
เอสเพียวคว้าตรา NSF รับรองคุณภาพเนื้อไก่รายแรกของโลก
เบทาโกร ได้ตรา เอ็นเอสเอฟ รับรองคุณภาพไก่ รายแรกของโลก หลังเดินหน้าใช้นโยบาย คุณภาพมาตรฐานการผลิตทั้งระบบ พร้อมเดินหน้าขยายจุดขายสินค้า รักษาผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 90% ขณะที่ทั้งเครือวางงบลงทุน 4,000-5,000 ล้านพัฒนาธุรกิจต่อเนื่อง ปีนี้ควักอีก 1,000 ล้าน ก้าวสู่องค์กรดิจิตอล
“การรับรองของเอ็นเอสเอฟครั้งนี้ เป็นเครื่องหมายที่ช่วยยืนยัน และทำให้ผู้บริโภค สามารถมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่เอสเพียวมีคุณภาพสูงสุด ทั้งเป็นรายแรกของโลกที่องค์กรระดับนานาชาติให้การยอมรับ ด้วยระบบการเลี้ยงดูไก่ในฟาร์มที่ได้มาตรฐานทั้งระบบ และไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะตั้งแต่
วันแรกเกิดของไก่ จนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่เอสเพียว ยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลอย่างครบถ้วน อาทิ GMP, HACCP, ISO9001:2015, ISO14001:2015, TIS18001:2010, ISO/IEC17025:2005, BRC Issue 7 รวมถึงHALAL และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งระบบ”
สำหรับยอดขายของแบรนด์เอสเพียวปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 1% ของยอดขายรวมเครือเบทาโกร ที่ปีนี้วางเป้าหมายยอดขายประมาณ 1 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโต 10-15% จากปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 9 หมื่นล้านบาท โดยแผนธุรกิจในเครือเบทาโกรยังคงเน้นการพัฒนาระบบซัพพลายเชนตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการจัดส่งสินค้า ซึ่งแต่ละปีใช้งบลงทุน 4,000-5,000 ล้านบาท สำหรับปีนี้ยังได้ลงทุน 1,000 ล้านบาท ซอฟต์แวร์ระบบอีอาร์พี ที่จะเปลี่ยนไปสู่การใช้ดิจิตอลเข้ามาขับเคลื่อนองค์กรทั้งหมดด้วย
นายวสิษฐ กล่าวอีกว่า ส่วนตลาดในประเทศ ปัจจุบันเอสเพียวถือครองส่วนแบ่งตลาดอาหารสดระดับพรีเมียม 90% และยังคงมุ่งเน้นการขยายช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น ทั้งในเขตเมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยว ผ่านร้านค้าปลีก ชั้นนำ อาทิ Gourmet Market, Home Fresh Mart, Central Food Hall, Tops Market และ Villa Market เป็นต้น รวมทั้ง วางแผนเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ "ไก่เอสเพียว NSF รับรองเป็นรายแรกของโลก" เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการบริโภคเนื้อไก่สดที่มีคุณภาพ ภายใต้การรับรอง เอ็นเอสเอฟ ซึ่งจะออกอากาศพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม เป็นต้นไป
สำหรับตลาดส่งออก สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง เป็นประเทศที่เข้มงวดกับคุณภาพ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ มีการตรวจสอบด้านความปลอดภัย สารตกค้าง ทำให้ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ของ
เครือเบทาโกร มีข้อได้เปรียบ ทั้งประสิทธิภาพการผลิต ปัจจัยการผลิต มาตรฐานการผลิต เทคโนโลยีการผลิต
ส่งผลให้ตอบสนองความต้องการตลาดได้ดีกว่า โดยปีนี้คาดว่าจะมีปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ 7.7 หมื่นตัน หรือเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ก็วางแผนขยายช่องทางการขายส่งและขายปลีกในประเทศ สิงคโปร์ ฮ่องกง และกลุ่มประเทศในสแกนดิเวีย เพิ่มขึ้นอีกด้วย






