
โมเดล‘แฟรนไชส์’ฮิต เพิ่มช่องขยายสาขา ลดเสี่ยงเงินทุน
กลุ่มทุนปรับทิศธุรกิจชูโมเดล “แฟรนไชส์”เปิดช่องนักธุรกิจหน้าใหม่ร่วมเป็นพันธมิตร หวังเร่งสปีดขยายสาขา ลดเสี่ยงด้านเงินทุน ทั้งธุรกิจร้านอาหาร แฟชั่น ยันบิวตี้
[caption id="attachment_17689" align="aligncenter" width="503"]
เจริญ รุจิราโสภณ[/caption]
กลายเป็นโมเดลที่กลับมาแรงอีกครั้ง สำหรับการลงทุนในรูปแบบ "แฟรนไชส์" โดยเฉพาะในธุรกิจอาหาร แฟชั่น และเครื่องสำอาง ความงาม เพราะนอกจากจะช่วยเสริมให้ธุรกิจมีการขยายตัว เติบโตจากการขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว ยังลดความเสี่ยงจากการลงทุน และสอดคล้องกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจเป็นเจ้าของกิจการ
โดยนายจรัสภณ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงาน QSR บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวคิดในการขยายธุรกิจด้วยระบบแฟรนไชส์ว่า ช่วยทำให้การขยายสาขาเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าการลงทุนด้วยบริษัทเอง ประกอบกับลดภาระเรื่องการบริหารจัดการสาขา แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนโดยบริษัทเอง สามารถให้ผลตอบแทนได้ในอัตรา 10-18% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนจากค่าบริหารสิทธิ์แฟรนไชส์ที่มีประมาณ 3% ก็ตาม
"การลงทุนโดยบริษัทมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่า แต่การขยายด้วยระบบแฟรนไชส์สามารถทำให้มีสาขาได้ครอบคลุมอย่างรวดเร็วและไปในทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งผลตอบแทนที่บริษัทได้รับแม้จะต่ำกว่าแต่มีความเสี่ยงน้อยกว่า รวมถึงยังสามารถหารายได้จากการขายวัตถุดิบ และการบริหารจัดการอื่นๆ ได้ด้วย ปัจจุบันบริษัทมีสาขาร้านแซ่บ คลาสสิค 17 แห่ง เป็นสาขาแฟรนไชส์ 4 แห่งจะเพิ่มอีก 3 แห่ง ส่วนร้านข้าขาหมูยูนนานมีสาขา 23 แห่งเป็นแฟรนสไชส์ 7 แห่ง จะเพิ่มอีก 2 แห่ง ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบใช้งบลงทุนประมาณ 4 ล้านบาท มีพื้นที่ขนาด 100-120 ตารางเมตร"
[caption id="attachment_159962" align="aligncenter" width="503"]
ศิริวรรณ วิลาสศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด[/caption]
ด้านนางศิริวรรณ วิลาสศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (เครือสหพัฒน์) กล่าวว่า ได้จัดทำโครงการ Startup Wienna ด้วยการเปิดให้คนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง เป็นเจ้าของธุรกิจจำหน่ายชุดชั้นในและผลิตภัณฑ์ความงามของบริษัท กับ 3 รูปแบบแฟรนไชส์ ได้แก่ 1.โมเดลเจ้าสัว ลงทุน 5 แสนบาท ได้รับมูลค่าสินค้า 1 ล้านบาท 2. โมเดลเศรษฐี ลงทุน 1.8 แสนบาท ได้รับสินค้ามูลค่า 3 แสนบาท และ3. โมเดลตั้งตัว ลงทุน 3.2 หมื่นบาท ได้รับสินค้ามูลค่า 5 แสนบาท โดยบริษัทตื้งเป้าหมายผู้ซื้อแฟรนไชส์ดังกล่าวครอบคลุม 20 จังหวัดทั่วประเทศภายใน 3 ปี
"สำหรับโมเดลเจ้าสัว เป็นโมเดลใหญ่สุด โดยมีลักษณะเป็นศูนย์จำหน่ายเวียนนาเต็มรูปแบบ มีสินค้าชุดชั้นในเวียนนาครบทุกรูปแบบ มีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม จักรเย็บผ้าจาโนเม่และเอลน่า โมเดลเศรษฐี เป็นรูปแบบช็อป มีหน้าร้านอยู่ในทำเลที่ดี การคมนาคมสะดวก ทางบริษัทฯ จะมีติดป้ายหน้าร้าน ในช็อปจะมีขายสินค้าเวียนนาอย่างเดียวหรือจะมีจำหน่ายสินค้าอื่นรวมด้วยก็ได้ และโมเดลตั้งตัว ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน อาจจะเป็นคีออส หรือมีตู้ขายสินค้าในร้านดั้งเดิมของตัวเองก็ได้"
นอกจากนี้ บริษัทยังสร้างทางเลือกใหม่ให้คนที่ไม่มีหน้าร้าน ให้มีธุรกิจเป็นของตนเองผ่านระบบออนไลน์ กับโครงการ Wienna Drop Ship โอกาสใหม่ทางธุรกิจ "ไม่มีเงินทุน ก็รวยได้" เพียงแค่มีเฟซบุค อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็สามารถทำธุรกิจร่วมกับเวียนนาได้ โดยโพสต์รูปสินค้าสวยๆ ของเวียนนาและข้อมูลสั้นๆ ในช่องทางของตัวเอง เมื่อมีออเดอร์ก็สามารถมาสั่งซื้อสินค้าได้ รูปแบบนี้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ และคนที่สนใจช่องทางขายบนออนไลน์ ซึ่งบริษัทคาดว่าในปีนี้จะสามารถสร้างการเติบโตได้ในอัตรา 10% จากปีที่ผ่านมา
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้เตรียมเปิดตัวธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องสำอางแบรนด์ชีเน่ในโครงการสถานีความงามเคลื่อนที่ (SHEENe Mobile Beauty) ด้วยรูปแบบ 4 ประเภท ได้แก่ 1. การลงทุนแบบเต็มรูปแบบที่มีเฟอร์นิเจอร์ Mobile Beauty รถใหญ่พร้อมตกแต่งเสร็จ ตู้วางชั้นสินค้าเคลื่อนที่ พร้อมชุดโต๊ะและเก้าอี้รับแขกแต่งหน้า เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ 3 x 5 เมตร แบบที่ 2 การลงทุนแบบขนาดกลาง มีเฟอร์นิเจอร์ Mobile Beauty รถใหญ่พร้อมตกแต่งเสร็จ เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ 3 x 3 เมตร แบบที่ 3 การลงทุนแบบขนาดเล็ก มีเฟอร์นิเจอร์ Mobile Beauty รถเข็นขนาดเล็กพร้อมตกแต่งเสร็จ สำหรับในการลงพื้นที่ขนาดพื้นที่ 2 x 2 เมตร และแบบที่ 4 การลงทุนแบบขนาดจิ๋ว มีตู้ Vendimg Machine ตู้กดเครื่องสำอางสายด่วน พร้อมตกแต่งเสร็จ สำหรับในการลงพื้นที่ขนาดพื้นที่ 1 x 1 เมตร
ทั้งนี้ การขยายธุรกิจดังกล่าวเป็นการรองรับกับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ยังแต่ขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในการศึกษาหาข้อมูลในการลงทุน จึงเกิดความรู้สึกเสี่ยงต่อการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง อีกทั้งยังคิดว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากจนเกินไป เครื่องสำอาง SHEENe จึงผุดไอเดีย การทำธุรกิจเฟรนไชร์เครื่องสำอางเพื่อตอบโจทย์ในทุกมิติกับปัญหาต่างๆในการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตัวเอง ซึ่งบริษัทมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำ ช่วยเหลือ ในเรื่องของการสั่งซื้อสินค้าที่ขายดี และการให้ความรู้ข้อมูลในการช่วยเหลือในการค้า การทำธุรกิจกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง
[caption id="attachment_165363" align="aligncenter" width="320"]
อรรถวุฒิ จริงไธสงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด[/caption]
ขณะที่นายอรรถวุฒิ จริงไธสงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวขายแฟรนไชส์ของวุฒิศักดิ์ ปัจจุบันมีผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์แล้ว 50 แห่ง จากเป้าหมายที่ต้องการขยายสาขาให้ได้ 300 แห่ง โดยจะเป็นสาขาที่บริษัทลงทุนเองประมาณ 30-40% ที่เหลือจะเป็นการขายแฟรนไชส์ ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.วุฒิศักดิ์ คลินิก ใช้พื้นที่ 120-150 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 6-8 ล้านบาท เป็นสาขาที่มีแพทย์ผู้ชำนาญการให้บริการคำปรึกษาและรักษาผิวพรรณ เสริมความงานและการศัลยกรรม 2.วุฒิศักดิ์ บิวตี้ แอนด์ เวลล์เนส ใช้พื้นที่ร้าน 80-100 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 5-7 ล้านบาท เป็นศูนย์เพื่อการดูแลความงามและสุขภาพครบวงจร และ 3. วุฒิศักดิ์คอสเมติกช้อป ใช้พื้นที่ 50-70 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 1.5-2.5 ล้านบาท เป็นสาขาในรูปแบบร้านค้าปลีกจำหน่ายสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ภายใต้แบรนด์วุฒิ-ศักดิ์และสินค้าของพันธมิตรซึ่งผู้ที่สนใจธุรกิจแฟรนไชส์วุฒิ-ศักดิ์
[caption id="attachment_170722" align="aligncenter" width="329"]
โมเดล‘แฟรนไชส์’ฮิต เพิ่มช่องขยายสาขา ลดเสี่ยงเงินทุน[/caption]
"การใช้ระบบแฟรนไชส์จะทำให้บริษัทก้าวไปสู่เป้าหมายผู้นำธุรกิจสุขภาพและความงามที่ใหญ่สุดในเอเชีย หรือ วุฒิศักดิ์ เวลเนสเวิล์ด ซึ่งระบบแฟรนสไชส์เป็นรูปแบบการขยายธุรกิจที่ได้รับการยอมรับและพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างและขยายเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง โดยวุฒิศักดิ์มีศักยภาพและความพร้อมที่สุดในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแบรนด์และโนว์ฮาวน์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี และทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบแฟรนไชส์ให้หลายธุรกิจประสบความสำเร็จมาแล้ว"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,274
วันที่ 29 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
[caption id="attachment_17689" align="aligncenter" width="503"]
กลายเป็นโมเดลที่กลับมาแรงอีกครั้ง สำหรับการลงทุนในรูปแบบ "แฟรนไชส์" โดยเฉพาะในธุรกิจอาหาร แฟชั่น และเครื่องสำอาง ความงาม เพราะนอกจากจะช่วยเสริมให้ธุรกิจมีการขยายตัว เติบโตจากการขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว ยังลดความเสี่ยงจากการลงทุน และสอดคล้องกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจเป็นเจ้าของกิจการ
โดยนายจรัสภณ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงาน QSR บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวคิดในการขยายธุรกิจด้วยระบบแฟรนไชส์ว่า ช่วยทำให้การขยายสาขาเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าการลงทุนด้วยบริษัทเอง ประกอบกับลดภาระเรื่องการบริหารจัดการสาขา แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนโดยบริษัทเอง สามารถให้ผลตอบแทนได้ในอัตรา 10-18% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนจากค่าบริหารสิทธิ์แฟรนไชส์ที่มีประมาณ 3% ก็ตาม
"การลงทุนโดยบริษัทมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่า แต่การขยายด้วยระบบแฟรนไชส์สามารถทำให้มีสาขาได้ครอบคลุมอย่างรวดเร็วและไปในทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งผลตอบแทนที่บริษัทได้รับแม้จะต่ำกว่าแต่มีความเสี่ยงน้อยกว่า รวมถึงยังสามารถหารายได้จากการขายวัตถุดิบ และการบริหารจัดการอื่นๆ ได้ด้วย ปัจจุบันบริษัทมีสาขาร้านแซ่บ คลาสสิค 17 แห่ง เป็นสาขาแฟรนไชส์ 4 แห่งจะเพิ่มอีก 3 แห่ง ส่วนร้านข้าขาหมูยูนนานมีสาขา 23 แห่งเป็นแฟรนสไชส์ 7 แห่ง จะเพิ่มอีก 2 แห่ง ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบใช้งบลงทุนประมาณ 4 ล้านบาท มีพื้นที่ขนาด 100-120 ตารางเมตร"
[caption id="attachment_159962" align="aligncenter" width="503"]
ด้านนางศิริวรรณ วิลาสศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (เครือสหพัฒน์) กล่าวว่า ได้จัดทำโครงการ Startup Wienna ด้วยการเปิดให้คนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง เป็นเจ้าของธุรกิจจำหน่ายชุดชั้นในและผลิตภัณฑ์ความงามของบริษัท กับ 3 รูปแบบแฟรนไชส์ ได้แก่ 1.โมเดลเจ้าสัว ลงทุน 5 แสนบาท ได้รับมูลค่าสินค้า 1 ล้านบาท 2. โมเดลเศรษฐี ลงทุน 1.8 แสนบาท ได้รับสินค้ามูลค่า 3 แสนบาท และ3. โมเดลตั้งตัว ลงทุน 3.2 หมื่นบาท ได้รับสินค้ามูลค่า 5 แสนบาท โดยบริษัทตื้งเป้าหมายผู้ซื้อแฟรนไชส์ดังกล่าวครอบคลุม 20 จังหวัดทั่วประเทศภายใน 3 ปี
"สำหรับโมเดลเจ้าสัว เป็นโมเดลใหญ่สุด โดยมีลักษณะเป็นศูนย์จำหน่ายเวียนนาเต็มรูปแบบ มีสินค้าชุดชั้นในเวียนนาครบทุกรูปแบบ มีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม จักรเย็บผ้าจาโนเม่และเอลน่า โมเดลเศรษฐี เป็นรูปแบบช็อป มีหน้าร้านอยู่ในทำเลที่ดี การคมนาคมสะดวก ทางบริษัทฯ จะมีติดป้ายหน้าร้าน ในช็อปจะมีขายสินค้าเวียนนาอย่างเดียวหรือจะมีจำหน่ายสินค้าอื่นรวมด้วยก็ได้ และโมเดลตั้งตัว ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน อาจจะเป็นคีออส หรือมีตู้ขายสินค้าในร้านดั้งเดิมของตัวเองก็ได้"
นอกจากนี้ บริษัทยังสร้างทางเลือกใหม่ให้คนที่ไม่มีหน้าร้าน ให้มีธุรกิจเป็นของตนเองผ่านระบบออนไลน์ กับโครงการ Wienna Drop Ship โอกาสใหม่ทางธุรกิจ "ไม่มีเงินทุน ก็รวยได้" เพียงแค่มีเฟซบุค อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็สามารถทำธุรกิจร่วมกับเวียนนาได้ โดยโพสต์รูปสินค้าสวยๆ ของเวียนนาและข้อมูลสั้นๆ ในช่องทางของตัวเอง เมื่อมีออเดอร์ก็สามารถมาสั่งซื้อสินค้าได้ รูปแบบนี้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ และคนที่สนใจช่องทางขายบนออนไลน์ ซึ่งบริษัทคาดว่าในปีนี้จะสามารถสร้างการเติบโตได้ในอัตรา 10% จากปีที่ผ่านมา
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้เตรียมเปิดตัวธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องสำอางแบรนด์ชีเน่ในโครงการสถานีความงามเคลื่อนที่ (SHEENe Mobile Beauty) ด้วยรูปแบบ 4 ประเภท ได้แก่ 1. การลงทุนแบบเต็มรูปแบบที่มีเฟอร์นิเจอร์ Mobile Beauty รถใหญ่พร้อมตกแต่งเสร็จ ตู้วางชั้นสินค้าเคลื่อนที่ พร้อมชุดโต๊ะและเก้าอี้รับแขกแต่งหน้า เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ 3 x 5 เมตร แบบที่ 2 การลงทุนแบบขนาดกลาง มีเฟอร์นิเจอร์ Mobile Beauty รถใหญ่พร้อมตกแต่งเสร็จ เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ 3 x 3 เมตร แบบที่ 3 การลงทุนแบบขนาดเล็ก มีเฟอร์นิเจอร์ Mobile Beauty รถเข็นขนาดเล็กพร้อมตกแต่งเสร็จ สำหรับในการลงพื้นที่ขนาดพื้นที่ 2 x 2 เมตร และแบบที่ 4 การลงทุนแบบขนาดจิ๋ว มีตู้ Vendimg Machine ตู้กดเครื่องสำอางสายด่วน พร้อมตกแต่งเสร็จ สำหรับในการลงพื้นที่ขนาดพื้นที่ 1 x 1 เมตร
ทั้งนี้ การขยายธุรกิจดังกล่าวเป็นการรองรับกับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ยังแต่ขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในการศึกษาหาข้อมูลในการลงทุน จึงเกิดความรู้สึกเสี่ยงต่อการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง อีกทั้งยังคิดว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากจนเกินไป เครื่องสำอาง SHEENe จึงผุดไอเดีย การทำธุรกิจเฟรนไชร์เครื่องสำอางเพื่อตอบโจทย์ในทุกมิติกับปัญหาต่างๆในการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตัวเอง ซึ่งบริษัทมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำ ช่วยเหลือ ในเรื่องของการสั่งซื้อสินค้าที่ขายดี และการให้ความรู้ข้อมูลในการช่วยเหลือในการค้า การทำธุรกิจกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง
[caption id="attachment_165363" align="aligncenter" width="320"]
ขณะที่นายอรรถวุฒิ จริงไธสงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวขายแฟรนไชส์ของวุฒิศักดิ์ ปัจจุบันมีผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์แล้ว 50 แห่ง จากเป้าหมายที่ต้องการขยายสาขาให้ได้ 300 แห่ง โดยจะเป็นสาขาที่บริษัทลงทุนเองประมาณ 30-40% ที่เหลือจะเป็นการขายแฟรนไชส์ ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.วุฒิศักดิ์ คลินิก ใช้พื้นที่ 120-150 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 6-8 ล้านบาท เป็นสาขาที่มีแพทย์ผู้ชำนาญการให้บริการคำปรึกษาและรักษาผิวพรรณ เสริมความงานและการศัลยกรรม 2.วุฒิศักดิ์ บิวตี้ แอนด์ เวลล์เนส ใช้พื้นที่ร้าน 80-100 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 5-7 ล้านบาท เป็นศูนย์เพื่อการดูแลความงามและสุขภาพครบวงจร และ 3. วุฒิศักดิ์คอสเมติกช้อป ใช้พื้นที่ 50-70 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 1.5-2.5 ล้านบาท เป็นสาขาในรูปแบบร้านค้าปลีกจำหน่ายสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ภายใต้แบรนด์วุฒิ-ศักดิ์และสินค้าของพันธมิตรซึ่งผู้ที่สนใจธุรกิจแฟรนไชส์วุฒิ-ศักดิ์
[caption id="attachment_170722" align="aligncenter" width="329"]
"การใช้ระบบแฟรนไชส์จะทำให้บริษัทก้าวไปสู่เป้าหมายผู้นำธุรกิจสุขภาพและความงามที่ใหญ่สุดในเอเชีย หรือ วุฒิศักดิ์ เวลเนสเวิล์ด ซึ่งระบบแฟรนสไชส์เป็นรูปแบบการขยายธุรกิจที่ได้รับการยอมรับและพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างและขยายเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง โดยวุฒิศักดิ์มีศักยภาพและความพร้อมที่สุดในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแบรนด์และโนว์ฮาวน์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี และทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบแฟรนไชส์ให้หลายธุรกิจประสบความสำเร็จมาแล้ว"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,274
วันที่ 29 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






