
รมต.เกษตรฯ ยันปลูกข้าวโพดหลังนา เกษตรกรขายได้กำไรชัวร์
รมต.เกษตรฯ สั่งการตรวจข้อมูลเกษตรกรอ.ภูซาง จ.พะเยา หลังพบข่าว ขายข้าวโพดหลังนาขาดทุน พบเป็นเกษตรกรนอกโครงการ ไม่ได้ขายตามจุดรับซื้อ ยันเกษตรกรโครงการ ยังมีกำไร 2,340 บาทต่อไร่
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดและสหกรณ์จังหวัดพะเยา เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่สื่อมวลชนบางฉบับลงข่าวว่า เกษตรกรใน อ.ภูซาง จ.พะเยา ไม่สามารถขายข้าวโพดได้ตามราคาประกาศของกระทรวงเกษตรฯ และอ้างว่ามี นายทุนเป็นผู้กำหนดราคาขายไม่ใช่รัฐบาล ทำให้เกษตรกรขายได้ราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และวิสาหกิจชุมชนที่อ้างต้องมารองรับปัญหาด้วยการช่วยซื้อข้าวโพด
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า เกษตรกรที่ปรากฎในข่าวไม่ได้เป็นเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการข้าวโพดหลังฤดูทำนา และจุดที่เกษตรกรไปจำหน่าย ไม่ได้เป็นจุดรับซื้อของสหกรณ์ตามโครงการฯ ที่ได้ทำ MOU ร่วมกันไว้
ส่วนเกษตรกรที่ขายให้กับจุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่โครงการฯ กำหนดไว้คือ สหกรณ์นิคมเชียงคำ จำกัด โดยมีสหกรณ์การเกษตรบ้านร่องส้าน จำกัด ที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง รองรับผลผลิตและส่งจำหน่ายต่อนั้น ราคาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามโครงการฯ โดยไม่วัดความชื้น จำหน่ายแบบเหมาทั้งฝัก ความชื้นอยูที่ประมาณ 30-34% ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่พอใจ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5.20 - 5.40 บาท และเกษตรกรในพื้นที่ สามารถผลิตได้ 1,200-1,500 กก.ต่อไร่ ทำให้มีรายได้จากการขายข้าวโพด เฉลี่ยไร่ละประมาณ 6,890 บาท ต้นทุนการผลิตต่อไร่ประมาณ 4,550 บาทต่อไร่ เกษตรกรก็ยังมีกำไรจากการผลิตต่อไร่ประมาณ 2,340 บาท
“โครงการสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาใน 37 จังหวัด ซึ่งเข้าฤดูเก็บเกี่ยวช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ จึงย้ำให้เกษตรกรทุกคนที่เข้าร่วมโครงการฯ ขายตามจุดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดไว้ ซึ่งมีสหกรณ์การเกษตรรับซื้ออยู่ทุกอำเภอ และเกษตรกรพิจารณาราคาได้จากหน้าโรงงาน อย่าหลงเชื่อพ่อค้าคนกลาง ที่มากดราคาขาย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯพร้อมดูแลเกษตรกรทุกคน แต่ทุกคนก็ต้องให้ความร่วมมือที่จะไปขายยังจุดที่กำหนดไว้ด้วย หรือประสานไปยัง สำนักงานสหกรณ์จังหวัด หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด ที่ใกล้บ้าน เพื่อขอข้อมูลว่า สามารถรับซื้อได้ที่จุดไหนบ้าง และประสานไปยังจุดรับซื้อผลผลิตที่มีกว่า 294 แห่ง โดยเป็นของสหกรณ์การเกษตร 262 แห่ง และจุดรับซื้อของภาคเอกชน 32 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 386 อำเภอ ใน 37 จังหวัด ทำให้เกษตรกรมีแหล่งขายผลผลิตที่แน่นอนช่วยลดต้นทุนค่าเดินทางให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี”
อย่างไรก็ตาม ผลจากการเก็บเกี่ยวที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรผลิตตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกษตร สามารถได้ผลผลิตเฉลี่ย ประมาณ 1200 – 1500 กก. ต่อไร่ ซึ่งราคาที่โรงงานรับซื้อ ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 5.20 บาท ซึ่งเป็นราคารับซื้อทั้งฝัก โดยไม่วัดความชื้น นอกจากนี้ ขอยืนยันว่า จะไม่มีการนำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากแหล่งผลิตอื่น มาลักลอบจำหน่ายยังจุดสหกรณ์ ที่เปิดเป็นจุดจำหน่ายแน่นอน เนื่องจากได้เปิด ระบบเว็บ corn service มากำกับการรับซื้อทุกพื้นที่ด้วยแล้ว











