
ประกันสังคมเผยผลตอบแทนลงทุน 4 เดือนแรกกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท
สำนักงานประกันสังคม แจงผลการบริหารกองทุนประกันสังคม 4 เดือนแรก ปี 2560 (มกราคม - เมษายน 2560) ได้รับผลตอบแทนแล้ว 17,205 ล้านบาท
นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม ใน 4 เดือนแรก (มกราคม - เมษายน 2560) ซึ่งผลการดำเนินงานกองทุนประกันสังคมมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่รับรู้แล้วทั้งสิ้น จำนวน 17,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีผลตอบแทนจากการลงทุน ที่รับรู้แล้ว 16,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 680 ล้านบาท
ผลตอบแทนที่รับรู้แล้วใน 4 เดือนแรกปีนี้ แบ่งออกเป็นผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตราสารหนี้และค่าธรรมเนียมการให้ยืมหลักทรัพย์ 13,493 ล้านบาท และเงินปันผลและกำไรจากตราสารทุน และหน่วยลงทุน 3,712 ล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2560 กองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนรวม 1.61 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้เอกชน จำนวนประมาณ 1.30 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 81 และ ลงทุนหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้อื่น หน่วยลงทุน และหุ้นสามัญ จำนวน 0.31 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 19
นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม ใน 4 เดือนแรก (มกราคม - เมษายน 2560) ซึ่งผลการดำเนินงานกองทุนประกันสังคมมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่รับรู้แล้วทั้งสิ้น จำนวน 17,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีผลตอบแทนจากการลงทุน ที่รับรู้แล้ว 16,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 680 ล้านบาท
ผลตอบแทนที่รับรู้แล้วใน 4 เดือนแรกปีนี้ แบ่งออกเป็นผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตราสารหนี้และค่าธรรมเนียมการให้ยืมหลักทรัพย์ 13,493 ล้านบาท และเงินปันผลและกำไรจากตราสารทุน และหน่วยลงทุน 3,712 ล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2560 กองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนรวม 1.61 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้เอกชน จำนวนประมาณ 1.30 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 81 และ ลงทุนหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้อื่น หน่วยลงทุน และหุ้นสามัญ จำนวน 0.31 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 19






