thansettakij
thansettakij
‘เมจิ’รีแบรนดิ้ง ทุ่ม470ล.ยกเครื่องใหญ่รอบ10ปี

‘เมจิ’รีแบรนดิ้ง ทุ่ม470ล.ยกเครื่องใหญ่รอบ10ปี

26 พ.ค. 61 | 05:25 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ค. 61 | 12:25 น.
ซีพี-เมจิ ทุ่มกว่า 470 ล้านบาท ปรับใหญ่รอบ 10 ปี ทั้งแพ็กเกจจิ้ง ภาพลักษณ์ พร้อมเปิดตัว 5 รสชาติใหม่ พร้อมดึงวี-วิโอเลต วอเทียร์ เป็นพรีเซนเตอร์ครั้งแรกเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ หวังกระทุ้งตลาดให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง หลังภาพรวมปีที่ผ่านมาติดลบ 10%

นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ผู้ผลิตและผู้นำตลาดด้านนมสดพาสเจอไรซ์และโยเกิร์ต “เมจิ” เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดดยเกิร์ตแบบถ้วยมูลค่ากว่า 4,300 ล้านบาทในปีที่ผ่านมามีการเติบโตติดลบ 10% เนื่องมาจากหลายปัจจัยทั้งภาพรวมเศรษฐกิจและการบริโภคที่ลดลงของผู้บริโภค โดยในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ภาพรวมตลาดยังคงติดลบ 6% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นและอัตราการบริโภคโยเกิร์ตของคนไทยลดลง 10% เหลือแค่ 4 กก.ต่อคนต่อปี

ขณะที่ชาวญี่ปุ่นบริโภคมากกว่าไทย 1 เท่าครึ่ง ส่วนชาวยุโรปบริโภคมากกว่าไทย 5 เท่าตัว รวมทั้งผู้นำตลาดไม่ได้มีการขับเคลื่อนธุรกิจในตลาดรวมมากนักจึงทำให้ตลาดรวมค่อนข้างทรงตัวและลดลง สวนทางกับการเติบโตของบริษัทที่ยังถือว่าเติบโตเป็นบวกได้อยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวสินค้ารสชาติใหม่ในกลุ่มสินค้าโยเกิร์ตเมจิในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นภาพรวมตลาดโยเกิร์ตให้กลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้บริษัทได้เตรียมรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดจึงได้ใช้เงินลงทุน 470 ล้านบาท เพื่อปรับแบรนด์ครั้งใหญ่รอบ 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นการ เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่ ให้ทันสมัยสีสันสดใสโดดเด่นบนชั้นวาง ด้วยดีไซน์สวยงามทันสมัย รูปทรงถ้วยฐานสี่เหลี่ยมสะดุดตา ด้วยนวัตกรรมการพิมพ์แบบใหม่ที่ทำให้ภาพคมชัด ที่สำคัญ ฝาใหม่เปิดง่าย ไม่บาดมือ แต่แข็งแรงทนทานกว่าเดิม เพื่อให้ผู้บริโภคสะดวกใช้งานมากขึ้น อีกทั้งยังมีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์สดใสทันสมัย นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวรสชาติของโยเกิร์ต กลุ่มตลาดแมสแบบถ้วยใหม่ทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ โยเกิร์ตรสออริจินัล, โยเกิร์ตผสมสตรอว์เบอร์รี่, โยเกิร์ตผสมวุ้นมะพร้าว, โยเกิร์ตผสมผลไม้รวม และโยเกิร์ต ผสมมิกซ์เบอร์รี่ ในรูปแบบถ้วยขนาด 135 กรัม ราคา 14 บาท วางจำหน่ายที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศโดยเน้นเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพผู้ชายและผู้หญิงอายุ 15-29 ปี

สำหรับรูปแบบการทำตลาดนับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็น ยูทูบ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ โฆษณาต่อเนื่อง เป็นต้นพร้อมดึง วี-วิโอเลต วอเทียร์ เป็นพรีเซนเตอร์ครั้งแรกของกลุ่มโยเกิร์ตถ้วยเพื่อเจาะตลาดแมส รวมทั้งยังได้ปรับปรุงไลน์การผลิตที่โรงงานเดิม และเพิ่มกำลังผลิตขึ้นอีก 1 เท่าตัว เพื่อรองรับการขยายตลาดทั้งในประเทศและส่งออก จากปัจจุบันส่งออกสัดส่วน 20% ตลาดหลักคือสิงคโปร์และฮ่องกง นอกจากนี้ยังเริ่มเข้าไปขยายตลาดในปลุ่มประเทศแถบซีแอลเอ็มวีแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายช่วยผลักดันให้กลุ่มโยเกิร์ตมียอดขายเติบโตสูงขึ้น 50% และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจาก 13% เป็น 16% ในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้บริษัทวางเป้าหมายรวมปีนี้ทั้งกลุ่มโยเกิร์ตและนมเติบโต 8% หรือมีมูลค่า 9,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มียอดขาย 8,200 ล้านบาท แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์นม 80% และโยเกิร์ต 20% โดยในส่วนของโยเกิร์ต สัดส่วนส่งออก 20% และจะเพิ่มเป็น 30% ในปีหน้า อย่างไรก็ตามสำหรับภาพรวมผลิตภัณฑ์นมยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดโยเกิร์ตเมื่อปีที่ผ่านมาติดลบ 10% จากมูลค่าตลาดรวมโยเกิร์ต 4,300 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มแมส 80% และกลุ่มพรีเมียม 20%

หน้า 35 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3368 ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ค.61
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business