
สแตนดาร์ดตั้งเป้า รายได้ค่าฟีโต20%
“สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด” วาดเป้ารายได้ค่าธรรมเนียมทั้งปีนี้โต 20% เล็งต่อยอด ขยายธุรกิจ องค์กร ระหว่างประเทศ ทั้งรายเดิมและรายใหม่รุกลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในอีอีซี หลังกรุ๊ปลงทุนจัดตั้ง“SC-Venture สิงคโปร์”
นายพลากร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกรุ๊ปได้จัดตั้ง บริษัท เอสซี เวนเจอร์ ขึ้นในสิงคโปร์ เพื่อศึกษาเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานและลงทุนด้านเทคโนโลยี Block Chain และ Ripple และอยู่ในขั้นตอนทดลองพัฒนาหนังสือคํ้าประกันระบบอิเล็กทรอนิกส์บนบล็อกเชน(e- L/G) บริการพร้อมเพย์ ใน Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ซึ่งด้านบริการพร้อมเพย์ส่วนนิติบุคคลยังอยู่ในช่วงการพัฒนาปรับเปลี่ยนระบบ ทำให้ผลตอบรับไม่มากนัก
นายพลากรกล่าวต่อว่า ช่วงที่เหลือปีนี้ ธนาคารยังมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าทั้งธุรกิจองค์กร สถาบัน และธุรกิจต่างชาติ องค์กรระหว่างประเทศ โดยในส่วนรายได้จากการบริหารเงินสดคาดว่า ทั้งปีจะเติบโตได้ 20% จากเป้าหมายรวมธุรกิจทั้งปี ที่คาดว่าจะเติบโตได้ 2 หลัก ซึ่ง 5 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำได้ตามแผนและเดินหน้าขยายธุรกรรมกับลูกค้าเก่าและบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในแต่ละเซ็กเมนต์ในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี)
“เรายังนำบริการ Virtual Accounts บัญชีเสมือน เพื่อช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการจัดการบัญชี ทำให้ต้นทุนลดลง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบัญชีต่อปีโดยคาดว่าสิ้นปี จะมีลูกค้าองค์กรเป็นหลักร้อยรายจากปัจจุบันเริ่มให้ความสนใจราว 10 ราย หลังจากบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือ GPSCทำธุรกิจไฟฟ้าใน กลุ่มปตท.เลือกใช้นวัตกรรมเป็นรายแรก”
นายพลากร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกรุ๊ปได้จัดตั้ง บริษัท เอสซี เวนเจอร์ ขึ้นในสิงคโปร์ เพื่อศึกษาเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานและลงทุนด้านเทคโนโลยี Block Chain และ Ripple และอยู่ในขั้นตอนทดลองพัฒนาหนังสือคํ้าประกันระบบอิเล็กทรอนิกส์บนบล็อกเชน(e- L/G) บริการพร้อมเพย์ ใน Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ซึ่งด้านบริการพร้อมเพย์ส่วนนิติบุคคลยังอยู่ในช่วงการพัฒนาปรับเปลี่ยนระบบ ทำให้ผลตอบรับไม่มากนัก
นายพลากรกล่าวต่อว่า ช่วงที่เหลือปีนี้ ธนาคารยังมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าทั้งธุรกิจองค์กร สถาบัน และธุรกิจต่างชาติ องค์กรระหว่างประเทศ โดยในส่วนรายได้จากการบริหารเงินสดคาดว่า ทั้งปีจะเติบโตได้ 20% จากเป้าหมายรวมธุรกิจทั้งปี ที่คาดว่าจะเติบโตได้ 2 หลัก ซึ่ง 5 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำได้ตามแผนและเดินหน้าขยายธุรกรรมกับลูกค้าเก่าและบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในแต่ละเซ็กเมนต์ในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี)
“เรายังนำบริการ Virtual Accounts บัญชีเสมือน เพื่อช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการจัดการบัญชี ทำให้ต้นทุนลดลง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบัญชีต่อปีโดยคาดว่าสิ้นปี จะมีลูกค้าองค์กรเป็นหลักร้อยรายจากปัจจุบันเริ่มให้ความสนใจราว 10 ราย หลังจากบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือ GPSCทำธุรกิจไฟฟ้าใน กลุ่มปตท.เลือกใช้นวัตกรรมเป็นรายแรก”






