thansettakij
thansettakij
‘เศรษฐพงค์’ ชี้วิธีสู้บิตคอยน์ ต้องเข้าใจไอที-แนะดึงผู้เชี่ยวชาญดิจิตอลช่วย

‘เศรษฐพงค์’ ชี้วิธีสู้บิตคอยน์ ต้องเข้าใจไอที-แนะดึงผู้เชี่ยวชาญดิจิตอลช่วย

02 ม.ค. 61 | 03:46 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ม.ค. 61 | 10:46 น.
“เศรษฐพงค์” แนะการชนะบิตคอยน์ต้องเข้าใจกลไก ชี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน แต่ต้องอาศัยผู้ครํ่าหวอดดิจิตอลเข้ามาเสริม เพราะเทคโนโลยีกำลังอพยพสู่ดินแดนแห่งใหม่ ส่งผลต่อคนยุคเก่าเกิดลังเล และหวาดกลัว

[caption id="attachment_246090" align="aligncenter" width="335"] TP03-3327-1 พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ[/caption]

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. เปิดเผยว่า การเอาชนะ Bitcoin(บิตคอยน์) ต้องเข้าใจกลไกของโครงสร้างธุรกิจ เพราะความหวาดกลัวนั้นเกิดจากที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ดังนั้นการทำความเข้าใจเรื่อง Bitcoinหรือ cryptocurrency (คริปโตเคอร์เรนซี)ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินอีกต่อไปแต่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคในส่วนเทคโนโลยีดิจิตอลที่ต้องเข้ามาอธิบายให้เข้าใจโลกใหม่ที่ทุกประเทศกำลังอพยพเข้าสู่ดินแดนแห่งใหม่ ที่พวกเขากำลังสร้างกฎระเบียบใหม่ทั้งหมด จนทำให้คนโลกเก่าในกฎระเบียบเก่าที่อยากจะอพยพตามไปด้วยมีความรู้สึกลังเลและหวาดกลัวอย่างเช่นกรณีของ บิตคอยน์ ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2552 โดยบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto บิตคอยน์เป็นเพียงแค่ 1 ใน 1,300 สกุลของคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้น

ขณะที่เมื่อปี 2554 บิตคอยน์มีมูลค่าไม่ถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ปัจจุบันมูลค่าได้เพิ่มสูงขึ้นกว่า 1.7-2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับในประเทศไทยนั้น บิตคอยน์ และคริปโตเคอร์เรนซี ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหม่มาก แต่ในหลายประเทศทั่วโลกบิตคอยน์ได้รับการยอมรับจากธุรกิจต่างๆ ทั้งการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าในร้านค้าปลีก ใช้ซื้อตั๋วรถไฟฯลฯ ซึ่งขณะนี้บิตคอยน์เริ่มมีการแพร่หลายใน สหรัฐอเมริกาญี่ปุ่นเกาหลีใต้ โดยมีตู้ ATM ที่สามารถกดเงินบิตคอยน์ออกมาเป็นสกุลเงินหลักเช่น ดอลลาร์สหรัฐฯและเยน รวมถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนบิตคอยน์บนมาร์เก็ตเพลสโดยใช้สกุลเงินต่างๆการรับส่งบิตคอยน์ระหว่างกันโดยผ่านแอพพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์ ทำให้เกิดการเก็งกำไรจากนักลงทุน ทั้งนี้บิตคอยน์จะถูกเก็บไว้ใน“กระเป๋าเงินดิจิตอล” ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารแบบเสมือนจริงที่อนุญาตให้ผู้ใช้ส่งหรือรับบิตคอยน์ จ่ายค่าสินค้าหรือเก็บออมเงินได้ ในปีที่ผ่านมาจึงเกิดบริษัทสตาร์ตอัพที่ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิตอลมากมายทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม บิตคอยน์ และสกุลอื่นๆ เช่น Ethereum, Ripple และ บิตคอยน์ แคช มีราคาพุ่งสูงขึ้นมากในปีนี้เนื่องจากนักลงทุนหลักได้ให้ความสนใจมากขึ้น จึงทำให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ เฝ้าติดตามและหาทางควบคุมบิตคอยน์ รวมถึงสกุลเงินดิจิตอลอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ประเทศจีนและเวเนซุเอลาได้ประกาศที่จะสร้างสกุลเงินดิจิตอลของตัวเองหลังจากพบว่าประชาชนให้ความสนใจในการใช้เงินคริปโตเคอร์เรนซีอย่างแพร่หลายเช่นเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้การรับรองและเริ่มมีการออกใบอนุญาตการแลกเปลี่ยน บิตคอยน์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

แต่สำหรับจีนยังคงมีการควบคุมการใช้เงินคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งการประกาศจากสถาบันการเงินรายใหญ่บางแห่งในสหรัฐฯ ช่วยให้บิตคอยน์ ได้รับการยอมรับมากขึ้นเป็นลำดับ

ทั้งนี้ในปี 2560 ส่วนใหญ่ผู้ที่ซื้อบิตคอยน์นั้นเป็นกลุ่มนักลงทุนรายย่อยในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่ทำให้การซื้อขายบิตคอยน์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่กำไรส่วนใหญ่ยังคงจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มนักลงทุนจำนวนไม่มาก

นอกจากนี้นักลงทุนในสถาบันขนาดใหญ่ เช่น กองทุนป้องกันความเสี่ยงและผู้จัดการสินทรัพย์ส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเฉย แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนคาดการณ์ว่านักลงทุนในสถาบันขนาดใหญ่จะเข้าสู่ตลาดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สำหรับการขยับตัวในการนำเอาบล็อกเชนมาใช้เป็นแพลตฟอร์มของธนาคารกำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารทั่วโลก เช่น Bank of America ที่รับผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนเข้ามาเพื่อพัฒนาระบบธนาคารที่ทำงานแบบอัตโนมัติ ดังนั้นคนไทยจึงควรที่จะรีบทำความเข้าใจกับมัน เพื่ออพยพสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างถูกทิศทาง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,327 วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 - 3 มกราคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9