
ธปท.ฟันแบงก์เอื้อเก็งกำไรบาท
ธปท.ลงโทษแบงก์ หลังพบพฤติกรรมหนุนเก็งกำไรบาท ขัดมาตรการป้องกันและปราบปรามเก็งกำไรบาท เตือนจับตาธุรกรรมเงินตราต่างประเทศอย่างใกล้ชิด
จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ยกระดับความเข้มงวดในการติดตามการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของผู้ร่วมตลาดในช่วงที่ผ่านมา นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท.เปิดเผยว่า ธปท.พบว่า มีสถาบันการเงินในประเทศไทยบางแห่งเอื้อให้เกิดธุรกรรมที่เข้าข่ายขัดกับมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท ธปท. จึงได้ดำเนินการตักเตือนและลงโทษสถาบันการเงินที่มีพฤติกรรมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ธปท.จะยังคงติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศอย่างใกล้ชิด รวมถึงพร้อมทบทวนมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเงินทุนเคลื่อนย้ายต่อไป
“ขอกำชับว่า ธปท.มีนโยบายและมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทและขอให้สถาบันการเงินงดทำธุรกรรมที่อาจขัดกับเจตนารมณ์ของมาตรการป้องปรามการเก็งกำไร”นางสาววชิรากล่าว
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 30 มกราคม นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดในช่วงเช้านี้ที่ 31.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าจากช่วงที่ปิดตลาดเย็นวันก่อนที่ระดับ 31.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าลงตามภูมิภาค หลังมีแรงเทขายหุ้นทำกำไรและมีแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐฯกลับเข้ามา ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกน่าจะมีการปรับฐาน
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังรอดูผลประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 มกราคมนี้ ว่าจะส่งสัญญาณทางเศรษฐกิจอย่างไร โดยคาดการณ์ว่า จะยังคงมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.25-1.50% จึงทำให้บาทน่าจะเคลื่อนไหวอยู่กรอบ 31.40-31.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ระบุค่าเงินบาทเปิดตลาดทรงตัวจาก 31.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นวันที่ผ่านมา หลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นและยืนเหนือระดับ 89 จุด หลังบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องแตะระดับ 2.7% หนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และนอกจากนี้ ตลาดยังเริ่มจับตามองแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ที่จะมีการประชุมในวันพฤหัสบดีนี้ด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,336 วันที่ 1 - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ยกระดับความเข้มงวดในการติดตามการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของผู้ร่วมตลาดในช่วงที่ผ่านมา นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท.เปิดเผยว่า ธปท.พบว่า มีสถาบันการเงินในประเทศไทยบางแห่งเอื้อให้เกิดธุรกรรมที่เข้าข่ายขัดกับมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท ธปท. จึงได้ดำเนินการตักเตือนและลงโทษสถาบันการเงินที่มีพฤติกรรมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ธปท.จะยังคงติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศอย่างใกล้ชิด รวมถึงพร้อมทบทวนมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเงินทุนเคลื่อนย้ายต่อไป
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 30 มกราคม นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดในช่วงเช้านี้ที่ 31.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าจากช่วงที่ปิดตลาดเย็นวันก่อนที่ระดับ 31.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าลงตามภูมิภาค หลังมีแรงเทขายหุ้นทำกำไรและมีแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐฯกลับเข้ามา ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกน่าจะมีการปรับฐาน
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ระบุค่าเงินบาทเปิดตลาดทรงตัวจาก 31.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นวันที่ผ่านมา หลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นและยืนเหนือระดับ 89 จุด หลังบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องแตะระดับ 2.7% หนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และนอกจากนี้ ตลาดยังเริ่มจับตามองแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ที่จะมีการประชุมในวันพฤหัสบดีนี้ด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,336 วันที่ 1 - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






