
ย้ายเด็ก! "มูลนิธิบ้านนกขมิ้นหัวหิน" คุ้มครองชั่วคราว
ความคืบหน้าพ่อบ้านมูลนิธิบ้านนกขมิ้นสาขาหัวหิน กระทำอนาจารเด็ก ล่าสุดได้มีการย้ายเด็กหญิงทั้งหมดในมูลนิธิฯไปคุ้มครองสวัสดิภาพชั่วคราวที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
วันที่ 21 พ.ค.60--เด็กผู้หญิง จากมูลนิธิบ้านนกขมิ้นสาขาหัวหิน ได้ถูกย้ายออกจากมูลนิธิฯ ไปดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีระยะเวลาคุ้มคราวชั่วคราว 3 เดือน หลังจากผู้ปกครองพาเด็กหญิงวัย 12 ปีรายหนึ่ง แจ้งความตำรวจภูธรหัวหินว่าเด็กถูกพ่อป้อม พ่อบ้านที่ดูแลมูลนิธิฯ กระทำอนาจาร โดยเด็กๆ ต่างรู้สึกตกใจ บางรายก็ร้องให้เนื่องจากไม่ทราบมาก่อนล่วงหน้าว่าต้องย้ายออก ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิฯได้พูดคุยทำความเข้าใจกับเด็กๆว่า เป็นการย้ายที่เพียงชั่วคราวและจะกลับมาพบกันใหม่
คณะกรรมการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ประกอบด้วย พัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด รองนายเทศมนตรีเมืองหัวหิน ได้เดินทางเข้าพบ นายปัญญา ไผ่แก้ว รองผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น และคณะกรรมการมูลนิธิฯซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเป็นการชั่วคราว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามูลนิธิบ้านนกขมิ้นสาขาหัวหินยังไม่มีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ หรือสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน กับกระทรวงมหาดไทย
คณะกรรมการได้สั่งให้มูลนิธิฯหยุดดำเนินการทั้งหมด เพื่อรอการตรวจสอบ และดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในส่วนของเด็กๆ ขณะนี้ยังไม่มีผู้ดูแลที่ชัดเจน ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเป็นห่วงด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพ จึงรายงานให้ผู้ว่าราชากรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับทราบและ สั่งคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเป็นการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก
นายปัญญา ไผ่แก้ว รองผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น กล่าวว่า หลังจากที่ทราบเรื่องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้เรียกเจ้าหน้าที่รายนี้เข้าไปสอบถาม และสั่งพักงานทันที รวมทั้งได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเดินทางมาสอบถามเรื่องราวจากตัวเด็กเองด้วย ซึ่งในส่วนของการดำเนินคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
สำหรับตนเองเดินทางมาจากกรุงเทพฯเพื่อมารับตัวเด็กๆทั้งหมดกลับไปดูแลที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแต่ได้รับทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆว่าจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของทางราชการ ซึ่งพร้อมปฏิบัติตามในทุกด้าน ยินยอมให้เจ้าหน้าที่นำเด็กไปคุ้มครองสวัสดิภาพ ซึ่งในระหว่างนี้ทางมูลนิธิฯจะยังคงดูแลรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายของเด็กต่อไป ในส่วนของการดำเนินงานของมูลนิธิบ้านนกขมิ้นสาขาหัวหินแห่งนี้ คงต้องกลับไปคุยกับคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้ง แต่ยืนยันว่ายังอยากทำต่อ แต่ในระหว่างนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง
ที่ผ่านมาทางมูลนิธิฯไม่ได้เพิกเฉยต่อการจดทะเบียนให้ถูกต้อง แต่ก็ยอมรับว่าล่าช้ามาก เนื่องจากติดขัดปัญหาเรื่องบุคลากร ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยมีข้อกำหนดหลายข้อให้ดำเนินการ เช่น การจัดหานักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา อยู่ในระหว่างการเตรียมพร้อมบุคลกรและทางมูลนิธิก็ให้ความร่วมมือมาตลอด
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นตนเองเสียใจมากเนื่องจากส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็ก และส่งผลเสียกับมูลนิธิเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการประโคมข่าวออกไปก่อนที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน แต่อย่างไรก็ตามทางมูลนิธิฯ ตั้งใจที่จะแก้ปัญหานี้ให้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากนำเด็กไปคุ้มครองชั่วคราวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งไปยังผู้ปกครองของเด็ก และจะประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งจะพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ในส่วนของมูลนิธิบ้านนกขมิ้นที่ยื่นความจำนงว่าจะรับตัวเด็กเหล่านี้กลับไปดูแลที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น กรุงเทพมหานคร ทางคณะกรรมการจะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานต้นสังกัดให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากวันนี้ทางมูลนิธิฯยื่นเอกสารที่เป็นสำเนามาเท่านั้น หากถูกต้องก็สามารถรับตัวเด็กกลับไปดูแลได้ โดยจะมีคณะการตรวจสอบติดตามด้วย
ส่วนความคืบหน้าด้านการดำเนินคดีกับพ่อป้อม พนักงานสอบสวนได้นำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดหัวหิน โดยภรรยาได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาล เป็นเงินสด 120,000 บาท โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยนัดรายงานตัวนัดแรก วันที่ 31 พฤษภาคม
วันที่ 21 พ.ค.60--เด็กผู้หญิง จากมูลนิธิบ้านนกขมิ้นสาขาหัวหิน ได้ถูกย้ายออกจากมูลนิธิฯ ไปดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีระยะเวลาคุ้มคราวชั่วคราว 3 เดือน หลังจากผู้ปกครองพาเด็กหญิงวัย 12 ปีรายหนึ่ง แจ้งความตำรวจภูธรหัวหินว่าเด็กถูกพ่อป้อม พ่อบ้านที่ดูแลมูลนิธิฯ กระทำอนาจาร โดยเด็กๆ ต่างรู้สึกตกใจ บางรายก็ร้องให้เนื่องจากไม่ทราบมาก่อนล่วงหน้าว่าต้องย้ายออก ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิฯได้พูดคุยทำความเข้าใจกับเด็กๆว่า เป็นการย้ายที่เพียงชั่วคราวและจะกลับมาพบกันใหม่
คณะกรรมการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ประกอบด้วย พัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด รองนายเทศมนตรีเมืองหัวหิน ได้เดินทางเข้าพบ นายปัญญา ไผ่แก้ว รองผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น และคณะกรรมการมูลนิธิฯซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเป็นการชั่วคราว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามูลนิธิบ้านนกขมิ้นสาขาหัวหินยังไม่มีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ หรือสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน กับกระทรวงมหาดไทย
คณะกรรมการได้สั่งให้มูลนิธิฯหยุดดำเนินการทั้งหมด เพื่อรอการตรวจสอบ และดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในส่วนของเด็กๆ ขณะนี้ยังไม่มีผู้ดูแลที่ชัดเจน ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเป็นห่วงด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพ จึงรายงานให้ผู้ว่าราชากรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับทราบและ สั่งคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเป็นการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก
นายปัญญา ไผ่แก้ว รองผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น กล่าวว่า หลังจากที่ทราบเรื่องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้เรียกเจ้าหน้าที่รายนี้เข้าไปสอบถาม และสั่งพักงานทันที รวมทั้งได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเดินทางมาสอบถามเรื่องราวจากตัวเด็กเองด้วย ซึ่งในส่วนของการดำเนินคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
สำหรับตนเองเดินทางมาจากกรุงเทพฯเพื่อมารับตัวเด็กๆทั้งหมดกลับไปดูแลที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแต่ได้รับทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆว่าจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของทางราชการ ซึ่งพร้อมปฏิบัติตามในทุกด้าน ยินยอมให้เจ้าหน้าที่นำเด็กไปคุ้มครองสวัสดิภาพ ซึ่งในระหว่างนี้ทางมูลนิธิฯจะยังคงดูแลรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายของเด็กต่อไป ในส่วนของการดำเนินงานของมูลนิธิบ้านนกขมิ้นสาขาหัวหินแห่งนี้ คงต้องกลับไปคุยกับคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้ง แต่ยืนยันว่ายังอยากทำต่อ แต่ในระหว่างนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง
ที่ผ่านมาทางมูลนิธิฯไม่ได้เพิกเฉยต่อการจดทะเบียนให้ถูกต้อง แต่ก็ยอมรับว่าล่าช้ามาก เนื่องจากติดขัดปัญหาเรื่องบุคลากร ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยมีข้อกำหนดหลายข้อให้ดำเนินการ เช่น การจัดหานักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา อยู่ในระหว่างการเตรียมพร้อมบุคลกรและทางมูลนิธิก็ให้ความร่วมมือมาตลอด
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นตนเองเสียใจมากเนื่องจากส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็ก และส่งผลเสียกับมูลนิธิเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการประโคมข่าวออกไปก่อนที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน แต่อย่างไรก็ตามทางมูลนิธิฯ ตั้งใจที่จะแก้ปัญหานี้ให้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากนำเด็กไปคุ้มครองชั่วคราวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งไปยังผู้ปกครองของเด็ก และจะประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งจะพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ในส่วนของมูลนิธิบ้านนกขมิ้นที่ยื่นความจำนงว่าจะรับตัวเด็กเหล่านี้กลับไปดูแลที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น กรุงเทพมหานคร ทางคณะกรรมการจะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานต้นสังกัดให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากวันนี้ทางมูลนิธิฯยื่นเอกสารที่เป็นสำเนามาเท่านั้น หากถูกต้องก็สามารถรับตัวเด็กกลับไปดูแลได้ โดยจะมีคณะการตรวจสอบติดตามด้วย
ส่วนความคืบหน้าด้านการดำเนินคดีกับพ่อป้อม พนักงานสอบสวนได้นำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดหัวหิน โดยภรรยาได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาล เป็นเงินสด 120,000 บาท โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยนัดรายงานตัวนัดแรก วันที่ 31 พฤษภาคม






