thansettakij
thansettakij
พาณิชย์อนุมัติปลากระป๋องอะยัม ขึ้นราคาจาก 33 บาทเป็น 36 บาท

พาณิชย์อนุมัติปลากระป๋องอะยัม ขึ้นราคาจาก 33 บาทเป็น 36 บาท

21 ก.ค. 60 | 10:09 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 60 | 17:09 น.
พาณิชย์อนุมัติ ปลากระป๋องอะยัม ขึ้นราคาจาก 33 บาทเป็น 36 บาท เหตุต้นทุนขนส่งแพง คาดมีผลสัปดาห์หน้า

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้อนุมัติปรับขึ้นราคาสินค้า ปลากระป๋องอะยัม ซึ่งเป็นปลากระป๋องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ผู้นำเข้าปลากระป๋องดังกล่าวจึงได้ทำเรื่องขอปรับขึ้นราคาปลากระป๋องขนาด 155 กรัมจากปกติราคา 33 บาทขอปรับมาเป็น 38 บาท เนื่องจากต้นทุนค่ขนส่งแพงเพราะต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งกรมการค้าภายได้วิเคราะห์ต้นทุนและอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาเป็น 36 บาทต่อกระป๋อง โดยราคาดังกล่าวจะปรับขึ้นในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ส่วนปลากระป๋องที่จำหน่ายในประเทศ เช่น ปุ้มปุ้ยและอื่นๆ ยังคงมีราคาจำหน่ายเท่าเดิมอยู่ที่ 17-18 บาทเท่านั้น

ส่วนกรณีคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือกบง. เห็นชอบในหลักการแนวทางการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซแอลพีจี หรือ LPG ทั้งระบบ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2560 ขณะนี้กรมการค้าภายในได้ออกประกาศราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม ขนาดถัง 15 กิโลกรัมที่ราคา 343 บาท โดยเป็นราคาที่รวมค่าขนส่งแล้ว ส่วนแนวโน้มในเดือนสิงหาคมเชื่อว่าราคาก๊าซแอลพีจี ในตลาดโลกยังคงทรงตัวในระดับต่ำและคาดว่าราคาในประเทศจะยังทรงตัวหรือปรับขึ้นเพียงถังละ1.8 บาท
ทั้งนี้กรมการค้าภายในได้ติดตามกรณีที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะปรับค่าเอฟทีขึ้นในช่วงเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไปกรมฯได้วิเคราะห์ค่าไฟฟ้าเอฟทีและต้นทุนราคาก๊าซหุงต้มแล้วยืนยันว่าไม่กระทบต่อต้นทุนการผลิตราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และอาหารจานด่วนโดยรวม ซึ่งหากดูอาหารต่อจานจะเพิ่มขึ้นเพียง 2 สตางค์ ราคาสินค้าอุปโภค บริโภคเพิ่มจึ้นไม่ถึง 1 สตางค์ เช่น แชมพูเพิ่มขึ้นขวดละ 0.0014 บาท กระดาษชำระมีผลกระทบเพิ่มขึ้นม้วนละ 0.0091 บาท ทำให้กรมการค้าภายในมั่นใจว่าไม่มีเหตุผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมจะปรับขึ้นจากค่าเอฟที