thansettakij
thansettakij
ดอยคําทุ่ม1.8พันล. รุกสินค้าสุขภาพ

ดอยคําทุ่ม1.8พันล. รุกสินค้าสุขภาพ

02 ธ.ค. 60 | 10:45 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ธ.ค. 60 | 17:45 น.
“ดอยคำ” ทุ่มกว่า 1,800 ล้านบาท ยกเครื่องโรงงาน พร้อมแตกไลน์สินค้าใหม่เครื่องดื่มสมุนไพร ตั้งเป้าโกยรายได้สิ้นปีกว่า 2,100 ล้านบาท

นายสรภัส สุตเธียรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มและสินค้าภายใต้แบรนด์ “ดอยคำ” เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุนในปีหน้าราว 1,800 ล้านบาทในการปรับปรุงโรงงาน แบ่งเป็นเงินลงทุน 1,700 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงโรงงานแห่งที่ 4ในจ.บุรีรัมย์ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงโรงงานใหม่ครั้งใหญ่ของบริษัท บนพื้นที่ 45 ไร่ และจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้ 2-3 เท่าจากเดิมที่มีอยู่ โดยใช้ในการผลิตไลน์สินค้าของบริษัท อาทิ กลุ่มนํ้าผลไม้ ข้าว เป็นต้น ซึ่งการลงทุนโรงงานจ.บุรีรัมย์ถือเป็นการรองรับการเติบโตในส่วนของการขยายตลาดไปยังต่างประเทศอีกทั้งขณะที่อีกกว่า 100ล้านบาท จะเป็นการลงทุนเพิ่มไลน์เครื่องจักรในโรงงานแห่งที่ 2 ที่ จ.เชียงราย

บาร์ไลน์ฐาน นอกจากนี้ในปีหน้าโรงงานที่ จ.เชียงใหม่ จะเปิดไลน์การผลิตใหม่อย่างเป็นทางการ หลังจากมีการปรับปรุงไปเมื่อช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะใช้ในการผลิตสินค้าที่บรรจุในขวดแก้ว อาทิ แยม นํ้าผึ้ง และสินค้าจำพวกนํ้าดื่ม เป็นหลัก ซึ่งการปรับปรุงโรงงานแต่ละแห่งของบริษัทถือเป็นการรองรับการเติบโตในอนาคต ทั้งนี้บริษัทจะเน้นการพัฒนาธุรกิจด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในเชิงสุขภาพ โดยในปีหน้าโฟกัสการทำตลาดไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากสมุนไพร รวมทั้งเปิดตัวสินค้าใหม่ตลอดทั้งปีกว่า10รายการจากปัจจุบันที่มีสินค้าราว130 รายการ

วิทยุพลังงาน ด้านตลาดต่างประเทศหลังจากบริษัทเริ่มมีการขยายตลาดออกไปเมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยได้เข้าไปทำตลาดในประเทศญี่ปุ่น, ลาว แล้วในปีหน้า เน้นตลาดในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และ เวียดนาม) เป็นหลัก เบื้องต้นอยู่ระหว่างเจรจาร่วมกับคู่ค้าชาวกัมพูชา เวียดนามและเมียนมา โดยวางเป้าหมายสัดส่วนยอดขายที่ 10% ของยอดขายทั้งหมด จากปัจจุบันที่มี บริษัทตั้งเป้าการเติบโตในสิ้นปีนี้ไว้ที่ 20% หรือคิดเป็นรายได้ 2.1พันล้านบาทแบ่งเป็นรายได้ที่มาจากกลุ่มนำผลไม้ 60-70%กลุ่มอบแห้งกว่า 10% และกลุ่มนํ้าดื่ม 5-8% ขณะที่ปีหน้าวางเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 2.3 พันล้านบาท โดยรายได้หลักยังคงมาจากกลุ่มนํ้าผลไม้ปัจจุบันบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นเบอร์ 2 ที่ 22-25% รองจากทิปโก้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,318
วันที่ 30 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว