนดราคาซื้อให้ถูกลง เพื่อนาไปขายแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ง่ายขึ้น เพราะมีรัฐคอยสนับสนุนส่วนต่างให้กับชาวนาอยู่แล้ว ผลเสีย คือ ระบบการพัฒนาข้าวและชาวนา  ในระบบใหญ่จะสร้างเสียหายอย่างมาก คุณภาพข้าวจะต่ำลง ศักยภาพในการแข่งขันด้านคุณภาพข้าวกับต่างประเทศจะลดลง หันมาขายข้าวคุณภาพต่ำราคาถูกกันอย่างเดียว

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

“ระยะสั้น ชาวนา โรงสี พ่อค้า แฮปปี้ มีความสุข แต่คนทั้งประเทศ และรัฐบาลรับภาระร่วม เพื่อให้ชาวนาอยู่รอด ผู้ประกอบการค้าข้าวอยู่ได้ แต่คนกิน ได้กินข้าวราคาถูกหรือไม่? ระยะยาว ชาวนาอ่อนแอ ผลิตข้าวคุณภาพไม่เป็น นายทุนใหญ่ ทุนต่างชาติ เข้ามาทานาแทน ผู้ประกอบการแฮปปี้ (อาจเหนื่อยมากขึ้น ) แต่คนทั้งประเทศทุกข์ หนี้สินล้นพ้นตัว กินข้าวราคาแพง (เพราะรัฐในอนาคตอุ้มชาวนาแบบนี้ไม่ได้ )”

วิพากษ์ ‘ประกันรายได้’ ผวาจะทำให้ชาวนาเสียคน

อย่างไรก็ดีสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เสนอให้รัฐออกนโยบายทางเลือกที่สาม คือ ระยะสั้นอุดหนุนชาวนาตามนโยบายแต่ให้พ่วงนโยบายและแผนงานพัฒนาชาวนาและองค์กรชาวนา พัฒนาคุณภาพข้าว พัฒนาระบบนาแปลงใหญ่ ให้ขบวนองค์กรชาวนาเข้มแข็ง เป็นชาวนามืออาชีพให้ได้ เมื่อชาวนาเข้มแข็งบริหารจัดการข้าวได้อย่างครบวงจรจะนาไปสู่การลดหรือหยุดการอุดหนุนลักษณะนี้ ให้รัฐใช้กระบวนการสร้าง “ปัญญาปฏิบัติ” ให้ชาวนามากขึ้น เพื่อพัฒนาให้ครัวเรือนชาวนาปลดหนี้สินได้ มั่งคั่ง มั่นคง เป็นกระดูกสันหลังที่แข็งแรงของประเทศอย่างแท้จริง