
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(19 เม.ย.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 18 เมษายน 2560
สภาวะตลาดวันที่ 18 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,281.05-1,285.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,900 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,900 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.09 น.ของวันที่ 18/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 19 เมษายน 2560
งบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีขนาด 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ซึ่งช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้กำหนดนโยบายบางคนของเฟดและรายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 14-15 มี.ค.ต่างก็บ่งชี้ว่า เฟดอาจจะเริ่มต้นปรับลดขนาดงบดุลลงในช่วงปลายปี 2560 ซึ่งเร็วกว่าที่ธนาคารย่านวอลล์สตรีทเคยคาดไว้ ขณะที่นายสแตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองประธานเฟด คาดการปรับลดขนาดงบดุลเฟดจะดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้ประเด็นดังกล่าวจะกดดันราคาทองคำ แต่ตลาดมีปฏิกิริยาตอบรับเพียงเล็กน้อย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรแทบไม่ได้พุ่งขึ้นหรือดอลลาร์ไม่ได้ปรับตัวขึ้นตอบสนองสัญญาณบ่งชี้ดังกล่าว ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลดฺ์ ทรัมป์ของสหรัฐ เมื่อไม่นานมานี้ มีมุมมองว่าการแข็งค่าของดอลลาร์ในระยะสั้นสร้างความเสียหายต่อการส่งออกของสหรัฐ ทำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการถือครองดอลลาร์ ขณะเดียวกันทองคำได้รับแรงหนุนเพิ่มจากดอลลาร์ยังคงได้รับแรงกดดัน เมื่อเฟดสาขาแอตแลนตา และ เฟดนิวยอร์คได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรก หลังการเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกและราคาผู้บริโภคที่น่าผิดหวังในเดือนมี.ค. ขณะที่แรงกดดันต่อราคาทองคำลดลงหลังจากการยกเลิกโอบามาแคร์ประสบความล้มเหลวในเดือนที่แล้ว และส่งผลลบเป็นอย่างมากต่อคณะผู้บริหารของปธน.ทรัมป์ จนนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ออกมากล่าวว่า ตารางเวลาที่คณะผู้บริหารของปธน.ทรัมป์เคยกำหนดไว้สำหรับการปฏิรูปภาษีนั้น มีแนวโน้มที่จะถูกเลื่อนออกไป โดยประเมินว่าหากราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,271 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านอีกครั้ง ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไรเช่นเดิม
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ให้รอเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,271 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการขายทำกำไร ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ แต่ถ้าราคาทองคำสามารถทะลุผ่านแนวต้าน และรักษาระดับยืนเหนือกรอบราคาได้ แนะนำนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่ให้ถือต่อไป ซึ่งราคาทองคำน่าจะสามารถขยับตัวขึ้นต่อไปได้บริเวณ 1,313 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามรถทำการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,280 (20,850บาท) 1,271 (20,700บาท) 1,263 (20,550บาท)
แนวต้าน 1,300 (21,150บาท) 1,313 (21,350บาท) 1,322 (21,500บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 18 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,281.05-1,285.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,900 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,900 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.09 น.ของวันที่ 18/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 19 เมษายน 2560
งบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีขนาด 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ซึ่งช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้กำหนดนโยบายบางคนของเฟดและรายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 14-15 มี.ค.ต่างก็บ่งชี้ว่า เฟดอาจจะเริ่มต้นปรับลดขนาดงบดุลลงในช่วงปลายปี 2560 ซึ่งเร็วกว่าที่ธนาคารย่านวอลล์สตรีทเคยคาดไว้ ขณะที่นายสแตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองประธานเฟด คาดการปรับลดขนาดงบดุลเฟดจะดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้ประเด็นดังกล่าวจะกดดันราคาทองคำ แต่ตลาดมีปฏิกิริยาตอบรับเพียงเล็กน้อย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรแทบไม่ได้พุ่งขึ้นหรือดอลลาร์ไม่ได้ปรับตัวขึ้นตอบสนองสัญญาณบ่งชี้ดังกล่าว ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลดฺ์ ทรัมป์ของสหรัฐ เมื่อไม่นานมานี้ มีมุมมองว่าการแข็งค่าของดอลลาร์ในระยะสั้นสร้างความเสียหายต่อการส่งออกของสหรัฐ ทำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการถือครองดอลลาร์ ขณะเดียวกันทองคำได้รับแรงหนุนเพิ่มจากดอลลาร์ยังคงได้รับแรงกดดัน เมื่อเฟดสาขาแอตแลนตา และ เฟดนิวยอร์คได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรก หลังการเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกและราคาผู้บริโภคที่น่าผิดหวังในเดือนมี.ค. ขณะที่แรงกดดันต่อราคาทองคำลดลงหลังจากการยกเลิกโอบามาแคร์ประสบความล้มเหลวในเดือนที่แล้ว และส่งผลลบเป็นอย่างมากต่อคณะผู้บริหารของปธน.ทรัมป์ จนนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ออกมากล่าวว่า ตารางเวลาที่คณะผู้บริหารของปธน.ทรัมป์เคยกำหนดไว้สำหรับการปฏิรูปภาษีนั้น มีแนวโน้มที่จะถูกเลื่อนออกไป โดยประเมินว่าหากราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,271 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านอีกครั้ง ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไรเช่นเดิม
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ให้รอเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,271 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการขายทำกำไร ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ แต่ถ้าราคาทองคำสามารถทะลุผ่านแนวต้าน และรักษาระดับยืนเหนือกรอบราคาได้ แนะนำนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่ให้ถือต่อไป ซึ่งราคาทองคำน่าจะสามารถขยับตัวขึ้นต่อไปได้บริเวณ 1,313 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามรถทำการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,280 (20,850บาท) 1,271 (20,700บาท) 1,263 (20,550บาท)
แนวต้าน 1,300 (21,150บาท) 1,313 (21,350บาท) 1,322 (21,500บาท)






