
เออาร์ซี ยกย่องไอเอฟเอสเป็นผู้นำด้านซอฟต์แวร์ บริหารจัดการสินทรัพย์
"เออาร์ซี แอดไวซอรี กรุ๊ป" ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวิจัยและการให้คำปรึกษา ระบุว่า ปัจจุบันไอเอฟเอส ครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ขององค์กร (อีเอเอ็ม) สำหรับอุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์การรบ
ไอเอฟเอส เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรั บองค์กรและได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้จำหน่ายอันดับหนึ่งในตลาดซอฟต์แวร์การบริหารจัดการสินทรัพย์ขององค์กรหรืออีเอเอ็ม (Enterprise Asset Management : EAM) สำหรับภาคอุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์ การรบหรือเอแอนด์ดี (Aerospace and Defense :A&D) นับว่า เป็นปีที่เก้าติดต่อกันแล้วที่ บริษัท ไอเอฟเอส ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้นำระดับโลกจากเออาร์ซี แอดไวซอรี กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวิจัยและที่ปรึกษารายใหญ่
จากการศึกษาของเออาร์ซีภายใต้หัวข้อเรื่อง “การศึกษาวิจัยตลาดทั่วโลกด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ขององค์กร” (Enterprise Asset Management Global Market Research Study) พบว่า ไอเอฟเอสยังคงได้รับส่วนแบ่งตลาดเอแอนด์ดีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันถือเป็ นผู้ครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดแห่งนี้ โดยตัวเลขผลประกอบการในปี 2559 ที่ตอกย้ำความสำเร็จดังกล่าวยังไม่ได้รวมผลกำไรที่ได้รับหลังจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท เอ็มเอ็กซ์ไอ เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ การบริหารจัดการด้านการซ่อมบำรุงสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์การรบ (การเข้าซื้อกิจการดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อเดือนมกราคม 2560)
ทั้งนี้ ไอเอฟเอสมีฐานลูกค้าที่ แข็งแกร่งและกำลังขยายตัวครอบคลุมอุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์ การรบอย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกค้าของไอเอฟเอส ได้แก่ เบย์ ซิสเต็มส์ (BAE Systems) ล็อคฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) เจนเนอรัล ไดนามิกส์ (General Dynamics) ซาบ (SAAB) จีอี อาวิชั่น (GE Aviation) แพรต แอนด์ วิตนี่ (Pratt & Whitney) ฮัล (HAL) เอมิเรต (Emirates) ลาแทม (LATAM) แคนตัส (Qantas) ไชน่า แอร์ไลน์ (China Airlines) แอร์ ฟรานซ์ – เคแอลเอ็ม (Air France-KLM) เซาทเวสต์ แอร์ไลน์ (Southwest Airlines) และล่าสุดคือ พีเอสเอ แอร์ไลน์ (PSA Airlines)
นอกจากนี้ ไอเอฟเอสกำลังเดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะ และล่าสุดบริษัท จี7 แอโรสเปซ ของประเทศมาเลเซียได้เข้าร่วมในเครือข่ายพันธมิตรของไอเอฟเอส ( IFS Partner Network)เรียบร้อยแล้ว
“ไอเอฟเอสมีความแข็งแกร่งอย่างมากในอุตสาหกรรมด้านอากาศยานและยุทโธปกรณ์ทั่วโลก ”นายราล์ฟ ริโอ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านซอฟต์ แวร์องค์กรของบริษัท เออาร์ซี แอดไวเซอรี กรุ๊ป กล่าวและว่า "ไอเอฟเอสได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดแห่งนี้ด้วยการเข้าซื้อกิจการของบริษัท เอ็มเอ็กซ์ไอ เทคโนโลยี"
นายสก็อต เฮลเมอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจการบินและยุทโธปกรณ์การรบ บริษัท ไอเอฟเอส กล่าวเสริมว่า การก้าวเข้าสู่กระแสบริการภิวั ฒน์และความต้องการการสนับสนุนที่ มีความซับซ้อนสำหรับอุปกรณ์รุ่ นใหม่ๆ ทำให้อีเอเอ็มกลายเป็นสิ่งสำคั ญอันดับแรกสำหรับองค์กรด้ านการบินเชิงพาณิชย์และด้านยุ ทโธปกรณ์การรบ โดยโซลูชั่นอีเอเอ็ มของไอเอฟเอสที่มาพร้อมคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่น ความคล่องตัว และความโดดเด่นในตลาดที่ไม่เป็ นสองรองใคร จะสามารถสนับสนุนช่วยเหลือองค์กรเหล่านี้ในด้านการติดตามตรวจสอบและบำรุงรักษาสินทรัพย์เพื่อให้สามารถใช้งานได้ ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ไอเอฟเอส เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรั บองค์กรและได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้จำหน่ายอันดับหนึ่งในตลาดซอฟต์แวร์การบริหารจัดการสินทรัพย์ขององค์กรหรืออีเอเอ็ม (Enterprise Asset Management : EAM) สำหรับภาคอุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์ การรบหรือเอแอนด์ดี (Aerospace and Defense :A&D) นับว่า เป็นปีที่เก้าติดต่อกันแล้วที่ บริษัท ไอเอฟเอส ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้นำระดับโลกจากเออาร์ซี แอดไวซอรี กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวิจัยและที่ปรึกษารายใหญ่
จากการศึกษาของเออาร์ซีภายใต้หัวข้อเรื่อง “การศึกษาวิจัยตลาดทั่วโลกด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ขององค์กร” (Enterprise Asset Management Global Market Research Study) พบว่า ไอเอฟเอสยังคงได้รับส่วนแบ่งตลาดเอแอนด์ดีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันถือเป็ นผู้ครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดแห่งนี้ โดยตัวเลขผลประกอบการในปี 2559 ที่ตอกย้ำความสำเร็จดังกล่าวยังไม่ได้รวมผลกำไรที่ได้รับหลังจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท เอ็มเอ็กซ์ไอ เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ การบริหารจัดการด้านการซ่อมบำรุงสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์การรบ (การเข้าซื้อกิจการดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อเดือนมกราคม 2560)
ทั้งนี้ ไอเอฟเอสมีฐานลูกค้าที่ แข็งแกร่งและกำลังขยายตัวครอบคลุมอุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์ การรบอย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกค้าของไอเอฟเอส ได้แก่ เบย์ ซิสเต็มส์ (BAE Systems) ล็อคฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) เจนเนอรัล ไดนามิกส์ (General Dynamics) ซาบ (SAAB) จีอี อาวิชั่น (GE Aviation) แพรต แอนด์ วิตนี่ (Pratt & Whitney) ฮัล (HAL) เอมิเรต (Emirates) ลาแทม (LATAM) แคนตัส (Qantas) ไชน่า แอร์ไลน์ (China Airlines) แอร์ ฟรานซ์ – เคแอลเอ็ม (Air France-KLM) เซาทเวสต์ แอร์ไลน์ (Southwest Airlines) และล่าสุดคือ พีเอสเอ แอร์ไลน์ (PSA Airlines)
นอกจากนี้ ไอเอฟเอสกำลังเดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะ และล่าสุดบริษัท จี7 แอโรสเปซ ของประเทศมาเลเซียได้เข้าร่วมในเครือข่ายพันธมิตรของไอเอฟเอส ( IFS Partner Network)เรียบร้อยแล้ว
“ไอเอฟเอสมีความแข็งแกร่งอย่างมากในอุตสาหกรรมด้านอากาศยานและยุทโธปกรณ์ทั่วโลก ”นายราล์ฟ ริโอ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านซอฟต์ แวร์องค์กรของบริษัท เออาร์ซี แอดไวเซอรี กรุ๊ป กล่าวและว่า "ไอเอฟเอสได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดแห่งนี้ด้วยการเข้าซื้อกิจการของบริษัท เอ็มเอ็กซ์ไอ เทคโนโลยี"
นายสก็อต เฮลเมอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจการบินและยุทโธปกรณ์การรบ บริษัท ไอเอฟเอส กล่าวเสริมว่า การก้าวเข้าสู่กระแสบริการภิวั ฒน์และความต้องการการสนับสนุนที่ มีความซับซ้อนสำหรับอุปกรณ์รุ่ นใหม่ๆ ทำให้อีเอเอ็มกลายเป็นสิ่งสำคั ญอันดับแรกสำหรับองค์กรด้ านการบินเชิงพาณิชย์และด้านยุ ทโธปกรณ์การรบ โดยโซลูชั่นอีเอเอ็ มของไอเอฟเอสที่มาพร้อมคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่น ความคล่องตัว และความโดดเด่นในตลาดที่ไม่เป็ นสองรองใคร จะสามารถสนับสนุนช่วยเหลือองค์กรเหล่านี้ในด้านการติดตามตรวจสอบและบำรุงรักษาสินทรัพย์เพื่อให้สามารถใช้งานได้ ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้






