
กสิกรไทยประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า(6-10 พ.ย.)ที่ 33.00-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทแข็งค่าขึ้น ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ จากการคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเลือกนายเจอโรม พาวเวลล์ เป็นประธานเฟดคนต่อไป หลังจากที่นางเจเน็ต เยลเลนหมดวาระในเดือนก.พ.ปีหน้า อย่างไรก็ดี กรอบการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มจำกัดลงในช่วงปลายสัปดาห์ ก่อนการรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ขณะที่ นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับในวันศุกร์ (3 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 33.12 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.29 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 ต.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.00-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามการตอบรับของนักลงทุนหลังการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ตัวเลขสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนพ.ย.ของสหรัฐฯ ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศและเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของจีน รวมถึงรายงานดัชนี PMI ภาคบริการเดือนต.ค. ของหลายๆ ประเทศทั่วโลก ส่วนจุดสนใจเพิ่มเติมของตลาดในประเทศน่าจะอยู่ที่การประชุมกนง. ในวันที่ 8 พ.ย. นี้
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.00-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามการตอบรับของนักลงทุนหลังการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ตัวเลขสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนพ.ย.ของสหรัฐฯ ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศและเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของจีน รวมถึงรายงานดัชนี PMI ภาคบริการเดือนต.ค. ของหลายๆ ประเทศทั่วโลก ส่วนจุดสนใจเพิ่มเติมของตลาดในประเทศน่าจะอยู่ที่การประชุมกนง. ในวันที่ 8 พ.ย. นี้
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย






