วิชันทายาทดุสิตฯปั๊มแบรนด์“อาศัย”รุกกลุ่มมิลเลนเนียล

16 พ.ค. 2561 เวลา 5:41 น. 278
การเปิดตัวแบรนด์อาศัย(ASAI)ซึ่งเป็นแบรนด์บริหารโรงแรมแนวไลฟ์สไตล์มิลเลนเนียล ที่ดำเนินการโดยบริษัท อาศัยโฮลดิ้งส์ จำกัด โดยดุสิตธานี ถือหุ้น 100% ทุนจดทะเบียน 75 ล้านบาท จัดเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจดุสิตธานี ด้วยการกระจายความสมดุลของพอร์ตโรงแรมในมือให้ครอบคลุมลูกค้าในทุกเซ็กเม้นท์ คอนเซ็ปต์แบรนด์นี้จะเป็นอย่างไร และมีทิศทางในการขยายธุรกิจอย่างไร อ่านได้จากสัมภาษณ์"นายศิรเดช โทณวณิก " กรรมการผู้จัดการบริษัท อาศัยโฮลดิ้งส์ จำกัด

ชู “อาศัย”รุกกลุ่มมิลเลนเนียล
ศิรเดช เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนจะมาเป็นแบรนด์อาศัยว่า เราได้ทำวิจัยมากว่า 14-15 เดือน โดยดูทุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย ดูว่าทั่วโลกมีอะไรที่มันหายไป ในที่สุดก็พบว่ายังไม่มีโรงแรมไทยหรือเอเชีย เข้าไปเจาะตลาดมิลเลนเนียล ทั้งๆที่การเติบของรายได้โรงแรมในตลาดนี้จะขยายตัวราว 8.8% ต่อปี ส่วนรายได้จากเชนบริหารโรงแรมทั่วไปจะอยู่ที่ 7.5%ต่อปี

ประกอบกับในแต่ละปีนักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียล มีการเดินทางทั่วโลกกว่า 190 ล้านคนและองค์การท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ(UNWTO) คาดการณ์ว่าจะถึง 300 ล้านคนในปี2563 หรือครองส่วนแบ่งกว่า 30% ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางต่างประเทศทั้งหมด แสดงให้เห็นชัดเจนว่าตลาดนี้มีโอกาสที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีไดนามิกมาก

dusit

ทำให้เราเห็นช่องว่างในการเข้าไปเจาะตลาดนี้ โดยวางตัวตนว่าเป็น"Affordable Luxury Lifestyle " ทั้งยังมองคู่แข่งที่เป็นเชนต่างประเทศ ที่มีการเปิดตัวเแบรนด์ลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ เช่น แบรนด์ซิตี้เซ่นเอ็ม จากเนเธอร์แลนด์ แบรนด์ม็อกซี่ ของเชนแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล แบรนด์มามา เชลเตอร์ และแบรนด์โจแอนด์โจ ของเชนแอคคอร์ โฮเทล จากนั้นจึงดูว่าลูกค้าต้องการอะไร จึงดีไซน์บุคคลิกของแบรนด์อาศัยออกมา

โฟกัสแบรนด์คาแร็กเตอร์
แบรนด์อาศัยจะเน้นวางยุทธศาสตร์ที่แตกต่าง คือ สร้างให้โรงแรมมีมาตรฐานคุณภาพที่เหมาะสม ผสานความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมต่างๆในทวีปเอเชีย เพื่อมอบประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆทั่วโลกให้เที่ยว กินและพักเหมือนกับเป็นคนท้องถิ่น(Live Local) ตามย่านต่างๆในเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกผ่านพนักงานโรงแรม โดยพนักงานของอาศัย

เสาหลักของแบรนด์เรา จะเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ที่นอนสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานขั้นพื้นฐานทุกอย่าง ที่ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการแม้ขนาดของห้องพักจะอยู่ที่15-16 ตารางเมตร ซึ่งในเชิงความคุ้มค่าก็มีมาก เพราะสามารถพื้นที่ลง50% หากเทียบกับโรงแรมที่มีจำนวนห้องเท่ากัน(ตารางประกอบ)

2.Combine Area ซึ่งโรงแรมแบรนด์อาศัย จะไม่มีล็อบบี้ แต่เน้นทำพื้นที่ส่วนรวมเป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟ ให้ใช้ร่วมกันทั้งทำงาน สังสรรค์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การนำเชฟท้องถิ่น หรือสินค้าออแกนนิกในท้องถิ่นหมุนเวียนมาสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยว
dusit1 3.รอยัลตี้ จุดยึดคือการซัพพอร์ตชุมชน การอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เพราะเราต้องการซัพพอร์ตชุมชนในพื้นที่ ขณะเดียวกันจะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของเรา ที่เป็นนักท่องเที่ยวที่ชอบแสวงหา ไม่ได้สนใจเที่ยวชมเมืองแบบเดิมๆ แต่พวกเขาต้องการไปในที่ที่คนในท้องถิ่นใช้ชีวิตกัน ดังนั้นพนักงานของโรงแรมอาศัย จะไม่ใช่แค่นำเสนอข้อมูลต่างๆของโรงแรม แต่ต้องเป็นแอมบาสซาเดอร์ของท้องถิ่น การเน้นเรื่องอีโค ดีไซน์ การเน้นกระบวนการทำให้เกิดอาหารเหลือทิ้งน้อยที่สุดและนำไปทำเป็นปุ่ยธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังเน้นการใช้เทคโนโลยีต่างๆมาใช้ในการให้บริการ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล จะชอบเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัย ชอบอะไรที่ทำได้ง่าย ไหลลื่น ไม่ว่าจะเป็น การเช็คอิน การแชร์ประสบการณ์บนโลกโซเชี่ยล การทำแผนที่เสมือนจริงรวบรวมไฮไลต์ในย่านต่างๆของโรงแรม การจัดทำข้อมูลต่างๆในแบบดิจิตอลไกด์ เป็นต้น และแบรนด์อาศัยยังให้มีความสำคัญกับคุณภาพและคุณค่า เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้จะเน้นที่คุณภาพความคุ้มค่า โดยต้องการความสะดวกสบายในราคาที่เหมาะสม ซึ่งโรงแรมอาศัย ในไทยก็จะขายในราคา 1,500-1,800 บาทต่อคืน

6 โรงแรมพร้อมเปิดปี62
ปัจจุบันแบรนด์อาศัย มีโรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหารทั้งหมด 6 แห่ง โดยเป็นโรงแรมที่เรารับบริหาร 5 แห่ง อยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ 3 แห่ง ย่าน ลาฮัก เซบู ,แมคตัน เซบู,ออสล็อบ เซบู ในประเทศเมียนมา 1 แห่ง ย่านยานขิ่น ย่างกุ้ง ในไทย 1แห่ง ย่านจตุจักร กรุงเทพฯ และเป็นโรงแรมที่เราลงทุนเอง 1 แห่ง อยู่ที่ถนนสาทร กรุงเทพฯ มูลค่าการลงทุนราว 470 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี2562
โปรโมทแทรกอีบุ๊ก-6 ตั้งเป้าขยาย10แห่ง/ปี
อีกทั้งเราตั้งเป้าเซ็นสัญญารับบริหารโรงแรม รวมถึงการลงทุนเอง เพื่อขยายแบรนด์อาศัย 10 แห่งต่อปี โดยจะเน้นขยายแบรนด์ไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย ซึ่งขณะนี้มองไว้ที่โตเกียว,โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ,ประเทศเกาหลีใต้

“เป้าหมายของแบรนด์อาศัย ผมอยากให้เติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ และอยากขยายแบรนด์ไปยังต่างประเทศด้วย ซึ่งเราเป็นเชนโรงแรมไทยรายแรกที่มีจุดขาย Affordable Luxury Lifestyle แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆในไทย อาทิ โคซี ที่มีจุดขาย Affordable Lifestyle และอาศัย ยังมีความแตกต่างจากโคซี เพราะเราเน้นไลฟ์สไตล์เซ็กเม้นท์ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมิลเลนเนียลที่มีศักยภาพสูง ที่แสวงหาคุณภาพ คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี ต้องการใกล้ชิดประสบการณ์ท้องถิ่น” นายศิรเดช ย้ำปิดท้ายบทสนทนาในครั้งนี้

e-book-1-503x62