thansettakij
thansettakij
สแกนรถโดยสารที่สถานีขนส่งเห็นผลย้ำตรวจเข้มทุกเทศกาล

สแกนรถโดยสารที่สถานีขนส่งเห็นผลย้ำตรวจเข้มทุกเทศกาล

26 เม.ย. 60 | 04:57 น.
อัปเดตล่าสุด :26 เม.ย. 60 | 11:57 น.
กรมการขนส่งทางบก เผยผลสแกนรถโดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ 212 แห่งทั่วประเทศ ช่วงสงกรานต์ต่อเนื่องตั้งแต่ 5-24 เม.ย. 60 พบรถโดยสารและพนักงานขับรถมีมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น เมื่อเทียบกับวันแรกของการตรวจเข้ม ย้ำดำเนินการเข้มข้นทุกเทศกาลและต่อเนื่องตลอดปี ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและพนักงานขับรถร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ และความปลอดภัยในระบบรถโดยสารสาธารณะอย่างยั่งยืน

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  เปิดเผยว่า ความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ เป็นเป้าหมายสำคัญในการทำงานของกรมการขนส่งทางบก มุ่งเน้นมาตรการเชิงป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ การสร้างระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อความสำเร็จในระยะยาวอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม โดยในระยะเร่งด่วนช่วงการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีมาตรการเพื่อสร้างความปลอดภัย โดยในระยะเร่งด่วนช่วงการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้ใช้มาตรการ “สแกนรถโดยสาร” ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ตาม Checklist ดำเนินการเข้มข้น จริงจัง ทุกคัน ทุกคน ทุกสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทั่วประเทศ 212 แห่งทั่วประเทศ ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ต่อเนื่องถึงวันที่ 24 เมษายน 2560 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการความปลอดภัย 7+7+7 ของกระทรวงคมนาคม โดยตั้งเป้าหมายลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของรถโดยสารสาธารณะ ความรุนแรงของอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่าง กรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ทหาร ตำรวจ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่น และจะดำเนินการต่อเนื่องตลอดปี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับผลการตรวจความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถ (5-24 เม.ย. 60) จำนวน 356,320 คัน พบรถโดยสารมีข้อบกพร่องจำนวน 1,710  คัน ในจำนวนนี้ สั่งพ่น “ห้ามใช้รถ” ทันที จำนวน 7 คัน เนื่องจากสภาพตัวรถไม่มีความปลอดภัย อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วน นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการสั่งเปลี่ยนรถทันทีจำนวน 61 คัน เนื่องจากพบว่ามีข้อบกพร่องเกี่ยวกับอุปกรณ์ส่วนควบบางรายการ เช่น กระจกร้าว, สภาพยาง, ถังดับเพลิง เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายให้ความร่วมมือดำเนินการเปลี่ยนรถคันใหม่โดยเร็ว เพื่อให้บริการได้อย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบในการเดินทางของประชาชน โดยผู้ประกอบการต้องนำรถไปแก้ไขและเข้ารับการตรวจสภาพกับสำนักงานขนส่งจังหวัดก่อนจึงจะสามารถ ลบข้อความและนำกลับมาให้บริการได้ ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 1,642 คัน เป็นความบกพร่องเล็กน้อยได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามข้อหาความผิดแล้วทุกราย

ส่วนการตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ อาทิ แอลกอฮอล์และสารเสพติด ตรวจสอบชั่วโมงการขับรถจากสมุดประจำรถและการแต่งกาย พบข้อบกพร่องจำนวน 191 คน ในจำนวนนี้ สั่งเปลี่ยนตัวพนักงานขับรถทันที จำนวน 25 ราย ที่เหลือดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามข้อหาความผิด บันทึกประวัติที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก หากพบการกระทำความผิดซ้ำจะพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถิติการตรวจความพร้อมรถและคนขับโดยแบ่งเป็นช่วงตามมาตรการความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคม ก่อนเทศกาล การเดินทางช่วงเทศกาล และช่วงสิ้นสุดเทศกาล พบว่าสถิติรถบกพร่องลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรก (5-10 เม.ย. 60) มีรถที่ถูกพ่นห้ามใช้และสั่งเปลี่ยนรถ 40 คัน หรือเฉลี่ยวันละ 7 คัน ช่วง 7 วันของการเดินทาง (11-17 เม.ย. 60) มีรถที่ถูกพ่นห้ามใช้และสั่งเปลี่ยนรถ 19 คัน หรือเฉลี่ยวันละ 3 คัน และช่วง 7 วันสุดท้าย (18-24 เม.ย. 60) สั่งห้ามใช้รถลดลงเหลือ 9 คัน หรือเฉลี่ยวันละไม่ถึง 2 คัน นอกจากนี้ จากการเก็บข้อมูลอุบัติเหตุตลอดช่วงที่ผ่านมาพบว่าไม่มีอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทาง ที่เกิดจากความบกพร่องของสภาพรถ เป็นผลมาจากการตรวจความพร้อมของรถและคนขับตาม Checklist อย่างเข้มข้นจริงจัง และได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนส่งในการร่วมตรวจสอบและควบคุมคนขับรถ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่กรมการขนส่งทางบกมุ่งมั่นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกยังคงเดินหน้าทุกมาตรการเพื่อยกระดับความปลอดภัย หามาตรการเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดกับรถโดยสารสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และปรับมาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุให้มีความเข้มข้นขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งควบคุมการตรวจสอบสภาพรถโดยสารสาธารณะให้มีมาตรฐานความปลอดภัยอย่างยั่งยืน กำชับเข้มงวดผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถ ให้มีการบำรุงดูแลรักษาสภาพรถให้มีความมั่นคงแข็งแรง รถพร้อม/คนพร้อม อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เร่งรัดดำเนินการติดตั้ง GPS ในรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสารสาธารณะทุกคัน เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถให้มีความปลอดภัย ทั้งการใช้ความเร็วและควบคุมชั่วโมงการทำงานให้มีความปลอดภัย และดำเนินการตรวจความพร้อมรถและคนตาม Checklist เข้มข้นในทุกช่วงเทศกาลและต่อเนื่องตลอดปี อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้าย