thansettakij
thansettakij
'โออิชิกรุ๊ป' เปิดแนวรบ! โกยรายได้ 1.2 หมื่นล้าน จิ๊กซอว์เสริมแกร่ง 'ไทยเบฟ'

'โออิชิกรุ๊ป' เปิดแนวรบ! โกยรายได้ 1.2 หมื่นล้าน จิ๊กซอว์เสริมแกร่ง 'ไทยเบฟ'

21 ธ.ค. 61 | 07:47 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ธ.ค. 61 | 10:41 น.
เปิดยุทธศาสตร์ "โออิชิ กรุ๊ป" ทุ่ม 1,000 ล้านบาท สยายปีก 3 ขาธุรกิจ "เครื่องดื่ม-ร้านอาหาร-อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน" เสริมแกร่งไทยเบฟสู่วิชัน 2020 มุ่งเป้าสู่ความเป็น King of Japanese ขึ้นแท่น Some Body ของอาเซียนในปี 2563



01_สีสัน OISHI Moving Forward 2019
หลังจากการประกาศวิชัน 2020 (ปี 2558-2563) ของเครือไทยเบฟ ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำอาหารและเครื่องดื่มในอาเซียนกับ 3 ขาธุรกิจหลัก อันได้แก่ สุรา, เบียร์, เครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ และอาหาร และชื่อของ "โออิชิ กรุ๊ป" คือ อีกหนึ่งบริษัทลูกที่เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะผลักดันแผนงานของไทยเบฟให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ผ่าน 3 ขาธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม กลุ่มร้านอาหาร และกลุ่มอาหารสำเร็จรูป-พร้อมทาน หรือ Packaged Food ที่จะชูขึ้นมาเป็นธุรกิจหลักล่าสุด ในการขับเคลื่อนรายได้ของ โออิชิ กรุ๊ป โดยมี "นางนงนุช บูรณะ เศรษฐกุล" นำทัพใหญ่ในครั้งนี้


04_คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล

นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยํ้าเป้าหมายของโออิชิในช่วง 2 ปีนับจากนี้ ว่า เพื่อตอกยํ้าความเป็นผู้นำสร้างสรรค์อาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนรุ่นใหม่ สู่เป้าหมายปี 2563 คงความเป็น King of Japanese โดยแผนงานในปีหน้าจะยังคงจะยํ้าภาพความเป็นผู้นำในตลาดทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยใช้งบประมาณการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวิชัน 2020 ของทางเครือ ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องของนวัตกรรม (Innovation) และการส่งออก (Export) รวมไปถึงการซินเนอร์ยีกันระหว่างธุรกิจของบริษัทและในเครือไทยเบฟ คือ หัวใจสำคัญของแผนงานให้เป็นไปตามเป้าหมายในการเป็นเบอร์ 1 ในเมืองไทยต่อเนื่อง และยังหมายรวมถึงการเป็น Some Body ในภูมิภาคอาเซียน


MP36-3428-1

ขณะที่ แผนงานนับจากนี้ คือ การเดินเครื่องรุกตลาดเครื่องดื่มมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดย นางเจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หัวเรือใหญ่ธุรกิจเครื่องดื่ม ย้ำว่า จะเน้นการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์เทรนด์การดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีการรีลอนช์สินค้าขายดี นำกลับมาทำตลาดใหม่ อย่าง ชาเขียวพร้อมดื่มรสฮันนี่ เลมอน ที่สามารถสร้างสัดส่วนยอดขายได้สูงถึง 60% จากยอดขายทั้งหมด และการปรับภาพ โออิชิ คาบูเซฉะ สู่ภาพลักษณ์ที่สดใหม่ในชื่อ โออิชิ โกลด์ เก็นไมฉะ ชาข้าวคั่วญี่ปุ่นสูตรเฉพาะตั้งแต่ปี 1930

ด้าน นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โออิชิมุ่งรักษาความเป็นเจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น (King of Japanese Food) อย่างต่อเนื่อง ด้วย 3 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 1.Driving Organic Growth มุ่งเน้นสร้างคุณค่าของสินค้าและบริการ เพื่อการเติบโตที่มั่นคงยั่งยืน 2.Driving Operational Excellence มุ่งเน้นพัฒนากระบวนการทำงานด้านต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า 3.Store Expansion มุ่งเน้นขยายพื้นที่ให้บริการและสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนใช้เงินลงทุน 400-500 ล้านบาท ขยายสาขาเพิ่ม 19 แห่ง ในปี 2562 โดยแบรนด์หัวหอกหลักจะยังคงเป็นแบรนด์ชาบูชิ ที่เน้นขยายสาขาในเขตเทียร์ 3 (ระดับอำเภอ) พื้นที่สาขามีขนาดเล็ก ตั้งแต่ 160-200 ตร.ม. มากขึ้น จากสาขาปกติที่มีขนาด 350 ตร.ม. และสขายสาขาในรูปแบบดีลิเวอรีมากขึ้น และยังมีการปรับโซนดีลิเวอรีใหม่ ลดเวลาการจัดส่งจาก 45 นาที เหลือ 30 นาที


B86A461-66C9787-9FA751E copy

แน่นอนว่า การจะรักษาตำแหน่งผู้นำอาหารญี่ปุ่นในไทยนั้น เพียงแค่ธุรกิจร้านอาหารอาจจะไม่เพียงต่อการรักษาบัลลังก์ไว้ ดังนั้น ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โออิชิ กรุ๊ป จึงได้เปิดตัวขาธุรกิจใหม่ "กลุ่มอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน" หรือ Packaged Food ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ไลน์สินค้าดังกล่าวถูกผูกไว้กับกลุ่มธุรกิจอาหารมาเป็นเวลานาน ด้วยหวังสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่บริษัท เพื่อให้สอดรับกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนเมืองมากขึ้น ทั้งแบบ Ready-To-Cook (พร้อมปรุง) และแบบ Ready-To-Eat (พร้อมทาน)

"นับจากนี้ จะมีการ Revamp กลุ่มอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานของโออิชิให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากขึ้น ภายใต้กลยุทธ์ "One Brand" หรือ การสร้างแบรนด์ภายใต้ร่มแบรนด์ใหญ่เดียวกัน สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันให้กับแบรนด์ ควบคู่ไปกับการบริหารช่องทางการจัดจำหน่ายและการกระจายสินค้าเชิงรุกผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรกลุ่มธุรกิจในเครือ โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดขายทั้งในช่องทางหลัก ซึ่งได้แก่ ร้านสะดวกซื้อ และมุ่งเน้นเจาะตลาดใหม่ ได้แก่ OMT (Other Modern Trade) Food Service และ HORECA ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนในไตรมาส 2 ของปีหน้า" นางสาวเมขลา เนติโพธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว

ทั้งนี้ โออิชิ กรุ๊ป มีรายได้ (1 ต.ค. 60 - 30 ก.ย. 61) 12,596 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจเครื่องดื่ม 48% และร้านอาหาร 52% มีกำไรกว่า 1,800 ล้านบาท โดยสิ้นปี 2561 คาดว่าจะมีรายได้ 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท ตํ่ากว่าปีก่อน 20% ส่วนปีหน้าเชื่อว่า สถานการณ์จะกลับมาดีขึ้นหลังจากการเลือกตั้ง การพัฒนาสินค้าใหม่ออกทำตลาด และจากการส่งออกที่ดีขึ้น

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,428 ระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2561

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว