
ขนทรัพย์ประมูล470รายการ ‘บังคับคดี’เปิดทำเลที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง-ห้องชุด ยั่วนักลงทุน
กรมบังคับคดีเตรียมขนทรัพย์จำนวน 470 รายการมูลค่ารวมกว่า 1,445 ล้านบาทออกประมูล ดีเดย์ 14พ.ค.นี้ที่เมืองทองธานี จับตาทรัพย์ที่ดินว่างเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด ให้ลุ้นเป็นเจ้าของหวังกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนแผนต่อไปมีลุ้นกรณีนำทรัพย์ใน 4 พื้นที่หลักออกประมูลยั่วนํ้าลายนักลงทุน
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าในการผลักดันทรัพย์สินของกรมบังคับคดีประจำปีงบประมาณ 2559 ตามที่ได้กำหนดเป้าหมายไว้ทั้งปีจำนวน 1 แสนล้านบาทนั้นพบว่าสามารถทำได้กว่า 1.07 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับในปี 2560 กำหนดไว้ 1 แสนล้านบาท ปรากฎว่านับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 - เมษายน 2560 ทำได้แล้วกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท โดยยังพบอีกว่าจำนวน 7 เดือนของปีงบประมาณ 2560 ตัวเลขสูงกว่าเดือนตุลาคม 2558-เมษายน 2559 (คิดเป็น 25.58%)
ทั้งนี้ในการปฏิบัติงานพบว่าสามารถดำเนินการขยายได้มากกว่าในรอบ 6 ปีที่ผ่านมาเพราะกรมทำงานในเชิงรุก และไม่ขัดต่อระเบียบกฎหมายให้สามารถตอบโจทย์การผลักดันเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ มีการปรับแก้ไขกฎระเบียบให้สามารถเปิดกว้างการขยายได้มากยิ่งขึ้น ให้สมกับที่เป็นแลนด์ลอร์ดด้านที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากภายใต้การดูแลของภาครัฐในขณะนี้
นอกจากนั้นกรมได้ทำงานเชิงรุกมากขึ้นด้วยการรุกตลาดเพื่อสนองกลไกทางเศรษฐกิจปัจจุบันตลอดเวลาไม่จำกัดเฉพาะวันหยุดเท่านั้น เริ่มให้มีการขายวันเสาร์ กระจายออกไปยังต่างจังหวัด เพราะเล็งเห็นว่าการรุกตลาดให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในรูปแบบการดำเนินแนวทางปกติเช่นที่ผ่านมาคงจะไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน ประการสำคัญกลไกอื่นทางเศรษฐกิจอื่นๆยังทำงานได้ทั้งวันทำงานปกติและวันหยุดราชการ
“ดังนั้นจึงควรเปิดกว้างให้ทุกกลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงแหล่งทรัพย์ของกรมได้ทั่วถึงโดยเฉพาะในวันเสาร์ของทุกเดือน เบื้องต้นนำร่องใน 4 จังหวัดในภูมิภาคจนประสบความสำเร็จมาแล้ว ดังนั้นจึงรุกจัดงานมหกรรมการขายนอกสถานที่มากขึ้น อาทิ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมและศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ไปเมื่อเร็วๆนี้ปรากฏว่าสามารถขายได้มากกว่าที่ได้ดำเนินการขายที่กรมบังคับคดี”
อธิบดีกรมบังคับคดีกล่าวอีกว่าในงานมหกรรมการเงิน(มันนี่เอ็กซ์โป) ครั้งที่ 17 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 พฤษภาคม 2560 นี้ที่เมืองทองธานี กรมยังได้เข้าร่วมเป็นครั้งที่ 2 โดยในครั้งนี้กรมดำเนินการภายใต้แนวคิด LED 4.0 ด้วยการนำเสนอการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้นำมาใช้ในการดำเนินงาน และให้บริการประชาชนภายใต้หลักคิด สะดวกและง่าย ดำเนินการได้ทุกๆแห่งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการให้บริการของกรมได้มากยิ่งขึ้น
โดยในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้กรมมีทรัพย์ประเภทต่าง ๆ นำเสนอประมูล อาทิเช่น ที่ดินว่างเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และธัญบุรี รวมทั้งสิ้น 470 รายการ ราคาประเมินรวม 1,445 ล้านบาท โดยเฉพาะที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมผ่านแอพพิเคชั่น LED PROPERTY PLUS ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนแผนระยะต่อไปจะเพิ่มทรัพย์ใน 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง เสนอประมูลผ่านช่องทางต่างๆ
ทั้งนี้ปัจจุบันภาคใต้กรมมีออกประกาศขายทรัพย์เป็นภาษายาวีแล้ว และจะพัฒนาเป็นภาษาอื่นๆต่อไป ส่วนมูลค่าทรัพย์ที่กรมนำออกประกาศขายในปีนี้มากกว่า 2 แสนล้านบาท โดยเมื่อนโยบายดำเนินการเชิงรุกด้านการตลาดจึงพบว่ามีผู้ซื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 15% ดังนั้นการขายจึงไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะคนบางกลุ่มอีกต่อไป อีกทั้งยังพบว่าสามารถสร้างดีมานด์ให้มากขึ้นส่งผลให้ราคาทรัพย์เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเนื่องจากมีผู้เข้ามาร่วมประมูลมากขึ้นเพราะเล็งเห็นว่าทรัพย์ของกรมบังคับคดีเป็นอีกหนึ่งช่องทางของการลงทุนใหม่ๆ
“ประการสำคัญช่วงเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมาพบว่าสามารถขายทรัพย์คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทซึ่งมีตัวเลขสูงกว่าเดือนเมษายนปี 2559 ที่ผ่านมาถึง 56% ซึ่งเป็นฝีมือของคนบังคับคดีทั่วประเทศจึงเป็นดัชนีสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าในการผลักดันทรัพย์สินของกรมบังคับคดีประจำปีงบประมาณ 2559 ตามที่ได้กำหนดเป้าหมายไว้ทั้งปีจำนวน 1 แสนล้านบาทนั้นพบว่าสามารถทำได้กว่า 1.07 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับในปี 2560 กำหนดไว้ 1 แสนล้านบาท ปรากฎว่านับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 - เมษายน 2560 ทำได้แล้วกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท โดยยังพบอีกว่าจำนวน 7 เดือนของปีงบประมาณ 2560 ตัวเลขสูงกว่าเดือนตุลาคม 2558-เมษายน 2559 (คิดเป็น 25.58%)
ทั้งนี้ในการปฏิบัติงานพบว่าสามารถดำเนินการขยายได้มากกว่าในรอบ 6 ปีที่ผ่านมาเพราะกรมทำงานในเชิงรุก และไม่ขัดต่อระเบียบกฎหมายให้สามารถตอบโจทย์การผลักดันเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ มีการปรับแก้ไขกฎระเบียบให้สามารถเปิดกว้างการขยายได้มากยิ่งขึ้น ให้สมกับที่เป็นแลนด์ลอร์ดด้านที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากภายใต้การดูแลของภาครัฐในขณะนี้
นอกจากนั้นกรมได้ทำงานเชิงรุกมากขึ้นด้วยการรุกตลาดเพื่อสนองกลไกทางเศรษฐกิจปัจจุบันตลอดเวลาไม่จำกัดเฉพาะวันหยุดเท่านั้น เริ่มให้มีการขายวันเสาร์ กระจายออกไปยังต่างจังหวัด เพราะเล็งเห็นว่าการรุกตลาดให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในรูปแบบการดำเนินแนวทางปกติเช่นที่ผ่านมาคงจะไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน ประการสำคัญกลไกอื่นทางเศรษฐกิจอื่นๆยังทำงานได้ทั้งวันทำงานปกติและวันหยุดราชการ
“ดังนั้นจึงควรเปิดกว้างให้ทุกกลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงแหล่งทรัพย์ของกรมได้ทั่วถึงโดยเฉพาะในวันเสาร์ของทุกเดือน เบื้องต้นนำร่องใน 4 จังหวัดในภูมิภาคจนประสบความสำเร็จมาแล้ว ดังนั้นจึงรุกจัดงานมหกรรมการขายนอกสถานที่มากขึ้น อาทิ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมและศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ไปเมื่อเร็วๆนี้ปรากฏว่าสามารถขายได้มากกว่าที่ได้ดำเนินการขายที่กรมบังคับคดี”
อธิบดีกรมบังคับคดีกล่าวอีกว่าในงานมหกรรมการเงิน(มันนี่เอ็กซ์โป) ครั้งที่ 17 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 พฤษภาคม 2560 นี้ที่เมืองทองธานี กรมยังได้เข้าร่วมเป็นครั้งที่ 2 โดยในครั้งนี้กรมดำเนินการภายใต้แนวคิด LED 4.0 ด้วยการนำเสนอการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้นำมาใช้ในการดำเนินงาน และให้บริการประชาชนภายใต้หลักคิด สะดวกและง่าย ดำเนินการได้ทุกๆแห่งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการให้บริการของกรมได้มากยิ่งขึ้น
โดยในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้กรมมีทรัพย์ประเภทต่าง ๆ นำเสนอประมูล อาทิเช่น ที่ดินว่างเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และธัญบุรี รวมทั้งสิ้น 470 รายการ ราคาประเมินรวม 1,445 ล้านบาท โดยเฉพาะที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมผ่านแอพพิเคชั่น LED PROPERTY PLUS ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนแผนระยะต่อไปจะเพิ่มทรัพย์ใน 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง เสนอประมูลผ่านช่องทางต่างๆ
ทั้งนี้ปัจจุบันภาคใต้กรมมีออกประกาศขายทรัพย์เป็นภาษายาวีแล้ว และจะพัฒนาเป็นภาษาอื่นๆต่อไป ส่วนมูลค่าทรัพย์ที่กรมนำออกประกาศขายในปีนี้มากกว่า 2 แสนล้านบาท โดยเมื่อนโยบายดำเนินการเชิงรุกด้านการตลาดจึงพบว่ามีผู้ซื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 15% ดังนั้นการขายจึงไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะคนบางกลุ่มอีกต่อไป อีกทั้งยังพบว่าสามารถสร้างดีมานด์ให้มากขึ้นส่งผลให้ราคาทรัพย์เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเนื่องจากมีผู้เข้ามาร่วมประมูลมากขึ้นเพราะเล็งเห็นว่าทรัพย์ของกรมบังคับคดีเป็นอีกหนึ่งช่องทางของการลงทุนใหม่ๆ
“ประการสำคัญช่วงเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมาพบว่าสามารถขายทรัพย์คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทซึ่งมีตัวเลขสูงกว่าเดือนเมษายนปี 2559 ที่ผ่านมาถึง 56% ซึ่งเป็นฝีมือของคนบังคับคดีทั่วประเทศจึงเป็นดัชนีสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






