
เตือน! รับมือบาทหลุด 32 ต่อดอลล์
นักค้าเงินเตือนธุรกิจรับมือดอลลาร์ผันผวน กระทบเงินบาทแข็งค่าไม่หยุด “จิติพล” มองปีหน้าหลุด 32 บาทต่อดอลลาร์เหตุเงินทุนจ่อไหลเข้า
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่าปีหน้าถ้าตลาดจีนไม่ดีอาจมีเงินไหลกลับมาลงทุนในประเทศ ซึ่งจะซํ้าเติมให้เงินบาทแข็งค่าไปอีกการจะหวังให้เงินทุนไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยคงยาก เพราะปัจจัยพื้นฐานไทยดีขึ้น แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินทุนก็อาจยังไม่ไหลออก
[caption id="attachment_118065" align="aligncenter" width="416"]
จิติพล พฤกษาเมธานันท์[/caption]
ส่วนทิศทางของค่าเงินบาทด้วยปัจจัยพื้นฐานและเศรษฐกิจเป็นไปได้ยากที่จะเห็นเงินบาทอ่อนค่า ปีหน้าบาทมีโอกาสจะแข็งค่าแตะ 31.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯปีนี้ธปท.จะดูแลไว้ในระดับ 32.50-32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสัปดาห์ก่อนระหว่าง 32.50-32.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าจากแผนปฏิรูปภาษีที่มีความชัดเจน
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทถึงช่วงสิ้นปีนี้น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่แข็งค่ากว่าระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ปัจจัยชี้ทิศทางเงินบาทปีหน้ามาจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังมีโอกาสเกินดุลต่อเนื่อง แม้ดอลลาร์สหรัฐฯจะมีโอกาสกลับมาแข็งค่าตามสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งมีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและทยอยลดงบดุลและอาจมีแรงหนุนเพิ่มเติมหากแผนปฏิรูปภาษีหาข้อสรุปได้ลงตัว
อย่างไรก็ตามทั้งเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและแผนปฎิรูปภาษียังมีความไม่แน่นอนอยู่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะเรื่องจังหวะเวลา ดังนั้นความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ช่วง 11 เดือนแรกปีนี้ นักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรเพิ่มขึ้น 2.07แสนล้านบาทจากปี 2559ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 1.67 หมื่นล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,321 วันที่ 10 - 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่าปีหน้าถ้าตลาดจีนไม่ดีอาจมีเงินไหลกลับมาลงทุนในประเทศ ซึ่งจะซํ้าเติมให้เงินบาทแข็งค่าไปอีกการจะหวังให้เงินทุนไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยคงยาก เพราะปัจจัยพื้นฐานไทยดีขึ้น แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินทุนก็อาจยังไม่ไหลออก
[caption id="attachment_118065" align="aligncenter" width="416"]
ส่วนทิศทางของค่าเงินบาทด้วยปัจจัยพื้นฐานและเศรษฐกิจเป็นไปได้ยากที่จะเห็นเงินบาทอ่อนค่า ปีหน้าบาทมีโอกาสจะแข็งค่าแตะ 31.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯปีนี้ธปท.จะดูแลไว้ในระดับ 32.50-32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสัปดาห์ก่อนระหว่าง 32.50-32.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าจากแผนปฏิรูปภาษีที่มีความชัดเจน
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทถึงช่วงสิ้นปีนี้น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่แข็งค่ากว่าระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ปัจจัยชี้ทิศทางเงินบาทปีหน้ามาจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังมีโอกาสเกินดุลต่อเนื่อง แม้ดอลลาร์สหรัฐฯจะมีโอกาสกลับมาแข็งค่าตามสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งมีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและทยอยลดงบดุลและอาจมีแรงหนุนเพิ่มเติมหากแผนปฏิรูปภาษีหาข้อสรุปได้ลงตัว
อย่างไรก็ตามทั้งเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและแผนปฎิรูปภาษียังมีความไม่แน่นอนอยู่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะเรื่องจังหวะเวลา ดังนั้นความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ช่วง 11 เดือนแรกปีนี้ นักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรเพิ่มขึ้น 2.07แสนล้านบาทจากปี 2559ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 1.67 หมื่นล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,321 วันที่ 10 - 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560






