
ตลาดขนมขบเคี้ยวโต 4.5%-เถ้าแก่น้อยลุยขยายฐานลูกค้า
ตลาดขนมขบเคี้ยวยังเติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งสาหร่ายปรุงรส หนึ่งในแบรนด์ดังอย่าง “เถ้าแก่น้อย” จึงเดินหน้าทำการตลาดขยายฐานลูกค้า ทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้ศิลปินเป็นพรีเซนเตอร์คนล่าสุด
- 27 ก.พ.61- ตลาดขนมขบเคี้ยว หรือ สแน็คในประเทศเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 33,266 ล้านบาท เติบโต 4.5% โดยสาหร่ายปรุงรสยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค มีมูลค่าตลาดกว่า 2,882 ล้านบาท เติบโต 9.4% โดยแบรนด์เถ้าแก่น้อย ยังเป็นผู้นำตลาดสแน็คสาหร่าย
นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า ตลาดสแน็คยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ โดยในปี 2561 นี้บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งด้านคุณภาพสินค้า และด้านรสชาติ พร้อมวางแผนขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด เทสตี้แอนด์เฮลท์ตี้ และตั้งเป้าผลักดันยอดขายให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดในประเทศถึง 72% และยังได้รับความนิยมในต่างประเทศที่วางจำหน่ายแล้ว 50 ประเทศทั่วโลก
[caption id="attachment_263413" align="aligncenter" width="503"]
นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์[/caption]
ในปัจจุบัน สัดส่วนตลาดเถ้าแก่น้อยอยู่ใน ต่างประเทศ 60% และในประเทศ 40% อนาคตคาดว่าต่างประเทศจะโตเป็น 80-90% ขณะเดียวกันยังใช้งบทางการตลาดกว่า 40 ล้านบาท นำนิชคุณ หรเวชกุล จากวงทูพีเอ็ม นักร้องเคป๊อป สายเลือดไทย ซึ่งมีชื่อเสียง มาเป็นพรีเซนเตอร์คนล่าสุด เพื่อให้สอดคล้องกับแบรนด์ DNA ของสาหร่ายเถ้าแก่น้อยที่เป็นอันดับ 1 ในตลาดสแน็คประเภทสาหร่าย
เถ้าแก่น้อยจะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจร ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และสื่ออื่นๆ นอกจากนี้ยังได้เข้าไปลงทุนประมาณกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อโรงงานผลิตสาหร่ายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดสแน็คขนาดใหญ่ของโลก และจะพร้อมเดินเครื่องผลิตได้ใน 3 เดือนจากนี้ และจะทำให้ตลาดสหรัฐฯ เติบโตถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
- 27 ก.พ.61- ตลาดขนมขบเคี้ยว หรือ สแน็คในประเทศเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 33,266 ล้านบาท เติบโต 4.5% โดยสาหร่ายปรุงรสยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค มีมูลค่าตลาดกว่า 2,882 ล้านบาท เติบโต 9.4% โดยแบรนด์เถ้าแก่น้อย ยังเป็นผู้นำตลาดสแน็คสาหร่าย
[caption id="attachment_263413" align="aligncenter" width="503"]
ในปัจจุบัน สัดส่วนตลาดเถ้าแก่น้อยอยู่ใน ต่างประเทศ 60% และในประเทศ 40% อนาคตคาดว่าต่างประเทศจะโตเป็น 80-90% ขณะเดียวกันยังใช้งบทางการตลาดกว่า 40 ล้านบาท นำนิชคุณ หรเวชกุล จากวงทูพีเอ็ม นักร้องเคป๊อป สายเลือดไทย ซึ่งมีชื่อเสียง มาเป็นพรีเซนเตอร์คนล่าสุด เพื่อให้สอดคล้องกับแบรนด์ DNA ของสาหร่ายเถ้าแก่น้อยที่เป็นอันดับ 1 ในตลาดสแน็คประเภทสาหร่าย
เถ้าแก่น้อยจะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจร ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และสื่ออื่นๆ นอกจากนี้ยังได้เข้าไปลงทุนประมาณกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อโรงงานผลิตสาหร่ายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดสแน็คขนาดใหญ่ของโลก และจะพร้อมเดินเครื่องผลิตได้ใน 3 เดือนจากนี้ และจะทำให้ตลาดสหรัฐฯ เติบโตถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี






