
หอการค้าไทย-จีน จัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ
หอการค้าไทย-จีน ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจหอการค้าไทย-จีน สำรวจทัศนะของผู้ประกอบการธุรกิจซึ่งเป็นสมาชิกหอการค้าไทย-จีนและสมาพันธ์หอการค้าไทย-จีน สะท้อนมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยรายไตรมาส
หอการค้าไทย-จีน จะจัดงานแถลงข่าว “โครงการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจหอการค้าไทย-จีน” ภายใต้แนวคิด “จากรุ่นใหญ่ สู่รุ่นใหม่” พร้อมจัดพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหอการค้าไทย-จีน กับ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทยจีน เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ พร้อมด้วย นายวิชัย มงคลชัยชวาล รองเลขาธิการบริหารหอการค้าไทย-จีน และคณะผู้บริหารระดับสูงจากหอการค้าไทย-จีน พร้อมด้วยผู้แทนคณะที่ปรึกษาโครงการวิจัยจาก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศาสตราจารย์ ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์, รองศาสตราจารย์ ดร. ชโยดม สรรพศรี อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ พร้อมคณะนักเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทยจีน กล่าวว่า โครงการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจหอการค้าไทย-จีน มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนถึงสมรรถนะทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง จากทัศนะของผู้ประกอบการธุรกิจที่เป็นสมาชิกหอการค้าไทย-จีน ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความสามารถและทักษะในการสร้างและดำเนินธุรกิจสูง โดยกระบวนการจัดทำดัชนีจะเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างหอการค้าไทย-จีนและคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการเก็บข้อมูลโดยบริษัท ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ จำกัด(Research Centre for Social and Business Development Co., Ltd.) หรือ SAB เพื่อให้ดัชนีถูกจัดทำขึ้นตามมาตรฐานทางวิชาการในระดับสากล โดยการสำรวจความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจของสมาชิกและสมาพันธ์หอการค้าไทย-จีน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการไทยเชื้อสายจีน
การดำเนินงานภายในโครงการประกอบด้วยการสร้างระบบการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ และการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ รายไตรมาส (จำนวนสามไตรมาส) เริ่มขึ้นจากการจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการที่ถูกสำรวจโดยละเอียดผ่านองค์ประกอบประเภทกิจการ อายุกิจการ สินค้าสามประเภทที่มีมูลค่าการผลิตสูงสุด 3 ประเภท การจำหน่ายสินค้าในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตลาดสินค้าหลัก 3 แห่ง พร้อมสัดส่วนมูลค่าการค้า และขนาดธุรกิจ การสำรวจทัศนะทางเศรษฐกิจในหลายมิติประกอบด้วย ทัศนะต่อภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม ทัศนะต่อภาวะอุตสาหกรรม และทัศนะต่อภาวะเศรษฐกิจจีนที่มีต่อเศรษฐกิจของไทย
หอการค้าไทย-จีน จะจัดงานแถลงข่าว “โครงการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจหอการค้าไทย-จีน” ภายใต้แนวคิด “จากรุ่นใหญ่ สู่รุ่นใหม่” พร้อมจัดพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหอการค้าไทย-จีน กับ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทยจีน เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ พร้อมด้วย นายวิชัย มงคลชัยชวาล รองเลขาธิการบริหารหอการค้าไทย-จีน และคณะผู้บริหารระดับสูงจากหอการค้าไทย-จีน พร้อมด้วยผู้แทนคณะที่ปรึกษาโครงการวิจัยจาก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศาสตราจารย์ ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์, รองศาสตราจารย์ ดร. ชโยดม สรรพศรี อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ พร้อมคณะนักเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทยจีน กล่าวว่า โครงการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจหอการค้าไทย-จีน มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนถึงสมรรถนะทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง จากทัศนะของผู้ประกอบการธุรกิจที่เป็นสมาชิกหอการค้าไทย-จีน ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความสามารถและทักษะในการสร้างและดำเนินธุรกิจสูง โดยกระบวนการจัดทำดัชนีจะเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างหอการค้าไทย-จีนและคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการเก็บข้อมูลโดยบริษัท ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ จำกัด(Research Centre for Social and Business Development Co., Ltd.) หรือ SAB เพื่อให้ดัชนีถูกจัดทำขึ้นตามมาตรฐานทางวิชาการในระดับสากล โดยการสำรวจความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจของสมาชิกและสมาพันธ์หอการค้าไทย-จีน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการไทยเชื้อสายจีน
การดำเนินงานภายในโครงการประกอบด้วยการสร้างระบบการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ และการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ รายไตรมาส (จำนวนสามไตรมาส) เริ่มขึ้นจากการจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการที่ถูกสำรวจโดยละเอียดผ่านองค์ประกอบประเภทกิจการ อายุกิจการ สินค้าสามประเภทที่มีมูลค่าการผลิตสูงสุด 3 ประเภท การจำหน่ายสินค้าในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตลาดสินค้าหลัก 3 แห่ง พร้อมสัดส่วนมูลค่าการค้า และขนาดธุรกิจ การสำรวจทัศนะทางเศรษฐกิจในหลายมิติประกอบด้วย ทัศนะต่อภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม ทัศนะต่อภาวะอุตสาหกรรม และทัศนะต่อภาวะเศรษฐกิจจีนที่มีต่อเศรษฐกิจของไทย






