thansettakij
thansettakij
‘ดาต้าวัน’ผนึกแบล็คเบอร์รี่ รุกตลาดระบบจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่องค์กร

‘ดาต้าวัน’ผนึกแบล็คเบอร์รี่ รุกตลาดระบบจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่องค์กร

26 มิ.ย. 60 | 07:40 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มิ.ย. 60 | 14:31 น.
ดาต้าวัน ร่วมเป็นพันธมิตร “แบล็คเบอร์รี่” เปิดตลาดโซลูชันการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ขององค์กรรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หลังภาครัฐและเอกชนขานรับนโยบาย เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนำพาองค์กรสู่ ดิจิตอล ทรานฟอร์เมชัน ยุคเศรษฐกิจดิจิตอล

นายพูลสุข วัฒนายิ่งเจริญชัย ผู้อำนวยการ บริษัทดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่าบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์กลุ่มอุปกรณ์เครือข่าย และระบบรักษาความปลอดภัย ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ บริษัทแบล็คเบอร์รี่ (สิงคโปร์) จำกัดชั้นนำ เพื่อเปิดตลาด โซลูชันการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ขององค์กร (Enterprise Mobile Management)ในไทย ทั้งนี้คาดการณ์ว่าแนวโน้มในอีก 3 ปีข้างหน้า องค์กรในเอเชียแปซิฟิกจะมุ่งสู่การทำ ดิจิตอล ทรานฟอร์เมชันเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันไทย ยังมีนโยบายผลักดันเศรษฐกิจดิจิตอล ภายใต้นโยบาย ไทยแลนด์ 4.0

[caption id="attachment_168622" align="aligncenter" width="335"] พูลสุข วัฒนายิ่งเจริญชัย ผู้อำนวยการ บริษัทดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย)จำกัด พูลสุข วัฒนายิ่งเจริญชัย ผู้อำนวยการ บริษัทดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย)จำกัด[/caption]

“การร่วมมือทางธุรกิจระหว่างดาต้าวัน และแบล็คเบอร์รี่ในครั้งนี้ เพราะแบล็คเบอรี่ได้มองเห็นศักยภาพของตลาดลูกค้าองค์กรในประเทศไทย จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิตอลและร่วมกันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเปิดตลาดโซลูชันด้าน Mobility Enterprise สำหรับองค์กร เพื่อช่วยจัดการอุปกรณ์เชื่อมต่อที่หลากหลาย ที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยในการดูแลรักษาข้อมูลด้วยเทคโนโลยีระดับโลก โดยลูกค้าเป้าหมายที่ทางดาต้าวัน จะเข้าไปเปิดตลาดจะเป็นลูกค้ากลุ่มธนาคารประกันภัย และภาครัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลในระดับสูง”

สำหรับโซลูชัน UEM ของแบล็คเบอร์รี่ สามารถรองรับการบริหารจัดการอุปกรณ์พกพาบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ได้แก่ แอนดรอยด์, ไอโอเอส (iOS), วินโดวส์ 10, แมคโอเอส และแบล็คเบอรี่ โดยผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียนเพื่อเริ่มใช้งานด้วยตนเอง ผ่านการตั้งค่าอุปกรณ์เบื้องต้น เช่นอี-เมล์, ไวไฟและเครือข่ายส่วนตัวเสมือนจริง (VPN) โดยอัตโนมัติ การควบคุมการติดตั้งและใช้แอพพลิเคชัน การป้องกันการ Jailbreak/Root ไปจนถึงการค้นหาตำ แหน่งของอุปกรณ์และการล้างข้อมูลทิ้งเ มื่ออุปกรณ์สูญหาย ที่สำคัญคือผู้ดูแลระบบสามารถเลือกวิธีบริหารจัดการจากศูนย์กลางแบบ On-premise หรือระบบคลาวด์ก็ได้ ซึ่งค่อนข้างยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับระบบที่แตกต่างกันในแต่ละองค์กร

นายพูลสุข กล่าวต่อไปอีกว่าในช่วงปีที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลประกาศเดินหน้าประเทศไทยด้วยนโยบายเศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0 ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างวางแผนนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนธุรกิจและสร้างมูลค่าให้แก่องค์กร ไม่ว่าจะเป็นการหันไปใช้ระบบคลาวด์ หรือการนำ IoT (Internet of Things) มาพัฒนาธุรกิจและนำข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ได้จากอุปกรณ์ ไอทีต่างๆ มาวิเคราะห์ (Big Data Analytics) และนำผลการวิเคราะห์ที่ได้มาสร้างฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์และบริการขององค์กร ซึ่งแนวทางที่จะได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็น Big Data นั้น สามารถนำมาออกแบบการทำงานให้เป็นแบบโมบิลิตีเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และความคล่องตัว ในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น โดยหัวใจสำคัญของการพัฒนาศักยภาพเพื่อนำองค์กรสู่การแข่งขันในยุคนี้คือ เทคโนโลยีดิจิตอลและอินเตอร์เน็ต ส่งผลให้เรื่องของระบบการรักษาความปลอดภัย เป็นปัจจัยที่องค์กรให้ความสำคัญสูงสุด”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,273 วันที่ 25 - 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560