
กกพ.เตรียมงบกองทุนพัฒนาไฟฟ้าปีนี้440ล.
กกพ.เตรียมงบกองทุนพัฒนาไฟฟ้าปีนี้440ลบ.
นางปัจฉิมา ธนสันติ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เผยว่า สำหรับการดำเนินงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อกิจการตามมาตรา 97(5) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 กกพ. เตรียมจะเปิดให้ผู้สนใจยื่นขอรับการจัดสรรในช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค. 2561 โดยมีกรอบวงเงินจัดสรรอยู่ที่ประมาณ 440 ล้านบาท จำนวน 4 แผนงานประกอบด้วย แผนงานที่ 1 แผนงานเสริมสร้างศักยภาพ ส่งเสริมบทบาท และพัฒนาความรู้ด้านไฟฟ้าให้แก่ประชาชนที่เกี่ยวข้อง แผนงานที่ 2 แผนงานประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความตระหนัก ปลูกจิตสำนึก สร้างความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีด้านไฟฟ้า แผนงานที่ 3 แผนงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า เช่น พัฒนาเครือข่าย หรือการสร้างเครือข่าย การมีส่วนร่วมของประชาชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านไฟฟ้า และแผนงานที่ 4 แผนงานสนับสนุนสร้างความมั่นคง และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไม่ปกติด้านไฟฟ้า
ทั้งนี้โครงการที่ยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุน ฯ ต้องเป็นโครงการที่มีระยะเวลาการดำเนินโครงการไม่เกิน 1 ปี และเป็นโครงการภายใต้แนวคิด “พลังงานไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Electricity)” สำหรับผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนฯ จะต้องมีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งผู้แทนนิติบุคคลจะต้องมีสัญชาติไทย ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และหน่วยงานด้านสื่อสารมวลชน ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http//pdf.erc.or.th
ขณะที่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เป็นปีแรกของการเปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อกิจการตามมาตรา 97(5) มีกรอบวงเงิน 210 ล้านบาทโดยมีผู้ยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนฯ จำนวน 58 โครงการ และได้รับการอนุมัติจัดสรรเงินกองทุนฯ จำนวน 15 โครงการ งบประมาณรวม 88.95 ล้านบาท เพื่อการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าให้แก่ประชาชนทั่วไป เสริมสร้างศักยภาพในการรับข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานด้านไฟฟ้า พัฒนาหลักสูตรการอบรมให้ความรู้ด้านการผลิต และใช้พลังงานไฟฟ้า การศึกษาวิจัยในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องทางด้านไฟฟ้า โดยครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานใน 35 จังหวัดทั่วประเทศ และเพื่อการประชาสัมพันธ์ สร้างการมีส่วนร่วม ปลูกฝังทัศนคติที่ดีทางด้านไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยจะดำเนินการภายใต้แนวคิด “ประชาร่วมใจ พลังงานไทยยั่งยืน (Sustainable Electricity)” ครอบคลุมการประชาสัมพันธ์ในหลากหลายช่องทาง เช่น สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล กิจกรรมการประกวด และศูนย์การเรียนรู้
นางปัจฉิมา ธนสันติ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เผยว่า สำหรับการดำเนินงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อกิจการตามมาตรา 97(5) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 กกพ. เตรียมจะเปิดให้ผู้สนใจยื่นขอรับการจัดสรรในช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค. 2561 โดยมีกรอบวงเงินจัดสรรอยู่ที่ประมาณ 440 ล้านบาท จำนวน 4 แผนงานประกอบด้วย แผนงานที่ 1 แผนงานเสริมสร้างศักยภาพ ส่งเสริมบทบาท และพัฒนาความรู้ด้านไฟฟ้าให้แก่ประชาชนที่เกี่ยวข้อง แผนงานที่ 2 แผนงานประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความตระหนัก ปลูกจิตสำนึก สร้างความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีด้านไฟฟ้า แผนงานที่ 3 แผนงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า เช่น พัฒนาเครือข่าย หรือการสร้างเครือข่าย การมีส่วนร่วมของประชาชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านไฟฟ้า และแผนงานที่ 4 แผนงานสนับสนุนสร้างความมั่นคง และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไม่ปกติด้านไฟฟ้า
ทั้งนี้โครงการที่ยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุน ฯ ต้องเป็นโครงการที่มีระยะเวลาการดำเนินโครงการไม่เกิน 1 ปี และเป็นโครงการภายใต้แนวคิด “พลังงานไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Electricity)” สำหรับผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนฯ จะต้องมีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งผู้แทนนิติบุคคลจะต้องมีสัญชาติไทย ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และหน่วยงานด้านสื่อสารมวลชน ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http//pdf.erc.or.th
ขณะที่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เป็นปีแรกของการเปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อกิจการตามมาตรา 97(5) มีกรอบวงเงิน 210 ล้านบาทโดยมีผู้ยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนฯ จำนวน 58 โครงการ และได้รับการอนุมัติจัดสรรเงินกองทุนฯ จำนวน 15 โครงการ งบประมาณรวม 88.95 ล้านบาท เพื่อการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าให้แก่ประชาชนทั่วไป เสริมสร้างศักยภาพในการรับข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานด้านไฟฟ้า พัฒนาหลักสูตรการอบรมให้ความรู้ด้านการผลิต และใช้พลังงานไฟฟ้า การศึกษาวิจัยในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องทางด้านไฟฟ้า โดยครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานใน 35 จังหวัดทั่วประเทศ และเพื่อการประชาสัมพันธ์ สร้างการมีส่วนร่วม ปลูกฝังทัศนคติที่ดีทางด้านไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยจะดำเนินการภายใต้แนวคิด “ประชาร่วมใจ พลังงานไทยยั่งยืน (Sustainable Electricity)” ครอบคลุมการประชาสัมพันธ์ในหลากหลายช่องทาง เช่น สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล กิจกรรมการประกวด และศูนย์การเรียนรู้






