thansettakij
thansettakij
คนไทยแห่ช็อปเสื้อผ้า-นาฬิกา

คนไทยแห่ช็อปเสื้อผ้า-นาฬิกา

22 ก.ค. 60 | 00:46 น.
จากการสำรวจของศูนย์องค์ความรู้ด้านลักชัวรี(LUXELLENCE CENTER) ภายใต้การบริหารของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมมือกับ บริษัท อิปซอสส์ (ไทยแลนด์) จำกัด (Ipsos Marketing) เพื่อติดตามผู้บริโภคสินค้าหรู (Luxury Brand) ในปี 2559 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภค และใช้เป็นข้อมูลให้กับผู้ประกอบการเปรียบเทียบกับ 15 ประเทศ อาทิ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น โดยผลสำรวจพบว่า สินค้าหรูที่คนไทยชื่นชอบ ลำดับแรกยังคงเป็นสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้า รองลงมาได้แก่ นาฬิกา เครื่องหนังและรถยนต์ตามลำดับ

ทั้งนี้จากกลุ่มตัวอย่าง 800 กลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็นชาย 50% และหญิง 50% เป็นกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้ต่อครัวเรือนตั้งแต่ 5 หมื่น-2 แสนบาทต่อเดือน ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีความชื่นชอบสินค้าหรูเพิ่มมากขึ้น 7.4 ขณะที่ปี 2558 มีคะแนน 7.3 สูงกว่า 15 ประเทศที่มีคะแนน 6.5 ลดลงจาก 6.7 ในปี 2558 โดยสินค้าที่นึกถึงลำดับแรกๆ คือ เสื้อผ้า นาฬิกา เครื่องหนัง รวมถึงรถยนต์

ขณะเดียวกันพบว่าสินค้าหรู 5 อันดับแรกที่คนไทยนิยมซื้อ ได้แก่ เสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋า รองเท้า และแว่นกันแดด แว่นสายตา โดยกลุ่มสินค้าที่มีการซื้ออย่างสมํ่าเสมอ 5 ลำดับแรกคือ นาฬิกา เสื้อผ้า และแอ็กเซสซอรี ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง เช่น รองเท้า, กระเป๋า ฯลฯ ผลิตภัณฑ์ความงาม เช่น เครื่องสำอาง, นํ้าหอม, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและใบหน้า และอุปกรณ์เทคโนโลยี สำหรับแบรนด์สินค้าหรูที่คนไทยชื่นชอบ 10 ลำดับแรก คือ Louis Vuitton, Chanel, Gucci, Dior/Christian Dior, Prada, Rolex, Lacoste, Hermes, Armani และ Coach โดยมีจุดที่น่าสนใจคือ?คนไทยมองว่าแบรนด์ Lacoste เป็นสินค้าหรู ในขณะที่อีก 15 ประเทศกลับมองว่าเป็นเพียงแบรนด์สินค้าธรรมดาเท่านั้น

[caption id="attachment_181605" align="aligncenter" width="335"] ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์[/caption]

โดยดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์องค์ความรู้ด้านลักชัวรี ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพรวมสินค้าลักชัวรีในไทยปัจจุบันว่า หากพูดถึงกลุ่มสินค้าหรูในมุมมองของชาวไทยพบว่าส่วนใหญ่ยังคงนึกถึงกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่สินค้าหรูแบรนด์ไทย คนไทยกลับไม่นึกถึงมากนัก โดยสินค้าแบรนด์ไทยที่คนไทยคิดถึง ได้แก่ แบรนด์ “นารายา” ซึ่งต้องยอมรับว่าจากผลสำรวจดังกล่าวทำให้พบว่าสินค้าหรูแบรนด์หรูไทยยังไม่แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากนัก ซึ่งส่วนใหญ่จะนึกถึงเพียงความเป็นแบรนด์ไทย ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องงัดกลยุทธ์ต่างๆ ออกมาสร้างการรับรู้แบรนด์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าประเภทเครื่องประดับจิวเวลรี ที่คนไทยยังรู้จักน้อยแต่ในทางกลับกันคนไทยกลับไปชื่นชอบและรู้จักแบรนด์เครื่องประดับจิวเวลรีจากต่างประเทศมากกว่า และเริ่มมีแบรนด์จิวเวลรีจากต่างชาติเข้ามาทำตลาดเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าในไทยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เช่น Cartier, Van Cleef & Arpels, Tiffany & Co, Bvlgari, Pomellato เป็นต้น

สำหรับการเติบโตของช่องทางการจำหน่ายสินค้าหรูในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นช่องทางหน้าร้านเป็นหลัก เนื่องจากต้องการตรวจสอบ สัมผัสหรือแม้กระทั่งเห็นของจริงก่อนตัดสินใจจับจ่าย ขณะที่ช่องทางออนไลน์เป็นเพียงช่องทางในการศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบราคาของแต่ละแบรนด์เท่านั้น นี่จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องเร่งพัฒนาช่องทางออนไลน์ในการนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างให้ผู้บริโภคและดึงดูดความสนใจให้เดินทางมาจับจ่ายที่หน้าร้าน รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการรับหิ้วสินค้าผ่าน อินสตาแกรม รวมถึงปัญหา “Grey Market” หรือตลาดการ ซื้อขายแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์โดยที่ผู้จำหน่ายเป็นผู้นำเข้าเองแต่ไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิต หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,280 วันที่ 20 - 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560