
เวทีประชาพิจารณ์ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพภาคกลางเรียบร้อย
ภาพรวมของการจัดเวทีประชาพิจารณ์ระดับภูมิภาค สำหรับวันนี้เป็นภูมิภาคสุดท้าย คือ ภาคกลาง ประชาชนก็ให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก
หลังจากที่กลุ่มเครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้บริการสิทธิบัตรทอง จังหวัดขอนแก่น กว่า 200 คน ยึดเวทีประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่จังหวัดขอนแก่น ทำให้การแสดงความคิดเห็นไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ต้องยุติลงในที่สุด
ล่าสุดกับเวทีประชาพิจารณ์ภูมิภาคสุดท้าย ภาคกลาง จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์แจ้งวัฒนะ ก็มีเหตุชุลมุนเล็กน้อยจากผู้ที่ไม่เห็นด้วย แต่การแสดงความคิดเห็นก็ยังดำเนินต่อไปด้วยความเรียบร้อย มีนพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด
โดยร่วมแสดงความเห็นใน 14 ประเด็น ประกอบด้วย
1.การจ่ายเงินให้กับหน่วยงาน หรือ องค์กรที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฏหมาย
2.ให้โรงพยาบาลมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่าย เพื่อบริการสาธารณสุข และค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดการบริการสาธารณสุขจากกองทุน
3.การจ่ายเงินโดยตรงแก่บุคลากรที่ให้บริการ
4.การให้เงินเหมาจ่ายรายหัว และเงินที่ได้จากผลงานบริการ ให้รับเข้าเป็นรายได้ของหน่วยบริการ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นและใช้ตามระเบียบเงินบำรุง
5.แก้นิยาม คำว่า บริการสาธารณสุข จากเดิม บริการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ซึ่งให้โดยตรงแก่บุคคล
6.การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการ ที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุขทุกสิทธิ
7.การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้รับบริการสาธารณสุขทุกสิทธิและยกเลิกการไล่เบี้ย
8.ความครอบคลุมบุคคลในการจัดระบบหลักประกันสุขภาพ
9.การร่วมจ่ายค่าบริการ
10.การจัดซื้อร่วม ยา หรือเวชภัณฑ์ หรือ อุปกรณ์ทางการแพทย์
11.องค์ประกอบ จำนวน อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
12.คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสาธารณสุข
13.การยกเลิกมาตรา 46 (2) ค่าใช้จ่ายรวมเงินเดือนและค่าตอบแทน
14.ข้อเสนอแก้ไขในส่วนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งเงินงบประมาณและรายได้ของสำนักงาน และคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเลขาธิการ สปสช.
ทั้งนี้ ผู้แสดงความเห็นส่วนใหญ่เป็นฝ่ายผู้ให้บริการ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานอยู่ในระบบ ซึ่งต่างเห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ เพราะมีการใช้มาร่วม 15 ปีแล้ว มีการสนับสนุนทั้งประเด็นการแยกเงินเดือนออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว การขยายคุ้มครองผู้ให้บริการ กรณีมีความเสียหายจากการบริการสาธารณสุข และการร่วมจ่ายที่ต้องมีหลักเกณฑ์ร่วมจ่ายที่ชัดเจน และการเพิ่มสัดส่วนบอร์ด สปสช.ในส่วนผู้ให้บริการ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีภาคประชาชนบางส่วนที่แสดงความเป็นห่วงใย ประเด็นการร่วมจ่ายที่อาจเป็นปัญหาต่อการเข้าถึงบริการของประชาชน การเข้าถึงยา รวมถึงสัดส่วนบอร์ด สปสช.ที่อยากให้เพิ่มในส่วนของประชาชน
ด้านนายวรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ กล่าวถึงภาพรวมประชาพิจารณ์ฯ ระดับภูมิภาคทั้ง 4 ครั้ง ว่าเป็นตัวอย่างการทำประชาพิจารณ์ฯ และไม่ได้เรียกว่าล้มเหลว เพราะมีถึง 4 ช่องทางในการสื่อสารความเห็น
ขณะที่ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ภาพรวมประชาพิจารณ์ฯ ทั้ง 4 ภาคมีผู้ร่วมประชาพิจารณ์ประมาณ 2 พันคน โดยความเห็นที่เสนอเข้ามาจะมีการรวบรวมทุกช่องทางทั้งหมด รวมถึงแถลงการณ์ภาคประชาชน และจะทำการรวบรวมสรุปให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยจะมีการนำผลการรับฟังความเห็น ส่งไปยังคณะกรรมการยกร่างฯ และเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบรวมทั้ง คณะกรรมการยกร่างฯ จะประชุมจัดทำร่าง และจะส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 18 กรกฎาคม เพื่อนำเสนอต่อ ครม. กฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (หรือ สนช.) ต่อไป
หลังจากที่กลุ่มเครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้บริการสิทธิบัตรทอง จังหวัดขอนแก่น กว่า 200 คน ยึดเวทีประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่จังหวัดขอนแก่น ทำให้การแสดงความคิดเห็นไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ต้องยุติลงในที่สุด
โดยร่วมแสดงความเห็นใน 14 ประเด็น ประกอบด้วย
1.การจ่ายเงินให้กับหน่วยงาน หรือ องค์กรที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฏหมาย
2.ให้โรงพยาบาลมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่าย เพื่อบริการสาธารณสุข และค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดการบริการสาธารณสุขจากกองทุน
3.การจ่ายเงินโดยตรงแก่บุคลากรที่ให้บริการ
4.การให้เงินเหมาจ่ายรายหัว และเงินที่ได้จากผลงานบริการ ให้รับเข้าเป็นรายได้ของหน่วยบริการ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นและใช้ตามระเบียบเงินบำรุง
5.แก้นิยาม คำว่า บริการสาธารณสุข จากเดิม บริการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ซึ่งให้โดยตรงแก่บุคคล
6.การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการ ที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุขทุกสิทธิ
8.ความครอบคลุมบุคคลในการจัดระบบหลักประกันสุขภาพ
9.การร่วมจ่ายค่าบริการ
10.การจัดซื้อร่วม ยา หรือเวชภัณฑ์ หรือ อุปกรณ์ทางการแพทย์
11.องค์ประกอบ จำนวน อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
12.คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสาธารณสุข
13.การยกเลิกมาตรา 46 (2) ค่าใช้จ่ายรวมเงินเดือนและค่าตอบแทน
14.ข้อเสนอแก้ไขในส่วนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งเงินงบประมาณและรายได้ของสำนักงาน และคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเลขาธิการ สปสช.
ทั้งนี้ ผู้แสดงความเห็นส่วนใหญ่เป็นฝ่ายผู้ให้บริการ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานอยู่ในระบบ ซึ่งต่างเห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ เพราะมีการใช้มาร่วม 15 ปีแล้ว มีการสนับสนุนทั้งประเด็นการแยกเงินเดือนออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว การขยายคุ้มครองผู้ให้บริการ กรณีมีความเสียหายจากการบริการสาธารณสุข และการร่วมจ่ายที่ต้องมีหลักเกณฑ์ร่วมจ่ายที่ชัดเจน และการเพิ่มสัดส่วนบอร์ด สปสช.ในส่วนผู้ให้บริการ เป็นต้น
ด้านนายวรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ กล่าวถึงภาพรวมประชาพิจารณ์ฯ ระดับภูมิภาคทั้ง 4 ครั้ง ว่าเป็นตัวอย่างการทำประชาพิจารณ์ฯ และไม่ได้เรียกว่าล้มเหลว เพราะมีถึง 4 ช่องทางในการสื่อสารความเห็น
ขณะที่ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ภาพรวมประชาพิจารณ์ฯ ทั้ง 4 ภาคมีผู้ร่วมประชาพิจารณ์ประมาณ 2 พันคน โดยความเห็นที่เสนอเข้ามาจะมีการรวบรวมทุกช่องทางทั้งหมด รวมถึงแถลงการณ์ภาคประชาชน และจะทำการรวบรวมสรุปให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยจะมีการนำผลการรับฟังความเห็น ส่งไปยังคณะกรรมการยกร่างฯ และเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบรวมทั้ง คณะกรรมการยกร่างฯ จะประชุมจัดทำร่าง และจะส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 18 กรกฎาคม เพื่อนำเสนอต่อ ครม. กฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (หรือ สนช.) ต่อไป






