thansettakij
thansettakij
SPCG หวังโกยรายได้ยาวจาก 3 บิ๊กโปรเจกต์ "โซลาร์ฟาร์ม" ที่ญี่ปุ่น

SPCG หวังโกยรายได้ยาวจาก 3 บิ๊กโปรเจกต์ "โซลาร์ฟาร์ม" ที่ญี่ปุ่น

27 ก.พ. 62 | 04:45 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.พ. 62 | 18:21 น.
SPCG เดินหน้าเต็มสูบเมกะโปรเจกต์ จับมือพันธมิตรแข็งแกร่งร่วมลงทุนระยะยาว-มีความมั่นคงสูง เก็บรายได้ระยะยาวจากโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น 3 โครงการใหญ่ กำลังผลิตรวม 575 เมกะวัตต์

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ "SPCG" เผยว่า นโยบายบริษัทฯ ยังคงมีความมุ่งมั่นขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการลงทุนในต่างประเทศนั้น จากบริษัทฯ มีการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 3 โครงการ ซึ่งในปีนี้นับเป็นปีแรกที่บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้แบบเต็มปีจากโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ โครงการ Tottori Yonago Mega Solar ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ณ เมือง Tottori ซึ่งได้ดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงไตรมาส 2 ปี 2561 ที่ผ่านมา


sp4

โดยโครงการนี้ เป็นการจับมือร่วมกับ Kyocera Corporation, Japan ผู้นำธุรกิจผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และบริษัท Tokyo Century Leasing Corporation หรือ TCL ผู้นำในธุรกิจเช่าซื้อในประเทศญี่ปุ่น โครงการดังกล่าวคาดว่าจะผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าระบบในปีแรกราว 36 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง หรือเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าราว 12,000 ครัวเรือน โดยจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ Chugoku Electric Power และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ราคา 36 เยนต่อหน่วย ระยะเวลา 20 ปี

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างเดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อ "Ukujima Mega Solar Project" บนเกาะ Ukujima เมืองนางาซากิ ด้วยขนาดกำลังการผลิต 480 เมกะวัตต์ โครงการดังกล่าวเป็นการร่วมทุนของ 8 บริษัท ได้แก่ Kyocera Corporation, Kyudenko Corporation, Mizuho Bank, SPCG Pubic Company Limited, Tokyo Century Corporation, Furukawa Electric Company Limited, Tsuboi Corporation และ The Eighteenth Bank Limited ด้วยงบประมาณการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 200 Billion Yen (หรือประมาณ 1.8 Billion USD หรือประมาณ 55,000 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน = 30.84 ณ วันที่ 26 ก.พ. 62) โครงการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มการก่อสร้างในปี 2019 โดยมีอัตรารับซื้อไฟฟ้า FIT ตามเดิม


sp

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการโซลาร์ฟาร์มที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 1 โครงการ ที่เมืองฟูกุโอกะ ขนาดกำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการโซลาร์ฟาร์มที่มีขนาดเล็กกว่า โครงการ Ukujima จึงคาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จได้ก่อน โดยโครงการนี้จะใช้เงินลงทุนกว่า 9,000 ล้านบาท

"นโยบายของบริษัทฯ ในการลงทุนโครงการต่าง ๆ จะเน้นการลงทุนระยะยาวและมีความมั่นคงสูง ซึ่งการลงทุนในต่างประเทศมีปัจจัยสำคัญหลายด้าน การมีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีและมีความเข้มแข็งจึงเป็นสิ่งสำคัญ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่แสวงหาโอกาสและทางเลือกการลงทุนด้านพลังงานทดแทนในต่างประเทศต่อไป เพื่อสร้างการเติบโตขยายฐานธุรกิจและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทผู้ถือหุ้นอีกด้วย" กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสพีซีจีฯ กล่าวทิ้งท้าย


sp1

ทั้งนี้ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG มีแผนการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2562 โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตกว่า 7,000 ล้านบาท เติบโตจาก 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจ Solar Roof ในปี 2562 นี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ปี 2018 ในส่วนของโซลาร์ภาคประชาชนจำนวน 100 เมกะวัตต์ ซึ่งเชื่อว่าจะกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวและมีความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Roof มากขึ้นในปีนี้ นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผล จากผลการดำเนินงานประจำปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 1.20 บาท

sp3

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว