
จี้! รัฐแก้ปัญหา "เงินใต้โต๊ะ"
ตัวแทนธนาคารโลกมีกำหนดการเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเก็บข้อมูลความยาก-ง่าย การทำธุรกิจของประเทศไทย
เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 15 พ.ค. นี้ นายอูริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วยทีมวิจัยจากธนาคารโลก มีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ การเข้าพบนายกรัฐมนตรีเป็นหนึ่งในภารกิจของธนาคารโลก ที่มาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 8-17 พ.ค. เพื่อเก็บข้อมูลจากหน่วยงานราชการ, ภาคเอกชน และรัฐบาลไทย เพื่อนำไปออกรายงานจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ หรือ “ดูอิ้ง บิสิเนส” (Doing Business) ของ 190 ประเทศทั่วโลก ที่จะเผยแพร่ช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 46 ของโลก โดยปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าว่า จะขึ้นไปติดอันดับ 1 ใน 30 ของโลก
นายเกียรติ สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย วิเคราะห์ถึงการแก้ปัญหาการทำธุรกิจของไทยว่า ประเทศไทยเคยขึ้นไปติดอันดับที่ 12 ของโลก ช่วงปี 2552-2553 หลังจากนั้น ประเทศอื่น ๆ ก็เร่งพัฒนาตัวเองขึ้นมา แต่ไทยพัฒนาตัวเองช้าลง จนหลายประเทศแซง
โดยปัญหามาจากการอนุมัติอนุญาตหลายเรื่องใช้เวลานาน ใบอนุญาตบางอย่างต้องผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งใช้เวลาเป็นปี จนทำให้เกิด “การจ่ายเงินใต้โต๊ะ” เพื่อให้การอนุมัติอนุญาตรวดเร็วขึ้น โดยเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย กล่าวอีกว่า การเก็บตัวเลขบางด้านของเวิลด์ แบงก์ ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจง รวมทั้งต้องติดตามการพัฒนาของประเทศอื่นด้วยว่า เขามีการแก้ไขปรับปรุงอย่างไร ไม่ใช่พัฒนาแต่ในประเทศ ไม่ดูประเทศอื่น
เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 15 พ.ค. นี้ นายอูริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วยทีมวิจัยจากธนาคารโลก มีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ การเข้าพบนายกรัฐมนตรีเป็นหนึ่งในภารกิจของธนาคารโลก ที่มาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 8-17 พ.ค. เพื่อเก็บข้อมูลจากหน่วยงานราชการ, ภาคเอกชน และรัฐบาลไทย เพื่อนำไปออกรายงานจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ หรือ “ดูอิ้ง บิสิเนส” (Doing Business) ของ 190 ประเทศทั่วโลก ที่จะเผยแพร่ช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 46 ของโลก โดยปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าว่า จะขึ้นไปติดอันดับ 1 ใน 30 ของโลก
นายเกียรติ สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย วิเคราะห์ถึงการแก้ปัญหาการทำธุรกิจของไทยว่า ประเทศไทยเคยขึ้นไปติดอันดับที่ 12 ของโลก ช่วงปี 2552-2553 หลังจากนั้น ประเทศอื่น ๆ ก็เร่งพัฒนาตัวเองขึ้นมา แต่ไทยพัฒนาตัวเองช้าลง จนหลายประเทศแซง
โดยปัญหามาจากการอนุมัติอนุญาตหลายเรื่องใช้เวลานาน ใบอนุญาตบางอย่างต้องผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งใช้เวลาเป็นปี จนทำให้เกิด “การจ่ายเงินใต้โต๊ะ” เพื่อให้การอนุมัติอนุญาตรวดเร็วขึ้น โดยเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย กล่าวอีกว่า การเก็บตัวเลขบางด้านของเวิลด์ แบงก์ ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจง รวมทั้งต้องติดตามการพัฒนาของประเทศอื่นด้วยว่า เขามีการแก้ไขปรับปรุงอย่างไร ไม่ใช่พัฒนาแต่ในประเทศ ไม่ดูประเทศอื่น






