
ประยุทธ์เครียดเหตุบึ้มรพ. ทบ.1ระบุขันน็อตรปภ.ประชาชน
วันนี้ (23 พ.ค. 60) - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวก่อนการประชุมคสช.เเละประชุมครม. ปฏิเสธที่จะตอบผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการเหตุลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมีสีหน้าเครียด เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลาประชุมครม.ในวันนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ทำไมเหรอ เขาลาบ้างไม่ได้เหรอ"
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคสช. ว่า ที่ประชุมไม่มีการหารือถึงเรื่องเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แต่พล.อ.ประยุทธ์เน้นย้ำให้ทุกหน่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยกับประชาชนเท่านั้น ส่วนความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะได้ชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบ.ทบ.ขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮาร์ดคอร์การเมืองหรือไม่
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. กล่าวว่า ในที่ประชุมคสช.ได้หารือถึงการเตรียมการออก ม.44 ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มมาตรการต่างๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมได้หารือถึงเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า จะมีก็เพียงแต่การเน้นย้ำถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ดี โดยตำรวจและทหารไม่ได้มีการรายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์ในที่ประชุม เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงทราบสถานการณ์อยู่แล้ว
พ.อ.วินธัยกล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยแต่ละพื้นที่ต้องไปบูรณาการ เรื่องเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองต้องไปกำหนดจุดในพื้นที่สำคัญๆ เช่น สถานที่ราชการหรือพื้นที่ชุมชน มาตรการใดเห็นว่าจำเป็นต้องปรับก็ต้องปรับ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประเมินว่ากลุ่มใดอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุ โดยนายกฯไม่ได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษมีเฉพาะเรื่องการรักษาความปลอดภัยเท่านั้นว่าให้ระมัดระวังและอะไรที่จำเป็นต้องดำเนินการและเห็นว่าไม่สมบูรณ์ก็ให้ปรับ
เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์แจ้งที่ประชุมรับทราบหรือไม่ว่าพล.อ.ประวิตร ลาราชการ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้แจ้งในที่ประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่ทราบและที่ประชุมหารือกันเฉพาะเรื่องในวาระไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่นเลย
พ.อ.วินธัยกล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมคสช.โดยกำชับให้ดูในเรื่องของความปลอดภัย หลังจากเกิดเหตุระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ย้ำให้ดำเนินมาตรการตามที่พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ได้ชี้แจงไว้ แต่คงต้องมีการปรับมาตราการ โดยแต่ละพื้นที่ต้องไปพิจารณาปรับให้เหมาะสมตามพื้นที่และสถานการณ์เนื่องจากเกิดเหตุในพื้นที่โรงพยาบาลซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเรื่องนี้สังคมโลกไม่ยอมรับ อย่างไรก็ตาม ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับประชาชนให้ได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการดูแลความปลอดภัยไม่ได้หย่อนไปกว่ามาตรฐาน แต่เป้าหมายเปลี่ยน สังคมจึงต้องช่วยกันพิจารณา เพราะเมื่อก่อนไม่เคยมีเหตุเกิดขึ้นในโรงพยาบาล
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เหตุเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เป็นการดูแลผู้เจ็บป่วย แต่หลังจากช่วงนี้ต่อไปจะเป็นกระบวนการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิด ส่วนมาตรการทั่วไปทุกๆหน่วยจะต้องปรับในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ขณะนี้ก็มีอยู่สามขั้นตอน
เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้มีการพูดถึงการนำกฎหมายพิเศษมาใช้ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่มีการพูดเรื่องนั้น เพราะในแง่ของการทำงานกฎหมายเดิมที่มีอยู่ก็เพียงพอ โดยเฉพาะคำสั่งที่สามก็มีเจ้าพนักงานทหารเข้าไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคสช. ว่า ที่ประชุมไม่มีการหารือถึงเรื่องเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แต่พล.อ.ประยุทธ์เน้นย้ำให้ทุกหน่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยกับประชาชนเท่านั้น ส่วนความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะได้ชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบ.ทบ.ขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮาร์ดคอร์การเมืองหรือไม่
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. กล่าวว่า ในที่ประชุมคสช.ได้หารือถึงการเตรียมการออก ม.44 ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มมาตรการต่างๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมได้หารือถึงเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า จะมีก็เพียงแต่การเน้นย้ำถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ดี โดยตำรวจและทหารไม่ได้มีการรายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์ในที่ประชุม เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงทราบสถานการณ์อยู่แล้ว
พ.อ.วินธัยกล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยแต่ละพื้นที่ต้องไปบูรณาการ เรื่องเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองต้องไปกำหนดจุดในพื้นที่สำคัญๆ เช่น สถานที่ราชการหรือพื้นที่ชุมชน มาตรการใดเห็นว่าจำเป็นต้องปรับก็ต้องปรับ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประเมินว่ากลุ่มใดอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุ โดยนายกฯไม่ได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษมีเฉพาะเรื่องการรักษาความปลอดภัยเท่านั้นว่าให้ระมัดระวังและอะไรที่จำเป็นต้องดำเนินการและเห็นว่าไม่สมบูรณ์ก็ให้ปรับ
เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์แจ้งที่ประชุมรับทราบหรือไม่ว่าพล.อ.ประวิตร ลาราชการ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้แจ้งในที่ประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่ทราบและที่ประชุมหารือกันเฉพาะเรื่องในวาระไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่นเลย
พ.อ.วินธัยกล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมคสช.โดยกำชับให้ดูในเรื่องของความปลอดภัย หลังจากเกิดเหตุระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ย้ำให้ดำเนินมาตรการตามที่พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ได้ชี้แจงไว้ แต่คงต้องมีการปรับมาตราการ โดยแต่ละพื้นที่ต้องไปพิจารณาปรับให้เหมาะสมตามพื้นที่และสถานการณ์เนื่องจากเกิดเหตุในพื้นที่โรงพยาบาลซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเรื่องนี้สังคมโลกไม่ยอมรับ อย่างไรก็ตาม ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับประชาชนให้ได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการดูแลความปลอดภัยไม่ได้หย่อนไปกว่ามาตรฐาน แต่เป้าหมายเปลี่ยน สังคมจึงต้องช่วยกันพิจารณา เพราะเมื่อก่อนไม่เคยมีเหตุเกิดขึ้นในโรงพยาบาล
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เหตุเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เป็นการดูแลผู้เจ็บป่วย แต่หลังจากช่วงนี้ต่อไปจะเป็นกระบวนการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิด ส่วนมาตรการทั่วไปทุกๆหน่วยจะต้องปรับในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ขณะนี้ก็มีอยู่สามขั้นตอน
เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้มีการพูดถึงการนำกฎหมายพิเศษมาใช้ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่มีการพูดเรื่องนั้น เพราะในแง่ของการทำงานกฎหมายเดิมที่มีอยู่ก็เพียงพอ โดยเฉพาะคำสั่งที่สามก็มีเจ้าพนักงานทหารเข้าไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว






