
"นาฬิกาแฟชั่น" โตแรง 'น็อต' รุกเจาะไทย
ตลาดนาฬิกาแฟชั่นแรงไม่หยุด "รอนนี่ อินเตอร์" ส่งแบรนด์ 'น็อต' ตีตลาดนิวเจเนอเรชัน ชูจุดเด่นสินค้า Made in Japan ดีไซน์หลากรูปแบบรับเทรนด์ พร้อมขยายเจาะโมเดิร์นเทรด ทั้งคอนเซ็ปต์สโตร์และ Groove & Groovy รุกตลาด
นายรอนนี่ โกรเวอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอนนี่ อินเตอร์-เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากต่างประเทศ อาทิ Knot, Daniel Wellington, We-wood, Victoria, See By Chloe, Calvin Klein Jeans, Diadora และ Hey Dude เป็นต้น เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภาพรวมการแข่งขันในตลาดนาฬิกาเมืองไทยในปัจจุบันมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากผลการสำรวจในปีที่ผ่านมา พบว่า สินค้าลักชัวรีที่คนไทยนิยมซื้อสูงสุด คือ นาฬิกา โดยมีสัดส่วนมากถึง 21% จากภาพรวมการจับจ่ายสินค้าลักชัวรี ขณะที่ พฤติกรรมการจับจ่ายของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปหันมามองหารูปแบบดีไซน์นาฬิกาที่มีความแปลกและแตกต่างไม่เหมือนใคร เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์และตัวตน
"พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในยุคปัจจุบันมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์การบุกตลาดนาฬิกาแฟชั่นของแบรนด์น็อต (Knot) ที่มีโพสิชันเป็นแบรนด์นาฬิการะดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น ภายใต้นโยบายการทำตลาดที่ให้ความสำคัญกับการชูจุดเด่นด้านดีไซน์ ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ กับคอลเลกชันที่หลากหลาย ด้วยตัวเรือนกับสายกว่า 1 หมื่นรูปแบบ มาบุกตลาดแฟชั่นประเทศไทย เน้นดีไซน์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันยังเป็นการตอบโจทย์เทรนด์แฟชั่นตามยุคสมัย และรองรับความต้องการของผู้บริโภค"
ขณะที่ แผนการทำตลาดของบริษัทนับจากนี้ นอกจากจะให้ความสำคัญในเรื่องของดีไซน์ที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้จุดเด่นด้านวัสดุและคุณภาพในแบบ Made in Japan ทุกชิ้น ที่มี Partner เป็นแหล่งผลิตคุณภาพดี 5 โรงงานจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับเรื่องวัสดุและคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่นและในระดับโลกแล้ว ยังจะให้ความสำคัญกับการขยายตลาดโมเดิร์นเทรดและศูนย์การค้าชั้นนำ เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน, เอ็มควอเทียร์, สยาม ทาคาชิมาย่า และจังซีลอน ภูเก็ต ภายใต้ชื่อร้าน Groove & Groovy นอกจากนี้ยังมีร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ สาขาสุขุมวิท 26 และสุขุมวิท 47
"ปีที่ผ่านมา Knot ได้เข้ามาสร้างความคึกคักให้กับตลาดนาฬิกาในเมืองไทยได้เป็นอย่างดี ภายใต้การแข่งขันของตลาดนาฬิกาแฟชั่นที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ทว่าจากจุดเด่นของแบรนด์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ทำให้แบรนด์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศไทย"
อย่างไรก็ตาม บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตในสิ้นปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 15% จากปีที่ผ่านมา พร้อมกับวางเป้าหมายระยะยาวด้วยการมีส่วนแบ่งการตลาด 3% ในภาพรวมกลุ่มนาฬิกาแฟชั่นประเทศไทย หรือคิดเป็นมูลค่า 400 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า
หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3441 ระหว่างวันที่ 3-6 กุมภาพันธ์ 2562
นายรอนนี่ โกรเวอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอนนี่ อินเตอร์-เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากต่างประเทศ อาทิ Knot, Daniel Wellington, We-wood, Victoria, See By Chloe, Calvin Klein Jeans, Diadora และ Hey Dude เป็นต้น เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภาพรวมการแข่งขันในตลาดนาฬิกาเมืองไทยในปัจจุบันมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากผลการสำรวจในปีที่ผ่านมา พบว่า สินค้าลักชัวรีที่คนไทยนิยมซื้อสูงสุด คือ นาฬิกา โดยมีสัดส่วนมากถึง 21% จากภาพรวมการจับจ่ายสินค้าลักชัวรี ขณะที่ พฤติกรรมการจับจ่ายของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปหันมามองหารูปแบบดีไซน์นาฬิกาที่มีความแปลกและแตกต่างไม่เหมือนใคร เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์และตัวตน
"พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในยุคปัจจุบันมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์การบุกตลาดนาฬิกาแฟชั่นของแบรนด์น็อต (Knot) ที่มีโพสิชันเป็นแบรนด์นาฬิการะดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น ภายใต้นโยบายการทำตลาดที่ให้ความสำคัญกับการชูจุดเด่นด้านดีไซน์ ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ กับคอลเลกชันที่หลากหลาย ด้วยตัวเรือนกับสายกว่า 1 หมื่นรูปแบบ มาบุกตลาดแฟชั่นประเทศไทย เน้นดีไซน์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันยังเป็นการตอบโจทย์เทรนด์แฟชั่นตามยุคสมัย และรองรับความต้องการของผู้บริโภค"
ขณะที่ แผนการทำตลาดของบริษัทนับจากนี้ นอกจากจะให้ความสำคัญในเรื่องของดีไซน์ที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้จุดเด่นด้านวัสดุและคุณภาพในแบบ Made in Japan ทุกชิ้น ที่มี Partner เป็นแหล่งผลิตคุณภาพดี 5 โรงงานจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับเรื่องวัสดุและคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่นและในระดับโลกแล้ว ยังจะให้ความสำคัญกับการขยายตลาดโมเดิร์นเทรดและศูนย์การค้าชั้นนำ เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน, เอ็มควอเทียร์, สยาม ทาคาชิมาย่า และจังซีลอน ภูเก็ต ภายใต้ชื่อร้าน Groove & Groovy นอกจากนี้ยังมีร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ สาขาสุขุมวิท 26 และสุขุมวิท 47
"ปีที่ผ่านมา Knot ได้เข้ามาสร้างความคึกคักให้กับตลาดนาฬิกาในเมืองไทยได้เป็นอย่างดี ภายใต้การแข่งขันของตลาดนาฬิกาแฟชั่นที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ทว่าจากจุดเด่นของแบรนด์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ทำให้แบรนด์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศไทย"
อย่างไรก็ตาม บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตในสิ้นปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 15% จากปีที่ผ่านมา พร้อมกับวางเป้าหมายระยะยาวด้วยการมีส่วนแบ่งการตลาด 3% ในภาพรวมกลุ่มนาฬิกาแฟชั่นประเทศไทย หรือคิดเป็นมูลค่า 400 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า
หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3441 ระหว่างวันที่ 3-6 กุมภาพันธ์ 2562






