
3 เชน ชิงดำ! บัดเจ็ตโฮเต็ลในปั๊มปตท.
ดิเอราวัณ-บีทู-ซุปเปอร์ เอด ผ่านเกณฑ์ ชิงดำบัดเจ็ต โฮเต็ล ในปั๊มปตท. ด้านบิ๊กปตท.ชงบอร์ดต้นปี คัดเลือกเหลือ 1 ราย
หลังจากบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน)ได้เริ่มกระบวน การสรรหาผู้ประกอบการโรงแรม เข้าร่วมพัฒนาโรงแรมราคาประหยัด (บัดเจ็ต โฮเทล) ภายในสถานีบริการนํ้ามันของปตท.รอบใหม่ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 หลังยกเลิกการสรรหารอบแรก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 เนื่องจากมีผู้ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ไม่ถึง 3 ราย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 ปตท.ได้พิจารณาเห็นชอบผู้ประกอบการจำนวน 3 ราย ที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าว ได้แก่ 1.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป เจ้าของแบรนด์Hop Inn 2.บริษัทโกลเบิ้ลพร๊อพเพอร์ตี้ คอนเซ้าติ้ง แอนด์ แมเนจเม้นท์ เจ้าของแบรนด์ บีทู และ3.Wyndham Group ( Kosmopolitan Hospitality) เจ้าของแบรนด์ ซูเปอร์ เอด(Super 8) จากผู้ประกอบการที่ยื่นเสนอตัวเข้ามา 5 ราย เนื่องจากมีแผนการพัฒนาที่เสนอมาทางปตท.เห็นว่ามีความเหมาะสม และคาดว่าจะประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกภายในเดือนมีนาคม 2561
[caption id="attachment_246085" align="aligncenter" width="336"]
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์[/caption]
ต่อเรื่องนี้นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เผยว่า เตรียมเสนอรายชื่อพันธมิตรร่วมลงทุน(พาร์ตเนอร์) ในธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในสถานีบริการนํ้ามัน ปตท. ล่าสุดคัดเลือกจาก 5 ราย เหลือ 3 รายที่มีทั้งไทยและต่างชาติ จากนั้นจะคัดเลือกเพียง 1 ราย เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรม การบริษัท (บอร์ด) ภายในเดือนมกราคมนี้
สำหรับหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกพันธมิตร ปตท. จะต้องมีความเชี่ยวชาญธุรกิจโรงแรมและที่พัก ต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงรูปลักษณ์โรงแรม ซึ่งขณะนี้ทางพันธมิตรอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล โดย ปตท.จะคัดเลือกเหลือเพียง 1 ราย และเมื่อได้รับการอนุมัติจากบอร์ด ปตท. แล้ว ปตท.ตั้งเป้าบัดเจ็ต โฮเต็ลนำร่อง 5 แห่งภายในปี 2561 ซึ่งรูปแบบการร่วมลงทุนยังไม่ชัดเจน อาจเป็นรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ก็ได้ หรือซื้อโนว์-ฮาว ก็ได้ปัจจุบันยังไม่สรุป
ทั้งนี้บัดเจ็ตโฮเต็ล จะต้องลงทุนก่อสร้างในพื้นที่สถานีบริการนํ้ามันของ ปตท. เท่านั้น ไม่ขยายธุรกิจไปข้างนอก เนื่องจากต้องการอำนวยความสะดวกสำหรับคนเดินทาง หลังจากนำร่อง 5 แห่งแล้ว จากนั้นดีลเลอร์จะเป็นผู้ลงทุนต่อไป โดยวางเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 50 แห่ง ภายในปี 2565
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล เนื่องจากพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมธุรกิจบัดเจ็ต โฮเต็ลจะต้องมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงแรมและที่พัก ซึ่งจะต้องพิจารณาหลายปัจจัย อาทิ ต้นทุนก่อสร้างเท่าไร ,โมเดล รูปลักษณ์เป็นอย่างไร เพราะแม้ว่ารูปลักษณ์จะสวยแต่เมื่อคำนวณการก่อสร้างที่แพงอาจไม่คุ้ม ซึ่งโรงแรมมีหลายระดับ เป็นโมเดลมีอยู่แล้วในตลาด อยู่ในระดับเกรดกลาง-ล่าง ส่วนเรื่องการลงทุนนั้น จะมีความชัดเจนภายหลังจากบอร์ดอนุมัติแล้ว”นายอรรถพล กล่าว
อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ปตท.มีจำนวนสถานีบริการนํ้ามันอยู่ที่ 1,640 แห่ง เป้าหมายปี 2561 เพิ่มเป็น 1,800 แห่ง โดยแผนขยายสถานีบริการนํ้ามันของปตท. จะขยายกว่า 200 แห่งต่อปี แต่ก็จะมีสถานีบริการนํ้ามันที่ปิดตัวลงด้วย ดังนั้นเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นประมาณกว่า 100 แห่งต่อปี ส่วนการลงทุนบัดเจ็ต โฮเต็ลในสถานีบริการนํ้ามัน ปตท. คงไม่ครบทุกแห่ง แต่จะต้องดูถึงความเหมาะสม และพื้นที่ด้วย ซึ่งโรงแรมแต่ละแห่งจะมีขนาดไม่เกิน 80 ห้อง เงินลงทุนแตกต่างกันตามขนาด คาดว่าจะใช้พื้นที่ 2-3 ไร่
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,327 วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 - 3 มกราคม พ.ศ. 2561
หลังจากบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน)ได้เริ่มกระบวน การสรรหาผู้ประกอบการโรงแรม เข้าร่วมพัฒนาโรงแรมราคาประหยัด (บัดเจ็ต โฮเทล) ภายในสถานีบริการนํ้ามันของปตท.รอบใหม่ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 หลังยกเลิกการสรรหารอบแรก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 เนื่องจากมีผู้ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ไม่ถึง 3 ราย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 ปตท.ได้พิจารณาเห็นชอบผู้ประกอบการจำนวน 3 ราย ที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าว ได้แก่ 1.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป เจ้าของแบรนด์Hop Inn 2.บริษัทโกลเบิ้ลพร๊อพเพอร์ตี้ คอนเซ้าติ้ง แอนด์ แมเนจเม้นท์ เจ้าของแบรนด์ บีทู และ3.Wyndham Group ( Kosmopolitan Hospitality) เจ้าของแบรนด์ ซูเปอร์ เอด(Super 8) จากผู้ประกอบการที่ยื่นเสนอตัวเข้ามา 5 ราย เนื่องจากมีแผนการพัฒนาที่เสนอมาทางปตท.เห็นว่ามีความเหมาะสม และคาดว่าจะประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกภายในเดือนมีนาคม 2561
[caption id="attachment_246085" align="aligncenter" width="336"]
ต่อเรื่องนี้นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เผยว่า เตรียมเสนอรายชื่อพันธมิตรร่วมลงทุน(พาร์ตเนอร์) ในธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในสถานีบริการนํ้ามัน ปตท. ล่าสุดคัดเลือกจาก 5 ราย เหลือ 3 รายที่มีทั้งไทยและต่างชาติ จากนั้นจะคัดเลือกเพียง 1 ราย เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรม การบริษัท (บอร์ด) ภายในเดือนมกราคมนี้
สำหรับหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกพันธมิตร ปตท. จะต้องมีความเชี่ยวชาญธุรกิจโรงแรมและที่พัก ต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงรูปลักษณ์โรงแรม ซึ่งขณะนี้ทางพันธมิตรอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล โดย ปตท.จะคัดเลือกเหลือเพียง 1 ราย และเมื่อได้รับการอนุมัติจากบอร์ด ปตท. แล้ว ปตท.ตั้งเป้าบัดเจ็ต โฮเต็ลนำร่อง 5 แห่งภายในปี 2561 ซึ่งรูปแบบการร่วมลงทุนยังไม่ชัดเจน อาจเป็นรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ก็ได้ หรือซื้อโนว์-ฮาว ก็ได้ปัจจุบันยังไม่สรุป
ทั้งนี้บัดเจ็ตโฮเต็ล จะต้องลงทุนก่อสร้างในพื้นที่สถานีบริการนํ้ามันของ ปตท. เท่านั้น ไม่ขยายธุรกิจไปข้างนอก เนื่องจากต้องการอำนวยความสะดวกสำหรับคนเดินทาง หลังจากนำร่อง 5 แห่งแล้ว จากนั้นดีลเลอร์จะเป็นผู้ลงทุนต่อไป โดยวางเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 50 แห่ง ภายในปี 2565
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล เนื่องจากพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมธุรกิจบัดเจ็ต โฮเต็ลจะต้องมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงแรมและที่พัก ซึ่งจะต้องพิจารณาหลายปัจจัย อาทิ ต้นทุนก่อสร้างเท่าไร ,โมเดล รูปลักษณ์เป็นอย่างไร เพราะแม้ว่ารูปลักษณ์จะสวยแต่เมื่อคำนวณการก่อสร้างที่แพงอาจไม่คุ้ม ซึ่งโรงแรมมีหลายระดับ เป็นโมเดลมีอยู่แล้วในตลาด อยู่ในระดับเกรดกลาง-ล่าง ส่วนเรื่องการลงทุนนั้น จะมีความชัดเจนภายหลังจากบอร์ดอนุมัติแล้ว”นายอรรถพล กล่าว
อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ปตท.มีจำนวนสถานีบริการนํ้ามันอยู่ที่ 1,640 แห่ง เป้าหมายปี 2561 เพิ่มเป็น 1,800 แห่ง โดยแผนขยายสถานีบริการนํ้ามันของปตท. จะขยายกว่า 200 แห่งต่อปี แต่ก็จะมีสถานีบริการนํ้ามันที่ปิดตัวลงด้วย ดังนั้นเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นประมาณกว่า 100 แห่งต่อปี ส่วนการลงทุนบัดเจ็ต โฮเต็ลในสถานีบริการนํ้ามัน ปตท. คงไม่ครบทุกแห่ง แต่จะต้องดูถึงความเหมาะสม และพื้นที่ด้วย ซึ่งโรงแรมแต่ละแห่งจะมีขนาดไม่เกิน 80 ห้อง เงินลงทุนแตกต่างกันตามขนาด คาดว่าจะใช้พื้นที่ 2-3 ไร่
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,327 วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 - 3 มกราคม พ.ศ. 2561






