
ประเดิมขายยางจีน500ล้าน ‘ซีเมค-ปักกิ่งเกรนส์’/สันนิบาตสหกรณ์รับเป็นคู่สัญญา
บิ๊กสันนิบาตสหกรณ์ฯ รับหน้าเสื่อเป็นคู่สัญญาให้กับชุมนุมสหกรณ์ฯ ขายยางป้อน 2 รัฐวิสาหกิจจีน "ซีเมค-ปักกิ่งเกรนกรุ๊ป" ประเดิมล็อตแรก 500 ล้าน ฟุ้งเช็ค 2 บริษัทแล้วเป็นรัฐวิสาหกิจใหญ่ระดับมณฑล
[caption id="attachment_25256" align="aligncenter" width="400"]
ณกรณ์ ตรรกวิรพัท[/caption]
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้รับการติดต่อจากทางชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) ว่ามีคู่ค้า 2 บริษัทรัฐวิสาหกิจจากจีน ได้แก่ ซีเมค (Cmec)กับ ปักกิ่งเกรนกรุ๊ป นำโดยนายรุ่งโรจน์ เหมันต์สุทธิกุล ประธานกรรมการบริษัท เพาว์เวอร์ยูนิตี้ จำกัด ซึ่งได้รับมอบหมายและแต่งตั้งจากรัฐวิสาหกิจของประเทศจีนทั้ง 2 แห่ง ได้ประสานเข้ามาเพื่อให้เข้าไปพบกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งวันนั้นได้พบกับพล.อ.ประสาท สุขเกษตร เลขานุการและนางจินตนา ชัยยวรรณาการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อช่วยดำเนินการเนื่องจากทั้ง 2 บริษัทจีนต้องการที่จะซื้อยางในรูปแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี
"ส่วนอีกด้านหนึ่งตัวแทนเกษตรกรจาก ชยสท.เองก็ผิดหวังที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ไปเซ็นสัญญากับชิโนเคม (Sinochem) แต่ปรากฏว่าในสัญญามีการแบ่งสัดส่วนการรับซื้อยาง 90% ต้องผ่าน 5 บริษัท ส่วนที่เหลือ 10% ให้รับซื้อยางจากสถาบันเกษตรกร ทำให้ทางกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางไม่พอใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องซื้อผ่าน 5 บริษัทสัดส่วนถึง 90% จึงได้ประสานแล้วให้ผมพาไป ซึ่งผมก็ได้พบกับ 2 ท่านเป็นตัวแทนรัฐมนตรีเกษตรฯ ต่างให้เหตุผลพ้องกันว่าสาเหตุที่ต้องผ่าน 5 บริษัทเพราะเกรงเรื่องมาตรฐานจะไม่ได้ นอกจากนี้ทางคณะได้เสนอว่านอกจากชิโนเคมแล้วยังมี 2 รัฐวิสาหกิจจีนที่สนใจจะซื้อยางอยากให้รัฐบาลช่วย เพราะ2 รัฐวิสาหกิจจีนต้องการซื้อขายแบบจีทูจี และคู่สัญญาที่ต้องการอยากจะได้ก็คือ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) หรือการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)"
นายณกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินงานอาจจะเป็นไปด้วยความล่าช้า ทางเกษตรกรเลยหันมาพึ่งสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่ารับได้หรือไม่ ซึ่งก็บอกไปว่าเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ.2542 แต่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ ตั้งคำถามกลับไปเช่นกันว่า องค์กรอย่างนี้รับได้หรือไม่ ทางฝ่ายจีน ก็บอกว่าได้ไม่น่ามีปัญหา หลังจากนั้น (วันที่ 24 ธ.ค.58) ทางนายรุ่งโรจน์ ได้นำคณะผู้บริหารฝ่ายจีน 2 บริษัท เข้ามาพบและมีการเจรจาเบื้องต้น แล้วให้ไปดูว่าการผลิตของสถาบันเกษตรกรได้มาตรฐานตามที่ต้องการหรือไม่ ก่อนที่จะให้องค์กรลงนามเซ็นสัญญาต่อไปแล้วขณะเดียวกันจะต้องนำเสนอบอร์ดสันนิบาตสหกรณ์เช่นเดียวกัน
"เบื้องต้นที่เจรจากันจะมีการวางแอล/ซี ยาง ราคา 50% หลังจากรับมอบส่งยางเรียบร้อยแล้วจะส่งค่ายางพาราที่เหลือให้กลับมา และส่วนหนึ่งสหกรณ์อยากให้ช่วยเหลือเงินหมุนเวียนซื้อขายยางด้วย ซึ่งผมคิดไว้ 2 โมเดลคือ 1.ให้สหกรณ์ไปกู้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือ 2.กู้ในนามสันนิบาตได้ เนื่องจากสันนิบาตสหกรณ์ เป็นผู้นำสหกรณ์ทั้ง 7 ประเภท อาทิ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน สหกรณ์ประมง และสหกรณ์บริการเดินรถ เป็นต้น และประธานแต่ละสหกรณ์เป็นกรรมการโดยตำแหน่งในสันนิบาตสหกรณ์อยู่แล้วไม่ยาก ทางผู้ประสานบอกว่าจะมีการเปิดแอล/ซี ก้อนแรก 500 ล้านบาท แต่ก่อนจะถึงขั้นตอนนั้นจะต้องเสนอบอร์ดสันนิบาตสหกรณ์ มีมติเห็นชอบให้เป็นคู่สัญญา อย่างไรก็ดีจากการเช็กประวัติพบว่า 2 บริษัทรัฐวิสาหกิจจีนมีความยิ่งใหญ่ระดับมณฑล"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,120 วันที่ 7 - 9 มกราคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_25256" align="aligncenter" width="400"]
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้รับการติดต่อจากทางชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) ว่ามีคู่ค้า 2 บริษัทรัฐวิสาหกิจจากจีน ได้แก่ ซีเมค (Cmec)กับ ปักกิ่งเกรนกรุ๊ป นำโดยนายรุ่งโรจน์ เหมันต์สุทธิกุล ประธานกรรมการบริษัท เพาว์เวอร์ยูนิตี้ จำกัด ซึ่งได้รับมอบหมายและแต่งตั้งจากรัฐวิสาหกิจของประเทศจีนทั้ง 2 แห่ง ได้ประสานเข้ามาเพื่อให้เข้าไปพบกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งวันนั้นได้พบกับพล.อ.ประสาท สุขเกษตร เลขานุการและนางจินตนา ชัยยวรรณาการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อช่วยดำเนินการเนื่องจากทั้ง 2 บริษัทจีนต้องการที่จะซื้อยางในรูปแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี
"ส่วนอีกด้านหนึ่งตัวแทนเกษตรกรจาก ชยสท.เองก็ผิดหวังที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ไปเซ็นสัญญากับชิโนเคม (Sinochem) แต่ปรากฏว่าในสัญญามีการแบ่งสัดส่วนการรับซื้อยาง 90% ต้องผ่าน 5 บริษัท ส่วนที่เหลือ 10% ให้รับซื้อยางจากสถาบันเกษตรกร ทำให้ทางกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางไม่พอใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องซื้อผ่าน 5 บริษัทสัดส่วนถึง 90% จึงได้ประสานแล้วให้ผมพาไป ซึ่งผมก็ได้พบกับ 2 ท่านเป็นตัวแทนรัฐมนตรีเกษตรฯ ต่างให้เหตุผลพ้องกันว่าสาเหตุที่ต้องผ่าน 5 บริษัทเพราะเกรงเรื่องมาตรฐานจะไม่ได้ นอกจากนี้ทางคณะได้เสนอว่านอกจากชิโนเคมแล้วยังมี 2 รัฐวิสาหกิจจีนที่สนใจจะซื้อยางอยากให้รัฐบาลช่วย เพราะ2 รัฐวิสาหกิจจีนต้องการซื้อขายแบบจีทูจี และคู่สัญญาที่ต้องการอยากจะได้ก็คือ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) หรือการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)"
นายณกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินงานอาจจะเป็นไปด้วยความล่าช้า ทางเกษตรกรเลยหันมาพึ่งสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่ารับได้หรือไม่ ซึ่งก็บอกไปว่าเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ.2542 แต่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ ตั้งคำถามกลับไปเช่นกันว่า องค์กรอย่างนี้รับได้หรือไม่ ทางฝ่ายจีน ก็บอกว่าได้ไม่น่ามีปัญหา หลังจากนั้น (วันที่ 24 ธ.ค.58) ทางนายรุ่งโรจน์ ได้นำคณะผู้บริหารฝ่ายจีน 2 บริษัท เข้ามาพบและมีการเจรจาเบื้องต้น แล้วให้ไปดูว่าการผลิตของสถาบันเกษตรกรได้มาตรฐานตามที่ต้องการหรือไม่ ก่อนที่จะให้องค์กรลงนามเซ็นสัญญาต่อไปแล้วขณะเดียวกันจะต้องนำเสนอบอร์ดสันนิบาตสหกรณ์เช่นเดียวกัน
"เบื้องต้นที่เจรจากันจะมีการวางแอล/ซี ยาง ราคา 50% หลังจากรับมอบส่งยางเรียบร้อยแล้วจะส่งค่ายางพาราที่เหลือให้กลับมา และส่วนหนึ่งสหกรณ์อยากให้ช่วยเหลือเงินหมุนเวียนซื้อขายยางด้วย ซึ่งผมคิดไว้ 2 โมเดลคือ 1.ให้สหกรณ์ไปกู้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือ 2.กู้ในนามสันนิบาตได้ เนื่องจากสันนิบาตสหกรณ์ เป็นผู้นำสหกรณ์ทั้ง 7 ประเภท อาทิ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน สหกรณ์ประมง และสหกรณ์บริการเดินรถ เป็นต้น และประธานแต่ละสหกรณ์เป็นกรรมการโดยตำแหน่งในสันนิบาตสหกรณ์อยู่แล้วไม่ยาก ทางผู้ประสานบอกว่าจะมีการเปิดแอล/ซี ก้อนแรก 500 ล้านบาท แต่ก่อนจะถึงขั้นตอนนั้นจะต้องเสนอบอร์ดสันนิบาตสหกรณ์ มีมติเห็นชอบให้เป็นคู่สัญญา อย่างไรก็ดีจากการเช็กประวัติพบว่า 2 บริษัทรัฐวิสาหกิจจีนมีความยิ่งใหญ่ระดับมณฑล"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,120 วันที่ 7 - 9 มกราคม พ.ศ. 2559






