
ไฟเขียว! ร่าง พ.ร.บ. PPP ฉบับใหม่ จูงใจเอกชนลงทุนเมกะโปรเจ็กต์
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 เม.ย. 2561 ว่า ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. .... หรือ ร่าง พ.ร.บ. PPP เพื่อให้มีการกำหนดนโยบายของรัฐที่ชัดเจนในการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ มีมาตรการส่งเสริมการร่วมลงทุนให้แก่โครงการร่วมลงทุนอย่างเหมาะสม รวมทั้งมีหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการจัดทำโครงการร่วมลงทุนที่กระชับ ชัดเจน เปิดเผย และตรวจสอบได้ และสามารถสร้างแรงจูงใจให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ระบุว่า การส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Facilitation) ให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยทำให้ขั้นตอนง่าย กำหนดให้มีมาตรการสนับสนุนโครงการร่วมลงทุน หรือ PPP Promotion และให้ ครม. สามารถพิจารณาแก้ไขปัญหาอุปสรรค หรือ ความล่าช้า เกี่ยวกับโครงการร่วมลงทุนที่เกิดขึ้นจากกฎหมาย หรือ ระเบียบ ยกระดับกองทุน PPP ให้สามารถสนับสนุนโครงการ PPP ได้มากขึ้น ทำให้โครงการร่วมลงทุนสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงการของประเทศ (Alignment) และเป็นไปตามหลัก PPP สากล อาทิ การจัดสรรความเสี่ยงและผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างรัฐและเอกชน มีการจัดทำแผนพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น ประเภทโครงการ แหล่งเงินที่ชัดเจน
“เบื้องต้น ได้กำหนดประเภทกิจการส่งเสริมจำนวน 12 กิจการ ได้แก่ ถนน รถไฟ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ การบริหารจัดการน้ำ ชลประทาน โทรคมนาคม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงพยาบาล โรงเรียน ที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ศูนย์ประชุม”
ส่วนการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการจัดทำโครงการร่วมลงทุน นายเอกนิติ กล่าวว่า จะทำให้กระชับ (Streamline) ชัดเจน มีการนำเอาหลักการของมาตรการพีพีพีฟาสต์แทร็ค (PPP Fast Track) มาบัญญัติไว้ในขั้นตอนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนให้เกิดความรวดเร็ว มีคณะกรรมการ PPP กำหนดกรอบระยะเวลาเร่งรัดการจัดทำและดำเนินโครงการร่วมลงทุนได้ สำหรับหน่วยงานที่จะกำหนดว่า โครงการใดควรเข้ามาตรการ PPP Fast Track ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และสำนักงบประมาณ
“ขณะนี้ โครงการที่อยู่ภายใต้มาตรการ PPP Fast Track ที่สำเร็จไปแล้ว 5 โครงการ และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในการกิจการของรัฐ (Pipe Line) ปีนี้ มีจำนวน 11 โครงการ ซึ่งสามารถดำเนินการต่อไปได้ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายร่วมทุนฉบับปัจจุบัน
นอกจากนี้ ในร่าง พ.ร.บ. กำนหดให้มีการเปิดเผยข้อมูล ตรวจสอบได้ (Transparency) และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเปิดเผยสรุปข้อมูลโครงการร่วมลงทุนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายต่อสาธารณชนและหน่วยงานตรวจสอบให้ทราบ
……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,354 วันที่ 5-7 เม.ย. 2561 หน้า 02
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
● ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. PPP ฉบับใหม่ ยกระดับร่วมลงทุนรัฐ-เอกชนพ้องสากล
● ครม. ไฟเขียวรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 220 กม. รูปแบบ PPP Net Cost
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ระบุว่า การส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Facilitation) ให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยทำให้ขั้นตอนง่าย กำหนดให้มีมาตรการสนับสนุนโครงการร่วมลงทุน หรือ PPP Promotion และให้ ครม. สามารถพิจารณาแก้ไขปัญหาอุปสรรค หรือ ความล่าช้า เกี่ยวกับโครงการร่วมลงทุนที่เกิดขึ้นจากกฎหมาย หรือ ระเบียบ ยกระดับกองทุน PPP ให้สามารถสนับสนุนโครงการ PPP ได้มากขึ้น ทำให้โครงการร่วมลงทุนสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงการของประเทศ (Alignment) และเป็นไปตามหลัก PPP สากล อาทิ การจัดสรรความเสี่ยงและผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างรัฐและเอกชน มีการจัดทำแผนพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น ประเภทโครงการ แหล่งเงินที่ชัดเจน
“เบื้องต้น ได้กำหนดประเภทกิจการส่งเสริมจำนวน 12 กิจการ ได้แก่ ถนน รถไฟ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ การบริหารจัดการน้ำ ชลประทาน โทรคมนาคม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงพยาบาล โรงเรียน ที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ศูนย์ประชุม”
ส่วนการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการจัดทำโครงการร่วมลงทุน นายเอกนิติ กล่าวว่า จะทำให้กระชับ (Streamline) ชัดเจน มีการนำเอาหลักการของมาตรการพีพีพีฟาสต์แทร็ค (PPP Fast Track) มาบัญญัติไว้ในขั้นตอนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนให้เกิดความรวดเร็ว มีคณะกรรมการ PPP กำหนดกรอบระยะเวลาเร่งรัดการจัดทำและดำเนินโครงการร่วมลงทุนได้ สำหรับหน่วยงานที่จะกำหนดว่า โครงการใดควรเข้ามาตรการ PPP Fast Track ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และสำนักงบประมาณ
“ขณะนี้ โครงการที่อยู่ภายใต้มาตรการ PPP Fast Track ที่สำเร็จไปแล้ว 5 โครงการ และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในการกิจการของรัฐ (Pipe Line) ปีนี้ มีจำนวน 11 โครงการ ซึ่งสามารถดำเนินการต่อไปได้ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายร่วมทุนฉบับปัจจุบัน
นอกจากนี้ ในร่าง พ.ร.บ. กำนหดให้มีการเปิดเผยข้อมูล ตรวจสอบได้ (Transparency) และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเปิดเผยสรุปข้อมูลโครงการร่วมลงทุนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายต่อสาธารณชนและหน่วยงานตรวจสอบให้ทราบ
……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,354 วันที่ 5-7 เม.ย. 2561 หน้า 02
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
● ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. PPP ฉบับใหม่ ยกระดับร่วมลงทุนรัฐ-เอกชนพ้องสากล
● ครม. ไฟเขียวรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 220 กม. รูปแบบ PPP Net Cost






