thansettakij
thansettakij
‘สมาร์ท วอตช์’แรงเว่อร์ แบรนด์แฟชั่นแตกไลน์ส่งคอลเลกชันชิงแชร์

‘สมาร์ท วอตช์’แรงเว่อร์ แบรนด์แฟชั่นแตกไลน์ส่งคอลเลกชันชิงแชร์

19 ก.ค. 60 | 08:23 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.ค. 60 | 11:25 น.
ชี้เทรนด์ “สมาร์ท วอตช์” แรงเว่อร์ แฟชั่นแบรนด์ดังพาเหรดแตกไลน์สินค้าคอลเลกชันบุกตลาด ทั้ง DKNY, Dior, Guess และบิ๊กเนม LOUIS VUITTON

กระแสความนิยมในนาฬิกาเซ็กเมนต์ “สมาร์ท วอตช์” หรือนาฬิกาแฟชั่น/ทันสมัย ด้วยจุดเด่นที่ดีไซน์ รูปแบบ ตลอดจนราคาที่ไม่สูงนัก ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนและเลือกเป็นเจ้าของได้สะดวก ทำให้เป็นอีกทางเลือกของผู้บริโภค วันนี้จึงมีแบรนด์ชั้นนำในโลกแฟชั่น ต่างทยอยเปิดตัวสมาร์ท วอตช์ออกมาทำตลาด ไม่ว่าจะเป็น DKNY, Dior, Guess, Diesel, Hugo Boss ฯลฯ รวมถึง Tommy Hilfiger ที่ล่าสุดเปิดตัว Android Wear 2.0 สู่สายตาชาวโลกในงาน BaselWorld 2017 งานมหกรรมนาฬิกาและเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงแบรนด์ Diesel กับรุ่น On ที่มีการออกแบบตัวเรือนนาฬิกาแบบเท่ๆ ตามสไตล์ วางจำหน่ายด้วยสนนราคา 325 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 1.13 หมื่นบาท ขณะที่ Hugo Boss เตรียมเปิดตัวรุ่น Touch ที่มีตัวเรือนทำจากสเตนเลสส์ Black IP และสามารถเปลี่ยนสายข้อมือได้ออกวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคมนี้ในราคา 395 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.38 หมื่นบาท

แต่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น LOUIS VUITTON แบรนด์แฟชั่นชื่อดังที่ประกาศเปิดตัว “แทมบัวร์ ฮอไรซั่น” ที่เป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา เพราะเป็นเลขาฯส่วนตัว แจ้งเตือนอี-เมล ข้อความ นับก้าวการเดิน ด้วยแบตเตอรี่ยาวนานกว่า 1 วัน เชื่อมต่อได้ทั้งอุปกรณ์ของแอปเปิลและแอนดรอยด์ แถมยังมีแอพพลิเคชันอย่าง Louis Vuitton city guides ที่ก่อนหน้านี้ทาง LV เองสร้างสรรค์ขึ้นมาในรูปแบบหนังสือ ที่ลิงก์เชื่อมต่อกับนาฬิกาแสนอัจฉริยะรุ่นนี้ และยังเชื่อมต่อกับอีกหลายๆ แอพพลิเคชัน ด้วยสนนราคา 2,450-2,900 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 8.57 หมื่น - 1.01 แสนบาท ทำให้ตลาดสมาร์ท วอตช์คึกคักขึ้นทันตา

โดยนายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า วอตช์ แกลอ เรีย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ปฯ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า การที่กลุ่มนาฬิกาสมาร์ท วอตช์ เป็นที่สนใจและมาแรงมากในปีนี้ เพราะตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย โดยยอดขายจะเติบโตสอดคล้องกับกำลังซื้อและการเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนชั้นกลางขึ้นไป โดยพบว่านาฬิกาสมาร์ท วอตช์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยมีสัดส่วนราว 15% และนาฬิกาทั่วไป 85% โดยสัดส่วนการซื้อนาฬิกาสมาร์ท วอตช์จะมีเพิ่มขึ้นตามกำลังซื้อของคนไทยและภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ถึงระดับ 3-5% ในปีนี้ ทั้งนี้ระดับราคาที่ผู้บริโภคนิยมเลือกซื้อจะอยู่ระหว่าง 5 หมื่น -3 แสนบาท เป็นสัดส่วนถึง 55% ช่วงราคาตํ่ากว่า 5 หมื่นบาท คิดเป็นสัดส่วน 25% และราคามากกว่า 3 แสนบาทขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน 20%

“นาฬิกาสมาร์ท วอตช์กำลังเป็นกระแสที่มาแรงมากทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ระดับราคา 2 หมื่นบาทถือว่าเป็นระดับราคาที่จะมีการเติบโตเป็นอย่างดี ทั้งนี้เป็นผลมาจากกลุ่มผู้ใช้นาฬิกาทั่วโลกหันมาใช้สมาร์ท วอตช์มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้มีแบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์ทั้ง LV,Dior,DKNY เป็นต้น หันมารุกในตลาดนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีที่จะเกิดการแข่งขันในตลาดจากอินเตอร์แบรนด์รายใหญ่ ทำให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น”

ด้านนายศาศวัต ตัณมานะศิริ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอสแอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาจากต่างประเทศ อาทิ แท็กฮอยเออร์ ฯลฯ กล่าวว่า แท็กฮอยเออร์ได้เปิดตัวสมาร์ท วอตช์เพราะต้องการตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่นิยมใช้สมาร์ท วอตช์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาได้เปิดตัว TAG Heuer Connected ที่มาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัย สวยงาม เพื่อให้น่าใช้งาน โดยมีระดับราคาตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไปออกมารุกตลาด ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการปรับตัว หลังจากที่พบว่าภาพรวมตลาดนาฬิกาทั่วโลก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาค่อนข้างชะลอตัว

MP40-3279-A จากสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างผันผวนไปทั่วโลก ส่งผลให้หลายแบรนด์ในตลาดลักชัวรีต้องปรับนโยบายในการดำเนินงานเพื่อให้สามารถสร้างการเติบโตได้ในสภาวะที่เศรษฐกิจซบเซา ทั้งรูปแบบสินค้า ราคา การเปิดเซ็กเมนต์สินค้าใหม่ๆในเครือเข้ามา โดยในส่วนของแท็ก ฮอยเออร์เองได้มีการดำเนินแผนงานที่หลากหลายเพื่อสร้างทางเลือกให้แก่กลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัวสินค้าใหม่ในราคาที่ตํ่าลง ไม่ว่าจะเป็นในรุ่นฟอร์มูล่าวันที่มีอยู่เดิม แต่ว่ามีการปรับราคาลงมา จากเดิมที่มีราคาเริ่มต้น 7-8 หมื่นบาท ลดลงมาเหลือกว่า 4 หมื่นบาท เป็นต้น

ขณะที่นายณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาหรู อาทิ โรเล็กซ์, โชพาร์ด, ปาเต็ก ฟิลิปป์,แฮร์รี่ วินสตัน, อูโบลท์ เป็นต้น กล่าวว่า แม้กระแสสมาร์ท วอตช์ จะมาแรงแต่บริษัทยังไม่มีแผนนำเข้านาฬิกากลุ่มดังกล่าวเข้ามาทำตลาดแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทมีจุดแข็งที่การเป็นตัวแทนจำหน่ายให้แก่นาฬิกาแบรนด์หรูที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ขณะที่ภาพรวมการเติบโตของตลาดนาฬิกาในเมืองไทยตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมามีปัจจัยลบในตลาดหลายอย่าง ทั้งการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ กำลังซื้อที่ชะลอตัวตั้งแต่ช่วงปลายปีส่งผลกระทบต่อตลาดนาฬิกาในเมืองไทยติดลบตั้งแต่ช่วงนั้นเป็นต้นมา แต่เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ต้นปีมีการเติบโตที่ 2-3% ขณะที่ยอดขายของบริษัทมีการเติบโตมากกว่านั้นอยู่ที่ 5-6%

“ศักยภาพการจับจ่ายของกลุ่มลูกค้าชาวไทยมี แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะมีอารมณ์ในการจับจ่ายหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นช่วงหลังจากนี้เราจึงจำเป็นต้องมีการกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภคให้กลับมาเชื่อมั่นและจับจ่ายอีกครั้ง”
นายมิโนรุ อิชิกุโระ กรรม การและรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ไซโกว็อทช์ คอเปอร์ เรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ปัจจุบันสมาร์ท วอตช์มีอยู่ประมาณ 140 ล้านเรือนทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วน 20% ของนาฬิกาทั้งระบบ ในจำนวนดังกล่าวแบรนด์ แอปเปิล มีส่วนแบ่งตลาด 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% เป็นนาฬิกาแบรนด์ต่างๆ รวมกันกว่า 200 แบรนด์ สำหรับไซโกเองในประเทศญี่ปุ่นมีรุ่นที่เป็นสมาร์ทวอตช์อยู่แล้ว แต่ยังไม่มีนโยบายนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแต่อย่างใดรวมถึงตลาดอื่นๆ นอกประเทศญี่ปุ่นด้วยส่วนทิศทางตลาดนาฬิกาสำหรับประเทศไทยนั้น ประเมินว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ น่าจะมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มมากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่จะส่งผลให้ตลาดกลับมาเติบโต ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกที่ตลาดอยู่ในภาวะทรงตัว เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับแบรนด์ไซโกผลการดำเนินงานก็มีทิศทางเช่นเดียวกับภาพรวมตลาด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,279 วันที่ 16 - 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560