
นันยางบุกออนไลน์ แก้เกมเด็กเกิดน้อย
นันยาง ขยายตลาดออนไลน์-จับลูกค้าองค์กร สร้างการเติบโต 3-5% หลังตลาดรองเท้านักเรียน 5,000 ล้านไม่โต เหตุเด็กเกิดใหม่น้อยลง
นายจักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดรองเท้านักเรียนมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งตลาดอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากปัจจัยอัตราการเกิดใหม่ของเด็กมีจำนวนลดลง คาดว่าภาพรวมตลาดในปีนี้ก็ยังคงทรงตัวอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับบริษัทได้วางเป้าหมายการเติบโตประมาณ 3-5% จากปีที่ผ่านมาเติบโต 2% ถือว่าดีสุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา
[caption id="attachment_271386" align="aligncenter" width="503"]
จักรพล จันทวิมล[/caption]
โดยในปีนี้บริษัทยังคงใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดและสร้างยอดขาย ด้วยการขยายไปยังตลาดที่มีโอกาสสร้างการเติบโต อาทิ กลุ่มลูกค้าองค์กร ที่ซื้อรองเท้าผ้าใบเพื่อใช้ในโรงงานหรือหน่วยงาน การขยายตลาดช่องทางออนไลน์ เนื่องจากเป็นช่องทางที่มีการเติบโตมากกว่า 500% แม้ว่าจะยังมีสัดส่วนยอดขายเพียง 2% ก็ตาม โดยจะขยายไปยังช่องทางมาร์เก็ตเพลสต่างๆ เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มแฟนพันธุ์แท้ ที่มีสัดส่วน 43% 2. กลุ่มที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เมื่อมีการออกสินค้าใหม่ หรือชอบทดลองของใหม่ ชอบโฆษณา ชอบลดราคา มีสัดส่วน 25% 3. กลุ่มผิดหวัง ที่อาจจะอยากได้สินค้าแบรนด์หนึ่งแต่ติดปัญหาทำให้ได้สินค้าอีกแบรนด์ มีสัดส่วน 24% และ 4.กลุ่มลูกค้าใหม่ คือ กลุ่มเด็ก ป.1 ที่เพิ่งเข้าโรงเรียนซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 8%
“มุมมองการทำตลาดเดิมแบ่งลูกค้าเป็น 4 กลุ่ม เช่น แบ่งตามเพศ แบ่งตามพื้นที่ แต่อันใหม่ แบ่งตามพฤติกรรม ซึ่งกลุ่มลูกค้าแฟนพันธุ์แท้บริษัทยังรักษาเอาไว้ แต่อีก 3 กลุ่ม จะต้องวางกลยุทธ์การตลาด เพื่อดึงมาเป็นฐานลูกค้า เพราะมีสัดส่วนมากถึง 57% เพราะเขายังไม่ตัดสินใจเลือกเรา และจะเป็นปัจจัยสำคัญให้บริษัทเติบโตหรือไม่โต”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสภาพตลาดรองเท้านักเรียนจะไม่เติบโต แต่บริษัทไม่มีแผนปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น โดยได้แบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5-7% มาต่อเนื่อง 3 ปีแล้ว โดยมุ่งเน้นการบริหารประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจภายในเป็นหลัก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,351 วันที่ 25 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2561
นายจักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดรองเท้านักเรียนมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งตลาดอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากปัจจัยอัตราการเกิดใหม่ของเด็กมีจำนวนลดลง คาดว่าภาพรวมตลาดในปีนี้ก็ยังคงทรงตัวอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับบริษัทได้วางเป้าหมายการเติบโตประมาณ 3-5% จากปีที่ผ่านมาเติบโต 2% ถือว่าดีสุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา
[caption id="attachment_271386" align="aligncenter" width="503"]
โดยในปีนี้บริษัทยังคงใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดและสร้างยอดขาย ด้วยการขยายไปยังตลาดที่มีโอกาสสร้างการเติบโต อาทิ กลุ่มลูกค้าองค์กร ที่ซื้อรองเท้าผ้าใบเพื่อใช้ในโรงงานหรือหน่วยงาน การขยายตลาดช่องทางออนไลน์ เนื่องจากเป็นช่องทางที่มีการเติบโตมากกว่า 500% แม้ว่าจะยังมีสัดส่วนยอดขายเพียง 2% ก็ตาม โดยจะขยายไปยังช่องทางมาร์เก็ตเพลสต่างๆ เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มแฟนพันธุ์แท้ ที่มีสัดส่วน 43% 2. กลุ่มที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เมื่อมีการออกสินค้าใหม่ หรือชอบทดลองของใหม่ ชอบโฆษณา ชอบลดราคา มีสัดส่วน 25% 3. กลุ่มผิดหวัง ที่อาจจะอยากได้สินค้าแบรนด์หนึ่งแต่ติดปัญหาทำให้ได้สินค้าอีกแบรนด์ มีสัดส่วน 24% และ 4.กลุ่มลูกค้าใหม่ คือ กลุ่มเด็ก ป.1 ที่เพิ่งเข้าโรงเรียนซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 8%
“มุมมองการทำตลาดเดิมแบ่งลูกค้าเป็น 4 กลุ่ม เช่น แบ่งตามเพศ แบ่งตามพื้นที่ แต่อันใหม่ แบ่งตามพฤติกรรม ซึ่งกลุ่มลูกค้าแฟนพันธุ์แท้บริษัทยังรักษาเอาไว้ แต่อีก 3 กลุ่ม จะต้องวางกลยุทธ์การตลาด เพื่อดึงมาเป็นฐานลูกค้า เพราะมีสัดส่วนมากถึง 57% เพราะเขายังไม่ตัดสินใจเลือกเรา และจะเป็นปัจจัยสำคัญให้บริษัทเติบโตหรือไม่โต”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสภาพตลาดรองเท้านักเรียนจะไม่เติบโต แต่บริษัทไม่มีแผนปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น โดยได้แบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5-7% มาต่อเนื่อง 3 ปีแล้ว โดยมุ่งเน้นการบริหารประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจภายในเป็นหลัก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,351 วันที่ 25 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2561






