
สำรวจ“ความเห็นของปชช.ต่อกระบวนการยุติธรรมในการเอาผิดผู้กระทำความผิด”
กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ความเห็นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมในการเอาผิดผู้กระทำความผิด” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,202 คน พบว่า ประชาชนร้อยละ 64.2 เห็นว่าคดีเปรมชัยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจะไม่สามารถเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ รองลงมาคือ คดีทายาทกระทิงแดงชนตำรวจตาย ร้อยละ 53.3 และคดีวัดธรรมกาย พระธัมมชโย ร้อยละ 50.4
เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์หรือคดีที่ผ่านมาคิดว่าคนกลุ่มใด เมื่อทำความผิดแล้วกระบวนการยุติธรรมยากที่จะเอาผิดพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 69.2 เห็นว่าเป็นกลุ่ม ผู้มีอิทธิพล รองลงมาคือ นักการเมือง ร้อยละ 63.6 คนรวย ไฮโซ ร้อยละ 61.5 ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ร้อยละ 45.2 และพระ ร้อยละ 21.1
สำหรับความเห็นต่อการดำเนินการของกระบวนการยุติธรรมพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 37.6 เห็นว่ามีช่องโหว่ให้ผู้กระทำผิดพ้นผิด รองลงร้อยละ 28.6 เห็นว่าดำเนินการแบบ 2 มาตรฐานเลือกปฏิบัติ และร้อยละ 23.6 เห็นว่าการลงโทษผู้กระทำผิดยังเบาไป ไม่รุนแรง ทำให้ไม่เกรงกลัว กลับมาทำผิดอีก
ทั้งนี้เมื่อถามว่าเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในการเอาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 71.7 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 28.3 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
นอกจากนี้เมื่อถามความเห็นต่อกระแสโซเชียลและสื่อมวลชน ที่มาช่วยตรวจสอบและตีแผ่เหตุการณ์หรือคดีต่างๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.3 เห็นว่าจะช่วยตรวจสอบอีกด้านทำให้สังคมรู้โดยละเอียด รองลงมาร้อยละ 57.4 เห็นว่าจะทำให้คดีคืบหน้าเร็ว จับตัวคนผิดได้เร็ว และร้อยละ 54.8 เห็นว่าจะมีส่วนทำให้ตำรวจต้องจริงจังในการทำงานหาหลักฐานเพื่อปิดคดีให้ได้เร็ว
โดยมีรายละเอียดตามประเด็นข้อคำถาม ดังต่อไปนี้
1. ข้อคำถาม “ท่านคิดว่าเหตุการณ์หรือคดีความใด ที่กระบวนการยุติธรรมจะไม่สามารถเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้”
(เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
คดีเปรมชัยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ร้อยละ 64.2
คดีทายาทกระทิงแดงชนตำรวจตาย ร้อยละ 53.3
คดีวัดธรรมกาย พระธัมมชโย ร้อยละ 50.4
คดีน้องเมย นักเรียนเตรียมทหาร ร้อยละ 49.0
คดีจำนำข้าว น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้อยละ 46.2
คดีทุจริต ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 38.2
2. ข้อคำถาม “จากเหตุการณ์หรือคดีที่ผ่านมา ท่านคิดว่าคนกลุ่มใดเมื่อทำความผิดแล้วกระบวนการยุติธรรมยากที่จะเอาผิด”
(เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
กลุ่มผู้มีอิทธิพล ร้อยละ 69.2
นักการเมือง ร้อยละ 63.6
คนรวย ไฮโซ ร้อยละ 61.5
ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ร้อยละ 45.2
พระ ร้อยละ 21.1
3. ความเห็นต่อการดำเนินการของกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างไร
(เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
มีช่องโหว่ให้ผู้กระทำผิดพ้นผิด ร้อยละ 37.6
ดำเนินการแบบ 2 มาตรฐานเลือกปฏิบัติ ร้อยละ 28.6
การลงโทษผู้กระทำผิดยังเบาไป ไม่รุนแรง ทำให้ไม่เกรงกลัว กลับมาทำผิดอีก ร้อยละ 23.6
ดำเนินการด้วยความยุติธรรม โปร่งใสกับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกระดับ ร้อยละ 5.7
มีการจับแพะรับผิดแทน ร้อยละ 4.5
4. ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในการเอาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 36.3 และน้อยที่สุดร้อยละ 35.4) ร้อยละ 71.7
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 22.3 และมากที่สุดร้อยละ 6.0) ร้อยละ 28.3
5. ความเห็นต่อกระแสโซเชียลและสื่อมวลชนที่มาช่วยตรวจสอบและตีแผ่เหตุการณ์หรือคดีต่างๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
จะช่วยตรวจสอบอีกด้านทำให้สังคมรู้โดยละเอียด ร้อยละ 61.3
จะทำให้คดีคืบหน้าเร็ว จับตัวคนผิดได้เร็ว ร้อยละ 57.4
จะมีส่วนทำให้ตำรวจต้องจริงจังในการทำงานหาหลักฐานเพื่อปิดคดีให้ได้เร็ว ร้อยละ 54.8
จะสร้างทางเลือกให้ประชาชนติดตามคดี ร้อยละ 50.1
จะทำให้มีการกระพือข่าวเกินจริง อาจทำให้เสียรูปคดี ร้อยละ 34.6
จะทำให้บุคคลกลายเป็นจำเลยสังคมทั้งที่ยังไม่โดนตัดสิน ร้อยละ 38.8
เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์หรือคดีที่ผ่านมาคิดว่าคนกลุ่มใด เมื่อทำความผิดแล้วกระบวนการยุติธรรมยากที่จะเอาผิดพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 69.2 เห็นว่าเป็นกลุ่ม ผู้มีอิทธิพล รองลงมาคือ นักการเมือง ร้อยละ 63.6 คนรวย ไฮโซ ร้อยละ 61.5 ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ร้อยละ 45.2 และพระ ร้อยละ 21.1
สำหรับความเห็นต่อการดำเนินการของกระบวนการยุติธรรมพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 37.6 เห็นว่ามีช่องโหว่ให้ผู้กระทำผิดพ้นผิด รองลงร้อยละ 28.6 เห็นว่าดำเนินการแบบ 2 มาตรฐานเลือกปฏิบัติ และร้อยละ 23.6 เห็นว่าการลงโทษผู้กระทำผิดยังเบาไป ไม่รุนแรง ทำให้ไม่เกรงกลัว กลับมาทำผิดอีก
ทั้งนี้เมื่อถามว่าเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในการเอาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 71.7 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 28.3 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
นอกจากนี้เมื่อถามความเห็นต่อกระแสโซเชียลและสื่อมวลชน ที่มาช่วยตรวจสอบและตีแผ่เหตุการณ์หรือคดีต่างๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.3 เห็นว่าจะช่วยตรวจสอบอีกด้านทำให้สังคมรู้โดยละเอียด รองลงมาร้อยละ 57.4 เห็นว่าจะทำให้คดีคืบหน้าเร็ว จับตัวคนผิดได้เร็ว และร้อยละ 54.8 เห็นว่าจะมีส่วนทำให้ตำรวจต้องจริงจังในการทำงานหาหลักฐานเพื่อปิดคดีให้ได้เร็ว
โดยมีรายละเอียดตามประเด็นข้อคำถาม ดังต่อไปนี้
1. ข้อคำถาม “ท่านคิดว่าเหตุการณ์หรือคดีความใด ที่กระบวนการยุติธรรมจะไม่สามารถเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้”
(เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
คดีเปรมชัยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ร้อยละ 64.2
คดีทายาทกระทิงแดงชนตำรวจตาย ร้อยละ 53.3
คดีวัดธรรมกาย พระธัมมชโย ร้อยละ 50.4
คดีน้องเมย นักเรียนเตรียมทหาร ร้อยละ 49.0
คดีจำนำข้าว น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้อยละ 46.2
คดีทุจริต ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 38.2
2. ข้อคำถาม “จากเหตุการณ์หรือคดีที่ผ่านมา ท่านคิดว่าคนกลุ่มใดเมื่อทำความผิดแล้วกระบวนการยุติธรรมยากที่จะเอาผิด”
(เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
กลุ่มผู้มีอิทธิพล ร้อยละ 69.2
นักการเมือง ร้อยละ 63.6
คนรวย ไฮโซ ร้อยละ 61.5
ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ร้อยละ 45.2
พระ ร้อยละ 21.1
3. ความเห็นต่อการดำเนินการของกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างไร
(เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
มีช่องโหว่ให้ผู้กระทำผิดพ้นผิด ร้อยละ 37.6
ดำเนินการแบบ 2 มาตรฐานเลือกปฏิบัติ ร้อยละ 28.6
การลงโทษผู้กระทำผิดยังเบาไป ไม่รุนแรง ทำให้ไม่เกรงกลัว กลับมาทำผิดอีก ร้อยละ 23.6
ดำเนินการด้วยความยุติธรรม โปร่งใสกับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกระดับ ร้อยละ 5.7
มีการจับแพะรับผิดแทน ร้อยละ 4.5
4. ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในการเอาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 36.3 และน้อยที่สุดร้อยละ 35.4) ร้อยละ 71.7
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 22.3 และมากที่สุดร้อยละ 6.0) ร้อยละ 28.3
5. ความเห็นต่อกระแสโซเชียลและสื่อมวลชนที่มาช่วยตรวจสอบและตีแผ่เหตุการณ์หรือคดีต่างๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
จะช่วยตรวจสอบอีกด้านทำให้สังคมรู้โดยละเอียด ร้อยละ 61.3
จะทำให้คดีคืบหน้าเร็ว จับตัวคนผิดได้เร็ว ร้อยละ 57.4
จะมีส่วนทำให้ตำรวจต้องจริงจังในการทำงานหาหลักฐานเพื่อปิดคดีให้ได้เร็ว ร้อยละ 54.8
จะสร้างทางเลือกให้ประชาชนติดตามคดี ร้อยละ 50.1
จะทำให้มีการกระพือข่าวเกินจริง อาจทำให้เสียรูปคดี ร้อยละ 34.6
จะทำให้บุคคลกลายเป็นจำเลยสังคมทั้งที่ยังไม่โดนตัดสิน ร้อยละ 38.8






