thansettakij
thansettakij
เงินไหล! ลงทุนสตาร์ตอัพไทย ครึ่งปี 6 พันล้าน

เงินไหล! ลงทุนสตาร์ตอัพไทย ครึ่งปี 6 พันล้าน

18 ส.ค. 60 | 08:58 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ส.ค. 60 | 15:58 น.
6 เดือนแรกเงินลงทุนสตาร์ตอัพไทยสะพัดเกือบ 6 พันล้าน เท่าปีที่แล้วทั้งปี “ไทยเทคสตาร์ตอัพ” เตรียมร่อนสมุดปกขาวฉบับ 2 ถึงรัฐบาล เร่งล้อมกรอบสตาร์ตอัพไทยหนีจดทะเบียนต่างประเทศ

นายวัชระ เอมวัฒน์ นายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (ไทยเทคสตาร์ตอัพ) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ตัวเลขการลงทุนสตาร์ตอัพไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มียอดเท่ากับตัวเลขการลงทุนทั้งปีของปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากเทคซอสล่าสุดประมาณการว่ามีมูลค่าเม็ดเงินลงทุนราว 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5,775 ล้านบาท (ที่อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ)

โดยดีลใหญ่สุดที่เกิดขึ้นช่วงต้นปี คือการเข้าลงทุนของบริษัท เทนเซนต์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด ในอุ๊คบี มูลค่าการลงทุนมูลค่าประมาณ 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 627 ล้านบาท เพื่อตั้งบริษัท อุ๊คบี ยู จำกัด (Ookbee U) ขึ้นมาเพื่อดูแลธุรกิจในกลุ่ม User Generated Content (UGC) ของอุ๊คบี ประกอบด้วย อุ๊คบีคอมิกส์
(www.ookbeecomics.com), Storylog (www.storylog.co), Fictionlog (www.fictionlog.co), เว็บนิยาย Tunwalai (www.tunwalai.com), ชุมชนทางดนตรี 
ฟังใจ (www.fungjai.com) รวมไปถึงบริการในกลุ่ม UGC ใหม่ๆ ของอุ๊คบีในอนาคต นอกจากนี้ยังดีลของโอมิเซะ สตาร์ตอัพสายฟินเทค ที่มีการระดมทุนไตรมาสแรก ราว 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 528 ล้านบาท

“วงการสตาร์ตอัพไทยมีการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก โดยนอกจากปริมาณของสตาร์ตอัพที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีความหลากหลายมากขึ้น โดยจะเห็นคนที่อยู่ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ เข้ามาทำสตาร์ตอัพมากขึ้น อาทิ กลุ่มหมอที่เข้ามาพัฒนาแอพพลิเคชันด้านสุขภาพ (Heath Tech) อย่างไรก็ตามก็มีสตาร์ตอัพกลุ่มไอเดีย ที่มีการระดมทุนระดับเริ่มต้น หรือ Seek Fund ที่ล้มหายไปเช่นเดียวกัน โดยสัดส่วนสตาร์ตอัพที่ปิดตัวไปของไทยอยู่ในระดับเดียวกับทั่วโลก คือ 80-90% 
ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งคือตลาดไทย”

นายวัชระกล่าวต่อไปอีกว่า สมาคมไทยเทค
สตาร์ตอัพกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำสมุดปกขาว เตรียมยื่นเสนอกับรัฐบาล เพื่อให้สนับสนุนสตาร์ตอัพไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ประเด็นหลักที่ผู้ประกอบการสตาร์ตอัพไทยต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ คือ นโยบายการส่งเสริมให้ใช้สินค้าและบริการของสตาร์ตอัพไทย การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตของสตาร์ตอัพ รวมถึงการแก้กฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกกับสตาร์ตอัพไทย

“ที่ผ่านมามีสตาร์ต อัพ ราว 20-30 ราย เป็นรายใหญ่ ระดับเงินลงทุนซีรีส์เอ ประมาณ 5-10 ราย เลือกไปจดทะเบียนในสิงคโปร์ ที่ให้สิทธิประโยชน์ที่ดีกว่าไทย และมีนโยบายเอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของสตาร์ตอัพ ซึ่งที่ผ่านมาไทยพยายามแก้กฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวก แต่ก็ยังติดกฎระเบียบบางอย่าง โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบเกรงว่าจะขัดกับนโยบายการส่งเสริมเอสเอ็มอี ซึ่งสมุดปกขาวที่สมาคมกำลังจัดทำนั้นมีกรอบชัดเจน ในการแยกแยะระหว่างสตาร์ต
อัพกับเอสเอ็มอี โดยเชื่อว่าจะช่วยดึงสตาร์ตอัพ
จากต่างประเทศกลับมาจดทะเบียนในไทย และป้องกันไม่ให้สตาร์ตอัพรายใหม่ไปจดทะเบียนต่างประเทศ”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,288 วันที่ 17 -19 สิงหาคม พ.ศ. 2560